ตอนที่ 257
ตอนที่ 257 คุณหนีไม่พ้นหรอก
October 28, 2026
ตอนที่ 257 คุณหนีไม่พ้นหรอก
เย่หรงชิวรู้สึกเสียหน้าขึ้นมาอย่างรุนแรง เธอทำได้เพียงก้มหน้าและเดินเงียบๆ ออกจากห้องไป
เมื่อเสียงประตูปิดดัง “ปัง” ขึ้น บรรยากาศภายในห้องก็กลับมาเงียบสงบขึ้นอีกครั้ง
คุณพ่อเผยกวักมือเรียกไป๋เสว่เอ๋อร์ น้ำเสียงของเขาเมื่อเทียบกับเมื่อครู่นี้แล้ว ฟังดูอ่อนโยนขึ้นมากทีเดียว “หนูไป๋ หนูรับนี่ไว้สิ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์เงยหน้าและมองไปที่เผยลี่เชิน เมื่อเห็นว่าใบหน้าของเขาไม่มีสัญญาณคัดค้านอะไร เธอจึงเอื้อมมือออกไปและรับกล่องกำมะหยี่สีแดงใบนั้นจากคุณพ่อเผย
ไป๋เสว่เอ๋อร์เปิดกล่องกำมะหยี่สีแดงใบนั้นขึ้น และก็พบกับกำไลหยกที่แสนประณีตมันวาววางอยู่บนผ้าไหมกำมะหยี่สีแดง แค่เพียงแวบเดียว เธอก็สามารถแยกออกได้ในทันทีว่านี่คือกำไลหยกเหอเถียนชั้นดี
คุณพ่อเผยพูดอย่างแผ่วเบาว่า “นี่คือกำไลที่แม่ของลี่เชินเขาทิ้งไว้ให้พ่อตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ แม่บอกพ่อว่าเมื่อไรก็ตามที่พ่อได้พบกับผู้หญิงที่เหมาะสมกับลี่เชินแล้ว ก็ให้มอบกำไลวงนี้ให้กับเธอเสีย ในตอนนี้พ่อขอมอบกำไลวงนี้ให้กับหนู พ่อฝากหนูดูแลมันให้ดีก็แล้วกัน”
เมื่อได้ยินดังนั้น ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็ขมวดคิ้ว และปฏิเสธคุณพ่อเผยออกไปโดยอัตโนมัติ “คุณลุงคะ กำไลวงนี้มันราคาแพงเกินไป หนูรับมันเอาไว้ไม่ได้หรอกค่ะ”
แม้แต่เผยลี่เชินเองก็คาดไม่ถึงว่าคุณพ่อเผยจะหยิบเอาของที่ระลึกถึงคุณแม่ของเขาตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ออกมา
เมื่อเห็นว่าไป๋เสว่เอ๋อร์กำลังปิดกล่องใบนั้นและส่งกลับมาให้เขา คุณพ่อเผยก็ไอออกมาหลายครั้ง “หนูไป๋ หนูไม่อยากใช้ชีวิตอยู่กับพวกเราตระกูลเผยอีกต่อไปแล้วอย่างนั้นหรือ”
“ไม่ใช่ค่ะ เพียงแต่ว่าของขวัญชิ้นนี้มันมีค่ามากเกินไป ตอนนี้ พวกเราสองคนยังไม่เหมาะสมที่จะ......”
ทันใดนั้น ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็รีบลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติในทันที เธอไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรตอบกลับออกไปดี
เมื่อเผยลี่เชินที่ยืนอยู่ข้างๆ นั้นได้ยินหญิงสาวพูดเช่นนี้ ทันใดนั้น สีหน้าของเขาก็เย็นชาขึ้นมาเล็กน้อย
คุณพ่อเผยพูดออกมาอย่างมั่นใจว่า “หนูไม่ต้องกังวลไป พ่อดูคนไม่ผิดหรอก พ่ออยากให้หนูเป็นคนคอยดูแลกำไลวงนี้ในตอนนี้ ถ้าเกิดว่านภายภาคหน้าจะมีอะไรเปลี่ยนไปแล้วล่ะก็ เราค่อยมาว่ากัน แต่ว่าถ้าเกิดวันนี้หนูไม่รับมันเอาไว้แล้วล่ะก็ พ่อก็จะถือว่าหนูไม่อยากเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ภายใต้หลังคาเดียวกันร่วมกับพวกเราตระกูลเผย”
เมื่อเห็นว่าคุณพ่อเผยไม่ได้มีท่าทีล้อเล่น หลังจากที่เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็ทำได้เพียงพยักหน้าตอบกลับไปเท่านั้น “ถ้าอย่างนั้น หนูก็จะขอรับกำไลวงนี้เอาไว้นะคะ ขอบคุณคุณลุงที่เชื่อมั่นในตัวหนูมากนะคะ”
เมื่อเห็นว่าไป๋เสว่เอ๋อร์รับกำไลวงนั้นไปแล้ว ใบหน้าของคุณพ่อเผยก็ปรากฏให้เห็นรอยยิ้มพิมพ์ใจขึ้นมา
จากนั้นไม่นาน คุณหมอจ้าวก็เดินเข้ามาเพื่อแนะนำคุณพ่อเผย “คุณเผย ได้เวลาพักผ่อนแล้วล่ะครับ ถ้าเกิดว่าไม่มีเรื่องเร่งด่วนอะไรในตอนนี้ ก็ไว้ค่อยมาพูดคุยกันใหม่จะดีกว่านะครับ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ไป๋เสว่เอ๋อร์จึงไม่อยากรบกวนคุณพ่อเผยอีกต่อไป เธอกับเผยลี่เชินจึงกล่าวคำลาคุณพ่อเผย และเดินทางออกจากคฤหาสน์ไป
