ตอนที่ 325
ตอนที่ 325 หนึ่งในผู้ต้องสงสัย
October 28, 2026
ตอนที่ 325 หนึ่งในผู้ต้องสงสัย
ระหว่างทางที่เดินทางออกจากเรือนจำ และกำลังมุ่งหน้ากลับไปยังคฤหาสน์ ไป๋เสว่เอ๋อร์นิ่งเงียบและไม่ยอมพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องราวที่เธอเพิ่งได้ค้นพบเมื่อสักครู่นี้เลย
เมื่อเผยลี่เชินเห็นหญิงสาวนั่งเงียบตลอดทาง เขาก็คิดแต่เพียงว่าเธอคงกำลังจมอยู่กับความโศกเศร้าและไม่สามารถที่จะปล่อยวางและทำใจยอมรับได้ เขาจึงไม่คิดที่จะถามอะไรออกไป
ทันทีที่รถยนต์เคลื่อนมาถึงคฤหาสน์ ไป๋เสว่เอ๋อร์กอดเสื้อผ้าของคุณพ่อของเธอเอาไว้ และเดินตรงขึ้นบันไดไปด้วยใบหน้าที่เรียบตึงและว่างเปล่า
เมื่อป้าจางเห็นท่าทางของไป๋เสว่เอ๋อร์เข้า เธอจึงคิดที่จะเดินไปถามไถ่เสียหน่อย แต่เมื่อเห็นว่าสีหน้าของเผยลี่เชินนั้นมีบางอย่างผิดปกติเช่นกัน เธอจึงหยุดและยืนอยู่ที่เดิม
“คุณผู้ชาย คุณหนูไป๋ เธอ......” เมื่อเห็นว่าแผ่นหลังของไป๋เสว่เอ๋อร์ค่อยๆ หายลับตาไปที่บริเวณหน้าบันไดแล้ว ป้าจางจึงกล้าที่จะถามเผยลี่เชินออกไป
เผยลี่เชินส่ายหัว พร้อมกับพูดด้วยเสียงเข้มว่า “ป้าจางครับ ป้าช่วยเตรียมข้าวต้มกับกับข้าวเล็กน้อย แล้วเอาไปส่งข้างบนให้ทีนะครับ”
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนอยู่ในสภาพที่ผิดปกติ ป้าจางก็ไม่คิดที่จะถามอะไรมากมาย เธอจึงทำได้เพียงพยักหน้า จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องครัวทันที
เผยลี่เชินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้น เขาก็เดินขึ้นไปยังห้องนอนชั้นบน เมื่อเขาผลักประตูเข้าไป ก็เห็นว่าห้องนอนนั้นมืดสนิทจนทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดเจน ไฟในห้องยังคงปิด และผ้าม่านก็ยังคงถูกดึงปิดเอาไว้อยู่เช่นเดิม
เขารู้สึกลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้น เขาก็เปิดโคมโฟติดผนังในห้องขึ้น และพูดด้วยเสียงเบาๆ ว่า “อยากให้ผมอยู่เป็นเพื่อนคุณไหมครับ”
เสื้อผ้าของไป๋เจิ้งตงถูกวางเอาไว้อยู่บนโต๊ะข้างเตียง ไป๋เสว่เอ๋อร์นอนขดตัวเล็กๆ อยู่บนเตียง ร่างกายของเธอนิ่งและไม่เคลื่อนไหวใดๆ
เผยลี่เชินเดินเข้าไปหาหญิงสาว ขณะที่เขากำลังโน้มตัวเข้าไปใกล้นั้น จู่ๆ หญิงสาวก็เอ่ยปากขึ้นมาว่า “ฉันอยากอยู่คนเดียวสักพัก ได้ไหมคะ”
ถึงแม้เธอจะเอ่ยปากถามเขาออกไปเช่นนั้น แต่เห็นได้ชัดว่าน้ำเสียงของเธอนั้นเป็นการปฏิเสธคนทุกคนที่อยากจะเข้ามาใกล้เธอ เผยลี่เชินหยุดนิ่งและเงียบไปครู่หนึ่ง สุดท้ายแล้ว เขาก็เอ่ยปากออกมาว่า “ได้ครับ”
เขาค่อยๆ เดินอย่างเบาๆ ไปที่ประตูห้องนอน ปิดไฟ จากนั้นก็ปล่อยให้หญิงสาวอยู่ในห้องนอนเพียงลำพัง
ปฏิกิริยาของหญิงสาวที่โต้ตอบกลับมานั้น หัวใจของชายหนุ่มได้เตรียมตัวรับมือกับเรื่องนี้เอาไว้บ้างแล้ว ตัวเขาเองนั้นก็เคยสูญเสียคนที่รักมาก่อน ตัวเขาในตอนนั้นกับตัวเธอในตอนนี้เองก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไรนัก
เผยลี่เชินถอนหายใจ จากนั้นเขาก็เดินมุ่งหน้าไปยังห้องอ่านหนังสือ และค่อยๆ ปิดประตูห้องอ่านหนังสือทีละบาน
ไป๋เสว่เอ๋อร์นอนอยู่เตียงนอน และยังคงแน่นิ่งไม่ไหวติงเหมือนเช่นเดิม เธอไม่ขยับตัวสักนิดเดียว ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร เมื่อเธอไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวใดๆ เกิดขึ้นรอบตัวเธอแล้ว เธอจึงค่อยๆ หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าเสื้ออย่างช้าๆ
