ตอนที่ 304
ตอนที่ 304 อยากกินของหวานสักคำ
October 28, 2026
ตอนที่ 304 อยากกินของหวานสักคำ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น พวกนักเลงกลับหัวเราะเยาะ สายตาเยาะเย้ยหยิ่งทะนง
“ตามใจเธอสิ! แจ้งตำรวจเลย! คิดว่าพวกเรากลัวงั้นหรอ? จะบอกเธอให้ พวกเรานอนคุกมาหลายหนแล้ว!”
นักเลงผู้ย้อมผมสีฟ้าใบหน้าเจ้าเล่ห์เดินตรงเข้ามาหาไป๋เสว่เอ๋อและจิงจิง
ไป๋เสว่เอ๋อหยิบมือถือขึ้นมา กำลังจะกดเบอร์โทร จู่ๆเจียงหวั่นหวั่นก็ปล่อยมือหล่อนออก หยิบกระเป๋าในมือขึ้นมา เขวี้ยงใส่นักเลงหัวสีฟ้า
ในกระเป๋าของหล่อนมีสิ่งของมากมาย หนักพอสมควร ถือเป็นอาวุธชั้นเยี่ยม เมื่อกระเป๋าถูกเขวี้ยงไปโดนนักเลงหัวฟ้าเข้าอย่างจัง
ไป๋เสว่เอ๋อรีบดึงแขนเจียงหวั่นหวั่นไว้ ทั้งสองฉุดยื้อแย้งกันไปมาจนเดินถอยไปด้านหลัง หล่อนกำลังคิดที่จะลากเจียงหวั่นหวั่นวิ่งหนี แต่เมื่อหันหลังกลับไป บังเอิญเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย “รุ่นพี่!”
สีหน้าของลู่เหยานิ่งขรึมจริงจัง เขาเดินก้าวขึ้นมา ใช้ตัวบังไป๋เสว่เอ๋อกับเจียงหวั่นหวั่นไว้ พูดขึ้น “ไม่ต้องกลัว!”
ยังพูดไม่ทันจบ เท้าของเขาก็ถูกยกขึ้นมา ถีบไปที่หน้าอกของนักเลงหัวฟ้าอย่างเต็มแรง
ไอ้หัวฟ้าถูกถีบจนกระเด็นถอยหลังไป เกือบจะฟุบลงไปกองกับพื้น นักเลงที่เหลืออีกสองคน เห็นว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีนัก จึงหันมองมาที่เขา จากนั้นก็รีบวิ่งบุกเข้ามา
ลู่เหยารีบหันหลังขวับ มองไปที่ไป๋เสว่เอ๋อ “พวกเธอไปหลบด้านข้างก่อน!”
“โอเคค่ะ!” ไป๋เสว่เอ๋อรีบตอบกลับ ดึงเจียงหวั่นหวั่นเดินไปที่ไกลอีกหน่อย ป้องกันไม่ให้ได้รับบาดเจ็บ
ลีลาการต่อสู้ของลู่เหยาคล่องแคล่วฉับไว ทั้งเตะทั้งต่อยจนนักเลงสองคนนั้นล้มลงไปนอนสลบอยู่บนพื้น เมื่อนักเลงทั้งสามที่ล้มนอนอยู่บนพื้นเห็นสถานการณ์เลวร้ายขึ้น จึงรีบพากันลุกขึ้นมา วิ่งหนีกระเจิดเจิงออกไป
เมื่อเห็นว่านักเลงทั้งสามหนีกันไปหมดแล้ว ลู่เหยาจึงจะหันหลังกลับมามองไป๋เสว่เอ๋อและเจียงหวั่นหวั่น ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “พวกเธอโอเคใช่ไหม?”
“พวกเราไม่เป็นไรค่ะ” ไป๋เสว่เอ๋อพยักหน้า “รุ่นพี่มาที่นี่ได้ยังไงคะ?”
ลู่เหยายิ้ม “ผมเห็นพวกคุณทั้งสองตั้งแต่ที่ร้านชาบูแล้ว ผมไปทานกับเพื่อน เห็นพวกคุณคุยกันอย่างสนุกสนาน จึงไม่กล้าเข้าไปขัด เมื่อครู่เพิ่งทานเสร็จ เดินออกมา เห็นพวกเธอโดนนักเลงล้อมอยู่ไกลๆ จึงรีบวิ่งเข้ามา”
“ยังดีที่ครั้งนี้เจอพี่มาช่วย ไม่อย่างนั้นพวกเราสองคนไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไป!” ไป๋เสว่เอ๋อถอนหายใจเฮือกใหญ่ “รุ่นพี่ ขอบคุณมากนะคะ!”
