ตอนที่ 283
ตอนที่ 283 เพื่อนร่วมรบในสนามเพลาะเดียวกัน
October 28, 2026
ตอนที่ 283 เพื่อนร่วมรบในสนามเพลาะเดียวกัน
ได้ยินเสียงในสายโทรศัพท์ ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็สูดน้ำมูกเล็กน้อย เอ่ยปากขึ้นเบาๆว่า “ฉันอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ค่ะ”
เธอกำลังจะบอกว่าจะออกไปรอเขาข้างนอก แต่ใครจะรู้ว่าน้ำเสียงของลู่เหยาอยู่ๆก็ซีเรียสขึ้นมาเล็กน้อย รีบเอ่ยปากถามอย่างเร่งด่วนว่า “เสว่เอ๋อร์ นี่คุณร้องไห้หรอ?”
ได้ฟังประโยคนี้ของเขา น้ำตาที่แต่เดิมไม่ง่ายเลยที่จะหยุดลงของไป๋เสว่เอ๋อร์ก็พรั่งพรูออกมาอย่างไม่อาจจะควบคุมได้อีกครั้ง
ได้ยินเสียงเล็กๆ ลู่เหยาก็มั่นใจในคำตอบ เอ่ยปากขึ้นมาในทันทีว่า “คุณรอผม ผมจะไปหาคุณเดี๋ยวนี้”
พูดจบ ก็วายสายโทรศัพท์ลง ไป๋เสว่เอ๋อร์ยืนอยู่ที่เดิมอย่างเหม่อลอย ไม่รู้จะทำอย่างไรดีไปชั่วขณะ
ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยตระหนักถึงมาก่อนเลยว่าตัวเองมีความใส่ใจเผยลี่เชินมากแค่ไหนกัน แต่เมื่อสักครู่นี้เธอมองเห็นฉากนั้นด้วยตาของตนเอง ไม่สบายใจ น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ก็มากพอที่จะแสดงให้เห็นถึงสถานะของเผยลี่เชินที่อยู่ในใจของเธอแล้ว
แต่ว่า ในท้ายที่สุดเขาก็ยังคงทำให้เธอผิดหวัง
กำลังตกอยู่ในภวังค์ อยู่ๆก็มีเสียงๆหนึ่งดังสะท้อนเข้ามา “เสว่เอ๋อร์!”
หันหน้าไปตามต้นเสียง ก็เห็นลู่เหยาที่ก้าวขาเดินมาหาเธออย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าที่เร่งรีบ ไป๋เสว่เอ๋อร์ตะลึงงันไปชั่วขณะ ในใจเผยความรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด
ลู่เหยาเดินเข้ามาใกล้ เห็นตาทั้งสองข้างที่บวมแดงของเธอ ก็รีบเอ่ยปากถามขึ้นมาในทันทีว่า “คุณเป็นอะไรไป? ทำไมถึงร้องไห้?”
ไป๋เสว่เอ๋อร์โบกมือเล็กน้อย ไม่อยากนำเรื่องที่เป็นส่วนตัวมากจนเกินไปไปบอกกับผู้อื่น เธอจึงไม่พูดอะไรเลย
เห็นเธอไม่อยากจะพูดอะไรมาก ลู่เหล่าก็ไม่ได้ฝืนบังคับ เขาล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งออกมาจากในกระเป๋าเสื้อคลุมตัวใหญ่ ยื่นส่งให้กับเธอ “เช็ดน้ำตาสักหน่อย ผมพาคุณไปทานข้าว”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ยื่นมือออกไปรับเอาไว้ พยักหน้าเล็กน้อยพลางเอ่ย “ค่ะ”
ตลอดทางไปยังร้านอาหาร ไป๋เสว่เอ๋อร์ต่างก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ลู่เหยาที่อยู่ข้างๆก็นิ่งเงียบตามไปด้วย รอจนกระทั่งมาถึงร้านอาหาร อารมณ์และความรู้สึกของไป๋เสว่เอ๋อร์ถึงได้สงบลงมาอย่างมากมาย
ในขณะที่ลงจากรถ เดิมทีลู่เหยาคิดอยากจะเอ่ยให้กำลังใจสองสามประโยค แต่เห็นสีหน้าที่น่าสงสารเหมือนได้รับความไม่เป็นธรรมของไป๋เสว่เอ๋อร์ รู้ว่าในเวลานี้เธอไม่ยอมที่จะเอ่ยถึงเรื่องเมื่อสักครู่นี้ขึ้นมาอีกอย่างแน่นอน เขาจึงได้เบรกต้นประโยคเอาไว้อย่างกะทันหัน
“อาหารไทยร้านนี้ได้ยินมาว่าเหมือนกับอาหารในท้องถิ่นมากๆ เพื่อนของผมคนนึงแนะนำมา วันนี้มีเวลาว่างพอดี พวกเรามาลองชิมด้วยกัน”
“ค่ะ” ไป๋เสว่เอ๋อร์พยักหน้าเล็กน้อย เดินตามลู่เหยาเข้าไปในร้านอาหาร
ทั้งสองคนสั่งอาหารเสร็จ รอจนกระทั่งบริกรเดินจากไป ไป๋เสว่เอ๋อร์ถึงได้เอ่ยถามขึ้นมาว่า “รุ่นพี่คะ มาพบกับฉันตามลำพังในคราวนี้ มีเรื่องอะไรต้องการจะพูดหรอคะ?”