ตอนนี้ เธอต้องการที่จะสืบหาความจริงในเรื่องนี้ให้ได้ แต่เมื่อนึกคิดถึงบรรดาผู้คนที่พอจะช่วยเหลือเธอได้นั้น เผยลี่เชินเป็นคนที่เธอเชื่อใจและไว้วางใจมากที่สุด แต่ทว่าตอนนี้ เขากลับกลายเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยของเธอเข้าเสียแล้ว
เธอเคยเห็นวิธีที่เผยลี่เชินใช้จัดการกับปัญหามาก่อน และรู้ดีว่าเมื่อเขาเย็นชาและไร้ความปรานีนั้น เขามีลักษณะเป็นเช่นไร และเธอเองก็รู้ดีว่าสำหรับตัวเขาแล้ว ใครก็ตามที่หมายจะขัดขวางเขา คนคนนั้นคือศัตรูของเขา
ถ้าเกิดว่าหลังจากที่เผยลี่เชินและคุณพ่อได้พบกันในวันนั้นแล้ว คุณพ่อเกิดไม่เห็นด้วยในความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคน ทำให้เผยลี่เชินรู้สึกคับข้องใจ และคิดที่จะกำจัดคุณพ่อของเธอไปให้พ้นทาง เรื่องแบบนี้ มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เสียหน่อยนี่นา
นับตั้งแต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับฟางหรงเทียนในครั้งนั้น ไปจนถึงเรื่องที่เขาจัดการด้วยวิธียิงปืนนัดเดียวได้นกสามตัวเมื่อไม่นานมานี้ รวมไปถึงการอาศัยบารมีของคุณพ่อที่สะสมอยู่ก่อนหน้าในการเอาชนะประมูลโครงการทางวิศวกรรมโครงการนั้น ตัวเธอเองก็รู้อยู่แก่ใจดีว่า เขาเป็นคนที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่เขาต้องการ
การที่เผยลี่เชินเป็นแบบนี้นั้น ไม่เพียงแต่ทำให้เธอรู้สึกผิดหวังแล้ว มันยังทำให้เธอรู้สึกกลัวขึ้นมาอีกด้วย
แต่ทว่าการคาดเดาทั้งหมดเกี่ยวกับเผยลี่เชินที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เป็นเพียงแค่ความสงสัยคลางแคลงใจของตัวเธอเองเท่านั้น เธอจะต้องออกไปสืบหาความจริงของเรื่องราวในครั้งนี้ให้จงได้
แต่ทว่าในตอนนี้นั้น คนที่พอจะช่วยเหลือเธอได้นั้น กลับไม่มีเลยแม้แต่คนเดียว
หลังจากที่เธอยังคงลังเลคิดกลับไปกลับมา ท้ายที่สุดแล้ว ใบหน้าของใครบางคนก็ปรากฏขึ้นมาภายในหัวสมองของเธอ....ลู่เหยานั่นเอง
เขาเป็นคนนอกที่สมบูรณ์แบบในทุกด้าน และยังเป็นรุ่นพี่ที่ยินยอมช่วยเหลือเธอย่างไม่มีข้อแม้ใดๆ และตัวเขาเองนั้น ก็เปี่ยมไปด้วยความสามารถสำหรับการตรวจสอบเรื่องแบบนี้ด้วย
หลังจากที่ชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีและข้อเสียหลายครั้งแล้ว ลู่เหยานั้นเป็นบุคคลที่เหมาะสมกับหน้าที่นี้เป็นที่สุด
ถึงแม้ว่าการขอร้องให้เขาช่วยนั้นจะเป็นเรื่องยากสำหรับเธอที่ต้องเอ่ยปากออกไป แต่ในเมื่อตอนนี้เธอไม่รู้จะหันไปพึ่งใครแล้ว เขาจึงเป็นเพียงคนเดียวที่เธอพอจะฝากความหวังเอาไว้ด้วยได้
ไป๋เสว่เอ๋อร์กดโทรออกไปหาเขา ทันใดนั้น เธอก็กำโทรศัพท์มือถือของเธอเอาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
“ว่าไงครับ เสว่เอ๋อร์”
ชายที่อยู่ปลายสายกดรับโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว เสียงของชายหนุ่มนั้นยังคงอ่อนโยนและนุ่มนวลเหมือนเมื่อก่อน เหมือนคนที่เธอรู้จักดี
“รุ่นพี่คะ......” ไป๋เสว่เอ๋อร์สูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ “รุ่นพี่พอจะช่วยอะไรฉันสักอย่างได้ไหมคะ”
ลู่เหยาตอบกลับมาอย่างไม่ลังเลเลยว่า “คุณเล่ามาสิ”