ตอนที่ 284
ตอนที่ 284 หนึ่งฝ่ามือที่มาอย่างกะทันหัน
October 28, 2026
ตอนที่ 284 หนึ่งฝ่ามือที่มาอย่างกะทันหัน
ลู่เหยาขมวดคิ้วขึ้น ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปาก เสิ่นหรูเฟิงก็ก้าวขาขึ้นมาข้างหน้าเล็กน้อย เข้าใกล้ตัวเขามากยิ่งขึ้น กดเสียงให้ต่ำลงแล้วเอ่ยปากออกมาว่า “หากหลินวู่ยินยอมที่จะร่วมลงทุนกับผมแล้วก็รองประธานเผย งั้นโอกาสที่จะชนะของพวกเราก็จะมากมายมหาศาลอย่างแน่นอน ประธานลู่ร่วมลงทุนกับเผยลี่เชิน ก็ใช่ว่าจะได้รับการแบ่งผลประโยชน์มาได้เท่าไร”
สีหน้าของลู่เหยาอึมครึมขึ้นมาในชั่วขณะ คิดไม่ถึงว่าเสิ่นหรูเฟิงจะเลื่อยขาเก้าอี้ได้อย่างตรงไปตรงมาขนาดนี้ เขาไม่แม้แต่จะคิด เอ่ยปากปฏิเสธขึ้นมาในทันที “ขอโทษนะครับ ผมไม่ได้มีความคิดเช่นนี้”
พูดจบ เขาก็ยกขาขึ้นเตรียมจะเดินจากไป
เสิ่นหรูเฟิงก้าวขาตามขึ้นมา ชิงก้าวขึ้นมาข้างหน้าก่อนหนึ่งก้าวขวางทางที่เขากำลังจะไป
“ประธานลู่ ไม่รีบร้อน ผมให้เวลาคุณคิดพิจารณา การซื้อขายนี้สำหรับคุณแล้ว มีประโยชน์ไร้โทษ คนปกติไม่มีใครที่จะปฏิเสธ ยิ่งไปกว่านั้น พาร์ทเนอร์ของคุณก็ใช่ว่าจะเป็นเพื่อน เขาเป็นถึงศัตรูหัวใจของคุณเชียวนะ...”
สายตาของลู่เหยามืดครึ้มลง คิดไม่ถึงว่าเสิ่นหรูเฟิงแม้แต่เรื่องที่เขาชอบไป๋เสว่เอ๋อร์ก็ยังจะรู้ ชั่วพริบตาก็รู้สึกผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าร้ายกาจรับมือยากราวกับเสือหน้ายิ้มก็ไม่ปาน ไม่ได้ลังเลอีกต่อไป ลู่เหยาเดินอ้อมตัวเขาไปในทันที
ลู่เหยาเพิ่งเดินมาได้เพียงไม่กี่ก้าว อยู่ๆก็เห็นเงาร่างหนึ่งยืนอยู่ในบริเวณที่ไม่ไกลออกไป คิดไม่ถึงว่าจะคือไปเสว่เอ๋อร์!
เธอกำลังยืนอยู่ตรงนั้นอย่างไกลๆมองมาทางนี้ เห็นได้ชัดว่ามองเห็นเขากับเสิ่นหรูเฟิงคุยกันเมื่อสักครู่นี้
หัวใจของลู่เหยาบีบตัวเข้าหากันแน่น แต่ก็ไม่แน่ชัดว่าเธอได้ยินบทสนทนาระหว่างเขากับเสิ่นหรูเฟิงหรือเปล่า เขารีบเดินเข้าไปในทันที เอ่ยปากขึ้นอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดีว่า “เสว่เอ๋อร์”
ในสายตาของไป๋เสว่เอ๋อร์มีความเคลือบแคลงใจเล็กน้อย “ทำไมคุณกับเขาถึงอยู่ด้วยกันได้คะ?”
ได้ยินเธอพูดเช่นนี้ ลู่เหยาถึงได้เดาออกว่า ไป๋เสว่เอ๋อร์ คงจะไม่ได้ยินเนื้อหาที่พวกเขาพูดคุยกัน และก็ไม่ได้ยิน “ศัตรูหัวใจ” คำนั้น
เขาวางใจลงเล็กน้อย เอ่ยปากขึ้นเบาๆว่า “บังเอิญพบเข้าพอดี พวกเรากลับไปกันก่อน ผมจะบอกกับคุณให้แน่ชัดสักหน่อยว่าผมกับเขาพูดคุยอะไรกันบ้าง?”