ลู่เหยาค่อนข้างตกใจที่เธอสามารถปรับโหมดได้รวดเร็วขนาดนี้ เริ่มพูดคุยเรื่องที่เป็นทางการ “เรื่องนี้...ก็ไม่รีบร้อนอะไรมาก อีกสักพักค่อยพูดกันก็ได้”
“พูดเถอะค่ะ ฉันอยากฟังดูสักหน่อย”
เห็นท่าทีที่หนักแน่นของไป๋เสว่เอ๋อร์ ลู่เหยาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ถึงได้เอ่ยปากออกมาอย่างช้าๆว่า “ก็ยังคงเกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นที่พวกเราสองบริษัทให้ความร่วมมือกัน คุณก็รู้ว่า ตอนนี้ก้าวแรกพวกเราก็ได้ก้าวออกไปแล้ว หนังสือแผนการถูกส่งมอบ แต่กลับไม่ได้เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการบรรลุผลสำเร็จของการร่วมมือในครั้งนี้ เห็นอยู่ว่าใกล้ที่จะถึงเหตุการณ์ของการประกาศผลการแข่งขันประมูล ในเวลานี้ พวกเราควรจะต้องมีการเคลื่อนไหวอะไรหน่อยใช่หรือเปล่า?”
ความหมายในคำพูดของลู่เหยาไป๋เสว่เอ๋อร์ได้ฟังอย่างเข้าใจดีแล้ว เธอจงใจเอ่ยถามต่อไปว่า “เช่น?”
ลู่เหยากดน้ำเสียงให้ต่ำลงพลางเอ่ย “การแข่งขันประมูลโครงการที่ใหญ่เหมือนกับแบบนี้ หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีการสร้างความสัมพันธ์และการใช้อำนาจทางตำแหน่งงานอย่างลับๆ เรื่องนี้คุณผมต่างก็เข้าใจเป็นอย่างดี ดังนั้นจะขาดการติดต่อและการฟังเสียงในเรื่องของความสัมพันธ์ไม่ได้ แต่พวกเราทางนี้ไม่เคยมีการจัดการเช่นนี้มาก่อน พูดในมุมมองของผู้ร่วมธุรกิจแล้ว ตอนนี้ผมไม่ค่อยเข้าใจในวิธีการคิดของพวกคุณ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์สูดหายใจเข้าเต็มปอด คำถามนี้เธอก็ได้เคยถามเผยลี่เชินแล้ว แต่คำตอบของเขาก็คือเขาจะหาวิธีจัดการด้วยตนเอง ให้เธอไม่ต้องแทรกมือเข้าไปยุ่ง แต่ตอนนี้ เรื่องได้ขยายและพัฒนาจนมาถึงจุดนี้แล้ว ต่อให้เธอไม่อยากแทรกมือก็คงจะยาก
เห็นไป๋เสว่เอ๋อร์ไม่พูดอะไรอยู่นาน ลู่เหยาจึงเอ่ยขึ้นต่อไปว่า “ผมรู้ว่าระหว่างประธานเผยและรองประธานเผยทั้งสองคนมีความสัมพันธ์กันแบบผู้เข้าร่วมการแข่งขัน ดังนั้นเผยซื่อบริษัทเดียวถึงได้ค้นหาบริษัทร่วมลงทุนสองแห่งที่ไม่เหมือนกันจากภายนอกผมได้ยินมาว่าช่วงนี้รองประธานเผยกับประธานเสิ่นต่างก็กำลังติดต่อสร้างความสัมพันธ์กัน พวกเราจะไม่ต้องการใช้มาตรการการเคลื่อนไหวอะไรเลยจริงๆน่ะหรอ?”