ตอนที่ 322
ตอนที่ 322 คุณพ่อจากไปเสียแล้ว
October 28, 2026
ตอนที่ 322 คุณพ่อจากไปเสียแล้ว
ไป๋เสว่เอ๋อร์รีบเดินทางจากคฤหาสน์ส่วนตัวไปถึงยังโรงพยาบาลเขตหลิ่งอาน เมื่อเธอไปถึงที่นั่น เธอก็ถูกพาตัวไปยังบริเวณหน้าห้องพักผู้ป่วยขนาดเล็ก ที่ตั้งอยู่ถัดจากห้องฉุกเฉินในทันที
เมื่อหมอที่สวมใส่ชุดขาวเห็นไป๋เสว่เอ๋อร์เข้า เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา “ผู้ป่วยประสบภาวะเลือดออกภายในสมองอย่างกะทันหัน เราช่วยเขาอย่างสุดความสามารถแล้วครับ คุณเข้าไปที่ด้านในเพื่อพบเขาเป็นครั้งสุดท้ายเถอะครับ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ภายในหัวสมองของไป๋เสว่เอ๋อร์ก็ว่างเปล่าขาวโพลน ภายในหูของเธอมีเสียงพึมพำดังก้องไม่หยุด เมื่อเห็นว่าหมอกำลังจะเดินจากไป ทันใดนั้น หญิงสาวก็ยื่นมือออกมา และคว้าแขนของหมอคนนั้นเอาไว้ “คุณหมออย่าเพิ่งไปค่ะ! คุณหมอโกหกฉันอยู่ใช่ไหมคะ! คุณพ่อของฉันสุขภาพแข็งแรงมากนะคะ เรื่องแบบนี้จะเป็นไปได้อย่างไรกัน! คุณหมอจะต้องช่วยเขาให้ได้นะคะ! ฉันยินดีรอ! ฉันขอร้องล่ะค่ะ คุณหมอ!”
เธอไม่เคยขอร้องหรือพูดอะไรที่ไร้เหตุผลแบบนี้มาก่อน แต่ในตอนนี้ เธอใช้แรงทั้งหมดที่มีไปกับการตะโกนและขอร้อง การตีโพยตีพายขอร้องคุณหมอทั้งหมดนี้กลับมีแต่ความรู้สึกผิดเป็นที่สุดและความรู้สึกที่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรพ่อของเธอได้เลยอัดแน่นท่วมท้นอยู่ภายในหัวใจเท่านั้น
ใบหน้าของหมอเต็มไปด้วยความรู้สึกลำบากใจ เมื่อเห็นไป๋เสว่เอ๋อร์ที่เต็มไปด้วยน้ำตาไหลรินเปื้อนเต็มใบหน้า เขาก็ทำได้เพียงขมวดคิ้วและค่อยๆ ปลอบเธอให้ยอมรับกับความจริงที่เกิดขึ้น “หมอขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งด้วยครับ คุณรีบไปดูหน้าเขาเป็นครั้งสุดท้าย และจัดการเรื่องราวต่างๆ ที่จำเป็นต้องทำในอนาคตให้เร็วที่สุดเถอะครับ”
“ไม่! เป็นไปไม่ได้! คุณพ่อจะมาจากฉันไปแบบนี้ไม่ได้!”
มือทั้งสองข้างของไป๋เสว่เอ๋อร์เต็มไปด้วยแรงมหาศาลอย่างเหลือเชื่อ ไม่ว่าคุณหมอจะพูดอย่างไร เธอก็ไม่อาจที่จะยอมรับความจริงที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ได้เลย
เผยลี่เชินเข้ามากอดเธอจากทางด้านหลัง และเอ่ยปากปลอบโยนเธออย่างใจเย็น “เสว่เอ๋อร์ คุณสงบสติอารมณ์ก่อนนะ พวกเราเข้าไปหาคุณลุงกันเถอะ”
“ฉันไม่ไป! พ่อของฉันยังไม่ตาย! พวกคุณอย่ามาหลอกฉันเลย!”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ขัดขืนและดื้นต่อไปไม่หยุด แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่อาจต้านทานความแข็งแรงของชายหนุ่มได้ เธอทั้งร้องไห้และดื้นต่อไป จนในที่สุด เธอก็หมดแรงไปกับการตะโกนร้องไห้เสียงดังด้วยความเศร้าโศกอย่างสิ้นเชิง
ปลายเท้าของเธออ่อนแรงลง และแทบจะยืนตัวตรงไม่ได้เลยสักนิดเดียว เผยลี่เชินจึงโอบร่างของเธอเอาไว้จากด้านหลัง สีหน้าของเขานั้นดูเศร้าสร้อยและเย็นชามากยิ่งขึ้น
อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับไป๋เจิ้งตงทำให้เขาต้องจากไปอย่างกะทันหันแบบนี้ มันช่างเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อเสียจริงๆ
แต่ว่าในตอนนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องทำให้ไป๋เสว่เอ๋อร์ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นนี้ให้ได้
เขาเอื้อมมือออกมา และคว้าตัวของหญิงสาวเข้าไปกอดอย่างแนบแน่น พร้อมกับโน้มตัวไปกระซิบที่ข้างหูของหญิงสาวเพื่อปลอบโยนเธอว่า “มันคือความจริงที่กำลังเกิดขึ้น คุณไม่มีทางที่จะหนีจากมันไปได้! พวกเราไม่มีทางหนีไปได้ ไม่ว่าอย่างไร จะช้าหรือเร็วก็ต้องเผชิญหน้ากับมันนะ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ส่ายหัวอย่างแน่วแน่ แต่น้ำตาของเธอนั้นกลับไหลรินเอ่อล้นออกมาจากดวงตาของเธอโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด “ฉันเพิ่งไปหาคุณพ่อมาเมื่อไม่นานนี้เอง ตอนนั้น คุณพ่อยังดูแข็งแรงดีอยู่เลย......”