เห็นสีหน้าของลู่เหยานิ่งเฉย ใม่เหมือนว่ากำลังพูดโกหก ไป๋เสว่เอ๋อร์ถึงได้แอบโล่งอกอยู่ในใจ พยักหน้าเล็กน้อย เดินตามเขากลับไปยังโต๊ะอาหารด้วยกัน
หลังจากทั้งสองนั่งลงเป็นที่เรียบร้อย ลู่เหยาก็นำเอาเรื่องเหล่านั้นที่เสิ่นหรูเฟิงพูดเมื่อสักครู่นี้บอกกับไป๋เสว่เอ๋อร์อย่างคงสภาพเดิมไว้ไม่ได้มีการแตะต้องเปลี่ยนแปลง
ฟังที่มาที่ไปของเรื่องจบ ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็อดไม่ได้ที่จะละอายใจขึ้นมาเล็กน้อย “รุ่นพี่ เมื่อสักครู่นี้ขอโทษด้วยค่ะ เป็นฉันที่เข้าใจคุณผิดแล้ว คิดไม่ถึงว่าคุณจะมีหลักการขนาดนี้ เป็นฉันที่เอาความรู้สึกนึกคิดของคนถ่อยมาวัดใจของผู้ที่มีคุณธรรมสูงส่งเอง”
“อย่าพูดขนาดนี้เลย” ลู่เหยาหัวเราะขึ้นมาเล็กน้อย “นี่เป็นหลักการในการทำธุรกิจ ต่อให้เป็นการร่วมลงทุนอื่นๆ เรื่องที่ไม่ควรทำก็ยังคงไม่ควรทำ”
ได้ยินเขาพูดเช่นนี้ ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็ส่งยิ้มให้เขาอย่างปลื้มใจ “งั้นรุ่นพี่คะ เรื่องในคราวนี้ถือว่าฉันติดหนี้บุญคุณแล้วกันนะคะ ต่อไปหากมีอะไรที่ต้องการให้ฉันช่วยเหลือบอกฉันมาได้เลย”
ลู่เหยาก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรอีก หัวเราะขึ้นมาเล็กน้อยแล้วตอบรับออกไปว่า “โอเคครับ”
ทั้งสองคนรับประทานอาหารได้พอประมาณแล้ว หลังจากเช็คบิลเสร็จ ก็เดินออกจากร้านอาหารไปด้วยกัน หลังจากที่แยกทางกับลู่เหยาแล้ว ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็ดูโทรศัพท์มือถือแวบหนึ่ง คิดถึงว่างานที่ตกค้างก็จัดการไปได้พอประมาณแล้ว จึงได้เรียกรถกลับบ้านในทันที
ยังเดินไม่ถึงหน้าประตูบ้าน ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็เห็นป้าจางที่กำลังเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูใหญ่ ยังไม่ทันได้รอให้เธอได้เดินเข้าไป ป้าจางก็ลงจากบันไดเข้ามาต้อนรับก่อนในทันที
เห็นสีหน้าของเธอ ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจขึ้นมาอย่างประหลาด “เป็นอะไรไปคะป้าจาง?”
“คุณผู้ชายกลับมา หาคุณไม่เจอ โทรหาคุณก็ไม่ยอมรับสาย ก็เลยกลับเข้าไปในห้อง ไม่นานป้าก็ได้ยินเสียงข้าวของแตกกระจายอยู่ข้างในห้อง เขาดูเหมือนจะโมโหมาก คุณรีบไปดูหน่อยเถอะค่ะ!”
พอได้ยินเธอพูดเช่นนี้ เส้นประสาทของไป๋เสว่เอ๋อร์ก็ตึงแน่นขึ้นมา เธอไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย บึ่งไปยังชั้นสองกลับไปที่ห้องนอนภายในทันที
พอผลักประตูเข้าไป สิ่งที่สะท้อนเข้ามาข้างในม่านตาของไป๋เสว่เอ๋อร์ ก็คือเศษแจกันดอกไม้ที่แตกละเอียดอยู่เต็มพื้น ยังมีชายหนุ่มที่สีหน้าเคร่งขรึมเยือกเย็นจนน่ากลัวนั่งอยู่บนโซฟาที่มุมกำแพงห้อง