ตอนที่ 282
ตอนที่ 282 เขากำลังอุ้มเหอหย่าหาน
October 28, 2026
ตอนที่ 282 เขากำลังอุ้มเหอหย่าหาน
แม้คำพูดจะพูดเช่นนี้ แต่พอเผยลี่เชินจากไป ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็รู้สึกเคว้งขึ้นมาในทันที ราวกับขาดอะไรไปบางอย่าง
เก็บข้าวของเล็กน้อย ไป๋เสว่เอ๋อร์กำลังคิดจะไปทำงานล่วงเวลาที่บริษัท ยังไม่ทันเดินออกจากหน้าประตูคฤหาสน์ อยู่ๆเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
มองเห็นหน้าจอแสดงผลคนโทรเข้า คิดไม่ถึงว่าจะเป็นลู่เหยาที่โทรมา ไป๋เสว่เอ๋อร์ประหลาดใจเล็กน้อย สุดท้ายก็ยังคงยื่นมือออกไปรับ
“ฮัลโหลค่ะ รุ่นพี่ลู่”
“เสว่เอ๋อร์ วันนี้มีเวลาว่างไหม?”
งานเลี้ยงฉลองในคราวก่อนวุ่นวายกันจนไม่มีความสุขเป็นอย่างยิ่ง หลังจากตอนนั้นนี่ยังคงเป็นครั้งแรกที่พวกเขาติดต่อกันเป็นการส่วนตัว
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ไป๋เสว่เอ๋อร์ยังไม่ทันได้ตอบ ในหูโทรศัพท์ก็ดังสะท้อนเสียงหัวเราะเบาๆของลู่เหยาออกมา เขาเอ่ยปากขึ้นอย่างนุ่มนวลว่า “วางใจ คราวนี้ผมมีเรื่องที่เป็นทางการอยากจะคุยกับคุณ”
ได้ยินเขาพูดเช่นนี้ ไป๋เสว่เอ๋อร์ถึงได้แอบถอนหายใจอย่างโล่งอก “วันนี้ฉันจะไปทำโอทีที่บริษัท มีเวลาว่างเกือบทั้งวันค่ะ”
“งั้นถึงเวลาผมไปหาคุณทานอาหารกลางวัน?”
ไป๋เสว่เอ๋อร์คิดอยู่ว่าเผยลี่เชินไม่แน่ว่าจะสามารถกลับมาตรงตามเวลาได้ อีกทั้งต่อให้เขากลับมา เธอค่อยเดินทางจากบริษัทกลับบ้านไปอีกกลับยิ่งวุ่นวายเสียด้วยซ้ำ สู้เจอกับลู่เหยาข้างนอกไปเลยจะดีกว่า แล้วก็เพื่อขอโทษต่อหน้าเขาในเรื่องของคราวก่อนพอดี
“ค่ะ งั้นก็นัดเวลาเที่ยงแล้วกันค่ะ”
นัดเวลาและสถานที่ที่จะพบกับเสร็จ ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็วางสายลง มุ่งหน้าไปยังบริษัทอย่างรีบร้อน
ยุ่งอยู่หลายชั่วโมง ไป๋เสว่เอ๋อร์จัดการงานที่สะสมเอาไว้ในมือได้ไปครึ่งค่อนใหญ่ๆ เพิ่งจะถอนหายใจอย่างโล่งอก ช่วงเวลาว่างในการดื่มกาแฟ เธอถือโอกาสเลื่อนดูโมเมนต์เพื่อนๆในโทรศัพท์ อยู่ๆก็เลื่อนไปถึงการเคลื่อนไหวหนึ่งที่เหอหย่าหานเพิ่งจะโพสต์ลงไป
เป็นภาพทิวทัศน์ของเขตชานเมือง เห็นป่าเขาที่อยู่ไกลออกไป กลับไม่เหมือนในสวนสุสาน มุมล่างซ้ายด้านในรูป เผยให้เห็นมุมนึงของชุดสูทอย่างเหมือนตั้งใจและเหมือนไม่ได้ตั้งใจ เป็นชุดนั้นที่เผยลี่เชินสวมตอนออกจากบ้านในวันนี้พอดี ตัวหนังสือที่ใช้ประกอบรูปภาพเป็นประโยคหนึ่งที่เรียบง่ายว่า “อยู่ด้วยกันกับคุณ ดีจริงๆ”