เธอตั้งตานับวันนับคืนรออย่างนับครั้งไม่ถ้วน และวาดหวังไว้ว่าเมื่อถึงวันที่คุณพ่อของเธอได้ชดใช้ความผิดทุกอย่างจนหมดสิ้นแล้ว ตระกูลไป๋จะได้กลับมาอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง ถึงแม้ว่าคุณแม่ไป๋จะทรยศพวกเขาทั้งสองคนไปแล้ว แต่ถ้าเกิดว่าเธอมีโอกาสที่จะโน้มน้าวให้คุณแม่ไป๋กลับมาได้ล่ะก็ ครอบครัวไป๋ก็จะได้กลับมารวมตัวและได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันสามคนพ่อแม่ลูกเหมือนเดิมเสียที แต่ทว่าในตอนนี้ ความจริงที่เกิดขึ้นนั้น กลับทำให้ความคาดหวังครั้งสุดท้ายของเธอต้องหลุดลอยและปลิวหายไปในอากาศ และไม่เหลือโอกาสอะไรให้เธอได้เฝ้ารอต่อไปอีกแม้สักนิดเดียว
เธอไม่มีทางที่จะยอมรับความจริงในตอนนี้ได้ คนที่คอยดูแลและอยู่กับเธอมานานกว่า 20 กว่าปีคนนี้ ตอนนี้กลับไม่สามารถพูดอะไรได้อีกแล้ว เขากลับกลายเป็นเพียงร่างที่ไร้วิญญาณและไร้อุณหภูมิ กำลังนอนรอให้เธอเข้าไปพบหน้าเขาเป็นครั้งสุดท้ายเท่านั้น
“พวกเราเข้าไปหาคุณลุงกันเถอะ” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาสงบนิ่งลงมากขึ้น เผยลี่เชินจึงเอ่ยปากโน้มน้าวเธออย่างใจเย็น “โลกนี้มีความจริงจำนวนมากที่เราไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้นะ”
ภายในหัวใจของไป๋เสว่เอ๋อร์บีบแน่นมาก เธอกำมือของเธอแน่น แรงทั้งหมดของเธอกลับขึ้นมาอีกครั้ง เธอค่อยๆ ผลักเผยลี่เชินออกไป และเดินตรงไปยังบริเวณหน้าประตูของห้องผู้ป่วยในทันที
ทุกย่างก้าวที่เธอเดินไปนั้นไร้ความมั่นคง แขนทั้งสองข้างของเธอซึ่งห้อยไว้อยู่ที่ข้างลำตัวสั่นเทาเล็กน้อย เธอขบริมฝีปากล่างและรวบรวมความกล้าจนเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูของห้องผู้ป่วย
ในตอนที่เธอกำลังผลักประตูห้องผู้ป่วยเข้าไปนั้น เธอยังคงกอดความหวังที่เธอมีเอาไว้เป็นครั้งสุดท้าย แต่ทันทีที่เธอผลักประตูเข้าไป และเห็นร่างที่กำลังนอนอยู่บนเตียงนั้น มีใบหน้าที่ซีดเซียวอ่อนแรงและไร้ซึ่งลมหายใจ น้ำตาของไป๋เสว่เอ๋อร์ก็เอ่อล้นระเบิดออกมาในทันที
ในตอนนั้น เธอต้องยอมรับความจริงที่อยู่ตรงหน้าอย่างช่วยไม่ได้ว่า คุณพ่อของเธอนั้นได้จากไปแล้วจริงๆ
เธอขบฟันของตัวเองอย่างรุนแรงเพื่อกลั้นไม่ให้น้ำตาของตนเองไหลอีกต่อไป จากนั้นไป๋เสว่เอ๋อร์ก็เดินยังไปข้างเตียงด้วยท่าทีที่สงบนิ่งอย่างน่าประหลาด เมื่อเธอกวาดสายตามองไปที่ใบหน้าอันคุ้นตาและคุ้นเคยเป็นอย่างดีนั้น ความโศกเศร้าก็ผุดขึ้นมาภายในหัวใจของเธอแทบจะในทันที
เผยลี่เชินยืนอยู่ที่บริเวณหน้าประตู และค่อยๆ ปิดประตูห้องผู้ป่วยให้สนิทอย่างเบามือ พร้อมกับปล่อยให้พวกเขาทั้งสองคนได้อยู่มองหน้ากันเป็นครั้งสุดท้าย
หลังจากผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็เดินออกมาจากห้องผู้ป่วยด้วยดวงตาที่บวมช้ำและแดงก่ำ พร้อมกับพยักหน้าเป็นสัญญาณให้กับพยาบาลที่ยืนรออยู่เป็นเวลานาน จากนั้น เธอก็เดินไปข้างหน้าสายตาที่เต็มไปด้วยความเฉยเมย
เผยลี่เชินเดินไปข้างหน้า ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปาก เขาก็ได้ยินเสียงของหญิงถามเขาออกมาว่า “แม่ของฉันยังไม่มาเหรอคะ”
เขาลังเลไปครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะบอกความจริงหญิงสาวไป “ยังครับ”