ตอนที่ 324
ตอนที่ 324 ทำไมต้องปิดบังเธอด้วย
October 28, 2026
ตอนที่ 324 ทำไมต้องปิดบังเธอด้วย
ทันทีที่เดินทางมาถึงยังหน้าประตูของเรือนจำ รถของคุณจะต้องจอดนิ่งสนิทอยู่ที่บริเวณหน้าประตูเท่านั้น ไป๋เสว่เอ๋อร์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอมองไปที่เผยลี่เชินด้วยสีหน้าทจริงจัง “ฉันไปคนเดียวได้ค่ะ คุณรอฉันอยู่ที่นี่ก็พอแล้ว”
เมื่อได้ยินหญิงสาวพูดเช่นนั้น เผยลี่เชินก็ขมวดคิ้วเลกน้อย พร้อมกับถามซ้ำๆ ย้ำไปย้ำมาหลายครั้งว่า “คุณไปคนเดียวได้จริงๆ เหรอครับ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์พยักหน้าอย่างแน่วแน่ “ฉันไปคนเดียวได้ค่ะ”
การสูญเสียคนที่รักและใกล้ตัวไปอย่างกะทันหัน ดูเหมือนว่าจะทำให้เธอเข้มแข็งและเติบโตขึ้นแทบจะในทันที และเมื่อเป็นสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับคุณพ่อของเธอด้วยแล้วนั้น เธอก็อยากที่จะเข้าไปรับของสิ่งนั้นออกมาด้วยตัวเองเพียงลำพัง
ถึงแม้ภายในใจของเขาจะลังเล แต่เมื่อเห็นแววตาอันแน่วแน่ของหญิงสาวแล้ว เผยลี่เชินก็รู้สึกโล่งใจ “ครับ ผมจะรอคุณอยู่บนรถก็แล้วกัน”
ไป๋เสว่เอ๋อร์พยักหน้า เธอผลักประตูและลงจากรถไป ลมเย็นๆ พัดผ่านร่างกายของเธอ แขนและขาของเธอทั้งหมดนั้นแข็งเล็กน้อยไปชั่วขณะหนึ่ง ร่องรอยแห่งความอบอุ่นครั้งสุดท้ายที่อยู่ภายในร่างกายของเธอค่อยๆ หลุดลอยและมลายหายไปพร้อมกับสายลมนั้น
เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และเดินตรงไปที่ประตูใหญ่ของเรือนจำ เธอเดินเข้าไปยังภายในเรือนจำนั้นพร้อมกับเจ้าหน้าที่คนนั้น
ความทรงจำเมื่อครั้งก่อนในตอนที่เธอมาเยี่ยมคุณพ่อที่นี่นั้นค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาซ้อนทับกับภาพเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้อย่างช้าๆ ไป๋เสว่เอ๋อร์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอพยายามเก็บและกดความรู้สึกอ่อนไหวและความรู้สึกอ่อนแอที่ผุดขึ้นมาภายในหัวใจเอาไว้ พร้อมกับกัดฟันและเดินตรงไปข้างหน้าทีละก้าวอย่างช้าๆ
เจ้าหน้าที่เรือนจำคนนั้นพาเธอเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาไปตามเส้นทางต่างๆ เมื่อมาถึงยังห้องเล็กๆ ห้องหนึ่ง เขาก็ให้เธอเข้าไปในนั้น “มันเป็นกระบวนการบางอย่างที่คุณจำเป็นต้องทำ รอสักครู่จะมีเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเรื่องนี้นำเอกสารมาให้คุณเซ็นตามขั้นตอนเล็กน้อย”
“ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ” ไป๋เสว่เอ๋อร์ตอบกลับไปอย่างแผ่วเบา ภายในดวงตาของเธอนั้นดูว่างเปล่า
เมื่อเจ้าหน้าที่เรือนจำคนนั้นหันหลังเดินจากไป ครู่ต่อมา บรรยากาศภายในห้องนั้นก็กลับมาเงียบสงัดอีกครั้งหนึ่ง เมื่อมาอยู่ในสถานที่แบบนี้แล้ว ดูเหมือนว่าแม้แต่เวลาก็เดินผ่านไปช้าลงมากเหลือเกิน ทุกวินาทีที่ผ่านไปนั้นช่างยาวนานนับวันนับปี ไป๋เสว่เอ๋อร์จ้องไปที่เข็มชี้บอกวินาทีของนาฬิกาที่แขวนไว้อยู่บนผนังที่ไร้การตกแต่งใดๆ ของห้อง เธอคอยนับทุกวินาทีที่ผ่านไปนั้นอยู่ภายในใจ
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร ในที่สุด ประตูด้านนอกก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้นมา จากนั้น ก็มีเจ้าหน้าที่เรือนจำหญิงที่สวมชุดเครื่องแบบคนหนึ่งผลักประตูและเดินเข้ามาภายในห้อง เธอถือแบบแฟ้มเอกสารจำนวนหนึ่งที่ดูเหมือนเอาไว้ใช้สำหรับการลงทะเบียนในครั้งนี้เข้ามาด้วย