มือที่กุมโทรศัพท์มือถือเอาไว้อยู่ๆก็กำแน่น ในใจของไป๋เสว่เอ๋อร์เกิดอารมณ์ที่ผิดปกติพุ่งสูงขึ้นมา
ไม่ใช่ว่าเธอชอบคิดมาก แต่ประโยคที่ใช้ประกอบรูปนี้ทำให้คนอดไม่ได้ที่จะมีความคิดหลายอย่างผุดขึ้นมาอย่างไม่ขาดสายจริงๆ ความไม่สบายใจเพิ่มความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ไป๋เสว่เอ๋อร์แทบอยากจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาเผยลี่เชินภายในทันที แต่คิดแล้วคิดอีก สุดท้ายก็ระงับความหุนหันพลันแล่นนี้เอาไว้ได้
แต่หลังจากนั้น ในสมองชอบเธอก็ชอบคิดเดาไปต่างๆนาๆ จนแม้แต่กระจิตกระใจในการทำงานก็ยังหายไปอย่างไร้ร่องรอย
คิดไปคิดมา เธอก็ยังคงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้น โทรออกไปยังเบอร์ของเผยลี่เชิน
โทรศัพท์มือถือดังอยู่เป็นเวลานาน ในที่สุดทางนั้นก็มีคนรับสาย
ไป๋เสว่เอ๋อร์ตื่นเต้น รีบเอ่ยปากขึ้นเบาๆว่า “ทางนั้นคุณดำเนินการไป...”
ยังไม่ทันจะพูดจบ อยู่ๆสายโทรศัพท์ฝั่งนั้นก็ดังสะท้อนเสียงผู้หญิงขึ้นมา “คุณหนูไป๋หรอคะ? ขอโทษนะคะ ฉันคือเหอหย่าหาน ลี่เชินตอนนี้ไม่ค่อยสะดวกรับสายโทรศัพท์...”
คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเหอหย่าหานที่รับสายโทรศัพท์!
ไป๋เสว่เอ๋อร์ในใจร้อนรน ฟังน้ำเสียงที่ได้ใจของหญิงสาว ก็อดไม่ได้ที่จะตื่นตระหนกขึ้นมา เธอแสร้งทำเป็นนิ่งเฉย เอ่ยปากถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำว่า “เขาอยู่ที่ไหนคะ? ทำไมถึงเป็นคุณที่รับโทรศัพท์?”
ได้ยินไป๋เสว่เอ๋อร์ถามแบบนี้ เหอหย่าหานก็หัวเราะส่งเสียงออกมาเบาๆ “คุณหนูไป๋ ไม่ใช่ว่าฉันว่าอะไรนะคะ ความเคลือบแคลงในใจของคุณมีมากเกินไปหน่อย ฉันกับลี่เชินรู้จักกันมาตั้งหลายปีขนาดนี้ หากฉันอยากจะทำอะไร? ก็ทำไปตั้งนานแล้ว อีกทั้งยังสามารถทำได้อย่างไม่มีใครรู้ไม่มีใครเห็นอีกด้วย...”
น้ำเสียงของเธอช่างเหลาะแหละมากจนเกินไป แม้ว่าจะเหมือนเป็นการอธิบาย แต่จะฟังยังไงก็รู้สึกว่าปริมาณข้อมูลที่ครอบคลุมอยู่ในประโยคนี้มีมากกว่านั้น
ความตื่นตระหนกในใจของไป๋เสว่เอ๋อร์ไม่เพียงแต่ไม่ได้หายไป กลับเพิ่มความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเสียด้วยซ้ำ “คุณนำโทรศัพท์ให้เขา ฉันต้องการที่จะคุยกับเขา”