ทันทีที่รถยนต์เคลื่อนเข้าสู่ถนนสายหลัก ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็หยิบกล่องของขวัญใบนั้นออกมามอบให้กับเผยลี่เชินที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอ “กล่องใบนี้ ฉันให้คุณค่ะ”
สายตาของเผยลี่เชินมองดูกล่องใบนั้นด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาอดไม่ได้ที่จะถามหญิงสาวกลับไปว่า “คุณไม่อยากรับมันเอาไว้เหรอ หรือว่าคุณไม่เคยคิดเรื่องอนาคตของเราสองคนมาก่อนเลยสักนิดเดียว”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ดูไม่ค่อยพอใจของชายหนุ่ม ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็เข้าใจความรู้สึกของเขาดีและตอบเขากลับไปว่า “แต่นี่เป็นของที่ระลึกถึงแม่ของคุณ...ฉันคิดว่าให้คุณเป็นคนคอยดูแลมันจะดีกว่านะคะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น เผยลี่เชินก็ขมวดคิ้วแน่น และนิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไรออกมาเป็นเวลานาน
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ เขามักจะคิดถึงอนาคตระหว่างเขากับไป๋เสว่เอ๋อร์เสมอ แต่ทว่าเมื่อได้เห็นทัศนคติของหญิงสาวที่แสดงออกไปต่อหน้าคุณพ่อเผย และปฏิกิริยาที่หญิงสาวเพิ่งตอบกลับมาเมื่อครู่นี้ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่เคยคิดถึงเรื่องอนาคตของพวกเขาสองคนเลยแม้แต่น้อย
ความรู้สึกกระวนกระวายใจก็ผุดขึ้นมาในหัวใจของชายหนุ่ม เผยลี่เชินมองไปที่เจิงหง พร้อมกับสั่งเขาด้วยเสียงเข้มว่า “พากลับคฤหาสน์”
ตลอดระหว่างทางนั้น ทั้งสองคนต่างนั่งนิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไร บรรยากาศภายในรถนั้นเกิดอึดอัดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ไป๋เสว่เอ๋อร์เองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเผยลี่เชินถึงได้โกรธขึ้นมาอย่างกะทันหันเช่นนี้
รถยนต์จอดสนิทอยูที่หน้าประตูใหญ่ของคฤหาสน์ เผยลี่เชินผลักประตูรถเปิดออก และรีบสาวเท้าเดินเข้าไปในคฤหาสน์อย่างรวดเร็ว
ขณะที่ไป๋เสว่เอ๋อร์กำลังจะลงจากรถ ทันใดนั้น เธอก็ถูกเจิงหงที่นั่งอยู่ในรถเรียกให้หยุด “คุณไป๋ครับ ผมไม่รู้ว่าผมควรจะบอกเรื่องนี้กับคุณดีไหม”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้น เธอก็เอ่ยปากพูดเบาๆ ว่า “คุณลุงหงคะ คุณลุงอยากพูดอะไรก็พูดมาเถอะค่ะ”
“ผมได้มีโอกาสมารับใช้ท่านประธานเผยมานานหลายปีแล้ว ผมรู้ดีว่าเขาเป็นคนที่ดูเย็นชา แต่ภายในนั้นเขาเป็นคนที่มีจิตใจดีมาก และบางครั้งก็เป็นคนที่แสดงความรู้สึกได้ไม่เก่งนัก เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ท่านประธานเผยเอ่ยปากถามผมว่าผมขอภรรยาของผมอย่างไรตอนที่ผมจะแต่งงาน เขาขอให้ผมช่วยเล่าประสบการณ์ในตอนนั้นให้ฟังหน่อย ผมเชื่อว่าผมคงไม่ต้องพูดอะไรมากกว่านี้ คุณเองก็คงจะเข้าใจดีว่าทำไมเขาถึงเอ่ยปากถามผมออกมาเช่นนั้นครับ......”
เมื่อได้ยินเจิงหงพูดเช่นนั้นแล้ว ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็นิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไรออกมาเป็นเวลานาน และเมื่อนึกถึงบรรดาคำพูดที่ชายหนุ่มพูดกับเธอเมื่อสักครู่นี้ ทุกอย่างก็ดูชัดเจนขึ้นมาทีเดียว ไม่แปลกใจเลยที่เมื่อเธอคืนกำไลวงนั้นกลับไปให้กับเขา เขาถึงได้โมโหขนาดนั้น