เธอหยิบเอาแบบฟอร์มเอกสารที่จำเป็นต้องใช้และใบกรอกรายละเอียดข้อมูลแยกออกมา จากนั้น เธอก็ส่งปากกาด้ามหนึ่งให้ไป๋เสว่เอ๋อร์ “รบกวนคุณช่วยกรอกแบบฟอร์มทั้งหมดนี้ด้วยค่ะ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์พยักหน้าคล้อยตาม เธอค่อยๆ กรอกข้อมูลตามที่เจ้าหน้าที่หญิงคนนั้นต้องการลงไปทีละรายการ หลังจากที่กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่หญิงคนนั้นก็ผลักแฟ้มเอกสารอีกเล่มหนึ่งมาวางไว้ที่ตรงหน้าของเธอ “แค่เขียนวันเวลาที่คุณมาเยี่ยมลงไป ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ยังคงก้มหน้า และยกปากกาขึ้นมาเพื่อที่จะกรอกข้อมูลที่ว่านั้นลงไป แต่เมื่อหางตาของเธอนั้นเหลือบไปเห็นข้อมูลที่ถูกกรอกเอาไว้อยู่ที่บรรทัดด้านบน การเคลื่อนไหวของเธอก็หยุดชะงักไปชั่วครู่ คิ้วของเธอนั้นค่อยๆ ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
เมื่อไรก็ตามที่มีคนมาเยี่ยมคุณพ่อของเธอนั้น คนคนนั้นจะต้องลงชื่อในแบบฟอร์มใบลงชื่อผู้มาเยี่ยมทุกครั้งไป เธอจำได้ว่าครั้งก่อนที่เธอมาเยี่ยมนั้น เธอได้ลงชื่อของตนเองไปเรียบร้อยแล้ว แต่ทว่าข้อมูลล่าสุดที่ปรากฏอยู่นั้น คนสุดท้ายที่เดินทางมาพบคุณพ่อของเธอนั้นไม่ใช่ไป๋เสว่เอ๋อร์ แต่กลายเป็นคนอื่นแทน
“ฉีเฟิง” คำสองคำนั้นคือสิ่งที่ถูกบันทึกเอาไว้อยู่ที่กรอบตารางด้านบน เวลาที่มาเยี่ยมนั้นคือเมื่อสามวันก่อน
ทันใดนั้น หัวใจของไป๋เสว่เอ๋อร์ก็บีบแน่นขึ้นมา มือของเธอที่กำลังจับปากกาอยู่นั้นสั่นเทิ้มไปหมด ภายในหัวของเธอนั้นเต็มไปด้วยคำถามที่ยังคงค้างคาใจและต้องการคำตอบผุดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก.......
เธอทำงานให้กับเผยลี่เชินมาเป็นเวลานาน นานพอที่จะรู้ดีว่าคนที่มีสถานะทางสังคมอย่างเขานั้น เวลาที่เขาคิดจะทำสิ่งใดก็ตาม เขาจะต้องทำมันให้สำเร็จให้จงได้ ดังนั้น มีหลายครั้งที่ธุระหน้าที่การงานเหล่านั้น เขาจึงจำต้องใช้ชื่อของผู้ใต้บังคับบัญชาไปทำในสิ่งนั้นให้สำเร็จ
เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว ถ้าเกิดเธอเดาไม่ผิดแล้วล่ะก็ เมื่อสามวันก่อน เผยลี่เชินได้มาเยี่ยมคุณพ่อของเธอที่นี่ แต่ตอนที่ต้องลงทะเบียนกรอกข้อมูลนั้น เขากลับเขียนชื่อของฉีเฟิงลงไปแทน
แต่ทว่าเขากลับไม่เคยบอกเธอเรื่องนี้มาก่อนเลยสักนิดเดียว แม้ว่าวันนี้คุณพ่อของเธอจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้ว เขาก็ยังเลือกที่จะปิดบังเธอเอาไว้อยู่ดี
เมื่อสามวันก่อนตอนที่พวกเขาทั้งสองคนมาพบกันนั้น พวกเขาคุยเรื่องอะไรกันแน่นะ เป็นไปได้ไหมว่าเรื่องนี้มันจะเกี่ยวข้องกับตัวเธอด้วย หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ มันอาจจะเกี่ยวข้องกับตัวเผยลี่เชินด้วยเหมือนกัน
คำถามชวนให้สงสัยผุดขึ้นมาและยังคงวนเวียนอยู่ภายในหัวสมองของไป๋เสว่เอ๋อร์อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เธอไม่อยากคิดมากอีกต่อไป แต่ทว่าในเวลาแบบนี้นั้น เธอไม่อาจที่จะคลายความสงสัยลงไปได้เลยแม้สักนิดเดียว
เรื่องของความเป็นความตายไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และยิ่งผู้ที่จากไปนั้นกลับเป็นคุณพ่อที่เธอรักสุดหัวใจด้วยแล้ว จะไม่ให้เธอคิดมากได้อย่างไรกัน
“มีอะไรไม่ถูกต้องหรือเปล่าคะ”