ลู่เหยายิ้ม “ขอบคุณอะไรกัน ถ้าวันนี้เป็นคนอื่นที่โดนแบบนี้ ผมก็จะช่วยเช่นกัน”
หลังจากเจอเหตุการณ์นี้ เจียงหวั่นหวั่นสร่างเมาขึ้นมาทันที รีบพูดขอบคุณลู่เหยา
ลู่เหยายิ้มให้ทั้งสอง พูดขึ้นต่อ “นี่ก็ดึกมากแล้ว ไม่อย่างนั้นให้ผมไปส่งพวกเธอไหม จะได้ปลอดภัยด้วย”
ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ไป๋เสว่เอ๋อพยักหน้าลง ตอบกลับ “ได้ค่ะ รบกวนรุ่นพี่ด้วยนะคะ”
หลังจากขึ้นไปนั่งบนรถของลู่เหยา พวกเขาไปส่งเจียงหวั่นหวั่นกลับบ้านก่อน ไป๋เสว่เอ๋อจึงค่อยกลับบ้านของตน จากนั้นก็ขอบคุณเขาอีกครั้ง “ครั้งนี้รบกวนพี่เยอะเลยนะคะ”
“ไม่เป็นไรเลยจริงๆ เรื่องการชนะประมูล ผมก็ยังอยากจะขอบคุณเธอดีๆสักครั้งนะ!” ลู่เหยาขับรถพลาง ขอบคุณพลาง “ผมได้คุณกับประธานเผยไว้แล้ว ครั้งนี้ตั้งใจจะจัดงานเลี้ยงฉลองประมูลกันที่เรือสำราญซิงกวางแถบชานเมืองทางทิศตะวันออก และจะเชิญคนจากฝ่ายโครงการก่อสร้างเข้าร่วมด้วย”
“อลังการขนาดนั้นเลย?” ไป๋เสว่เอ๋อทั้งตกใจทั้งดีใจ แต่เมื่อลองมาคิดดูดีๆ โครงการครั้งนี้ทำให้ผู้ร่วมลงทุนได้ผลประโยชน์มากน้อยเท่าไหร่ หล่อนก็เข้าใจขึ้นมาทันที โครงการก่อสร้างแบบนี้ เมื่อสำเร็จขึ้นมา ลาภยศหน้าตาก็จะดูดีมีภูมิฐานขึ้นมาทันที คงเป็นการซื้อขายที่ได้กำไรงอกงามไม่น้อย ดังนั้น เพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จในการร่วมมือและการเริ่มต้น การเลี้ยงฉลองแบบนี้ถือว่าสมเหตุสมผล
ลู่เหยาพูดหยอกล้อเล่นขึ้นมา “ในงานยังสามารถควงผู้หญิงไปร่วมได้ด้วย เกรงว่าผมต้องไปแบบคนโสดคนเดียวแล้วสิ”
ไป๋เสว่เอ๋อหัวเราะตาม “รุ่นพี่เก่งขนาดนี้ อยากจะหาแฟนก็คงไม่ยากไม่ใช่หรอคะ?”
“เพียงแต่ไม่เคยหาใครที่ถูกชะตากันได้เลย เรื่องแบบนี้ ก็ต้องดูพรหมลิขิต รีบร้อนไม่ได้”
เขาพูดพลาง หันมามองไป๋เสว่เอ๋อด้วยสายตาอันลึกซึ้ง
เมื่อสังเกตเห็นสายตาของเขา ไป๋เสว่เอ๋อยิ้มขึ้นมา เบนหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง พูดขึ้น “ฤดูหนาวกำลังจะมาถึงแล้ว...”
หลังจากนั้นสิบนาที รถของเขาก็ขับมาถึงบ้านของหล่อน กำลังขับผ่านทางเล็กๆในบ้านตระกูลเผย ไป๋เสว่เอ๋อก็บอกให้ลู่เหยาจอดรถ