ตอนที่ 327
ตอนที่ 327 ฌาปณกิจ
October 28, 2026
ตอนที่ 327 ฌาปณกิจ
เมื่อเรื่องราวนี้ถูกพูดถึงขึ้นมาชั่วขณะหนึ่ง ทุกอย่างก็ดูถอยกลับไปยังจุดเริ่มต้นในทันที และอารมณ์ความรู้สึกของทุกคนก็ดูเคร่งเครียดและหนักอึ้งขึ้นมาอีกครั้ง
เผยลี่เชินเดินเข้าไปหาไป๋เสว่เอ๋อร์ และยื่นมือขนาดใหญ่ของเขาเข้าไปกุมมือของไป๋เสว่เอ๋อร์ที่เย็นเฉียบในทันที “พวกเราจะอยู่ข้างๆ คุณนะ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์วานให้ป้าจางช่วยนำของที่เตรียมไว้ล่วงหน้ามาให้เธอ และเมื่อใกล้เวลาที่จะต้องออกเดินทาง เธอก็ก็หันหลังกลับไปมองเจียงหวั่นหวั่น สีหน้าของเธอนั้นดูโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย “หวั่นหวั่น เธอกลับบ้านไปก่อนเถอะ ฉันคงไปส่งเธอไม่ได้นะ”
เดิมทีนั้น เจียงหวั่นหวั่นอยากที่จะไปกับเธอด้วย แต่เมื่อได้ยินหญิงสาวพูดเช่นนั้นแล้ว เธอก็เอ่ยปากออกมาอย่างลังเลว่า “ฉันเองก็......”
ขณะที่เจียงหวั่นหวั่นยังพูดไม่จบนั้น ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็ก็เงยหน้าขึ้นมองกู้หลี่เหลียงที่ยืนอยู่ด้านข้าง เธอกระซิบพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงทีแน่วแน่ว่า “คุณช่วยไปส่งเธอกลับบ้านอย่างปลอดภัยด้วยนะคะ ฉันขอร้องล่ะ”
กู้หลี่เหลียงพยักหน้าเล็กน้อย และตอบรับอย่างเงียบๆ
หลังจากที่พูดจบแล้ว ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็หันหลัง และเดินออกไปขึ้นรถอย่างไม่ลังเล
เจียงหวั่นหวั่นขมวดคิ้วแน่น ขณะที่เธอกำลังจะเดินตามไปนั้น ทันใดนั้น ก็ถูกใครบางคนคว้าตัวเอาไว้เสียก่อน
กู้หลี่เหลียงคว้าตัวของเจียงหวั่นหวั่นเอาไว้ในทันที และพูดอย่างเบาๆ อย่างหน้านิ่วคิ้วขมวดว่า “นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของเธอ คุณอย่าไปยุ่มย่ามให้มากนักเลย!”
ถึงแม้ว่าพวกเธอจะเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากแค่ไหน แต่ท้ายที่สุดแล้วนั้น นี่เป็นช่วงเวลาที่ไป๋เสว่เอ๋อร์อ่อนแอและบอบบางที่สุด แทนที่จะร่วมแบ่งเบาอารมณ์ความรู้สึกที่แสนเจ็บปวดนี้กับผู้อื่น เธอเลือกที่จะเจ็บปวดและจมอยู่กับความทุกข์นั้นเพียงคนเดียว
เจียงหวั่นหวั่นรู้สึกเสียใจอย่างมาก “ฉันก็แค่เห็นเธอเศร้ามาก ฉันอยากไปอยู่เป็นเพื่อนเธอ!”
เมื่อเห็นว่าเจียงหวั่นหวั่นนั้นดูงี่เง่าจนไม่ฟังเหตุผลอะไรทั้งนั้นแล้ว กู้หลี่เหลียงเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดีไปครู่หนึ่ง จากนั้น เขาก็ยกมื้อขึ้นมา และเขกหน้าผากเธอเข้าไปหนึ่งที “มีลี่เชินไปเป็นเพื่อนแล้วไง คุณจะกังวลอะไรอีก ไป! ผมจะพาคุณไปส่งที่บ้าน!”
ขณะที่เธอยกมือขึ้นมากุมหน้าผากตรงที่โดนเขกเข้าให้นั้น เจียงหวั่นหวั่นก็มองหน้าชายหนุ่มด้วยสายตาที่แสนเศร้าสร้อย เธอเดินตามหลังของเขาไปด้วยความโกรธ และขึ้นรถเพื่อกลับบ้านไปด้วย
ระหว่างทางที่กำลังเดินทางไปยังงานศพ เผยลี่เชินมองดูหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ ไม่พูดไม่จาอะไรไปตลอดทาง ในที่สุด เขาก็เอ่ยปากพูดออกมาว่า “ผมได้จัดเตรียมให้คนไปซื้อที่ดินสุสานที่ทางตอนใต้ของเมืองเอาไว้แล้ว หลังจากที่เราส่งคุณลุงขึ้นสวรรค์เสร็จแล้ว พวกเราค่อยหาวันไปทำพิธีฝังศพท่านก็แล้วกันนะครับ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ” ไป๋เสว่เอ๋อร์ตอบปฏิเสธออกไปโดยที่ไม่ต้องคิดในทันที “ไม่ต้องทำพิธีฝังศพอะไรทั้งนั้นหรอกค่ะ ฉันกับคุณแม่ขอแค่ได้ฝังคุณพ่อก็พอแล้วล่ะค่ะ ฉันอยากให้ทุกอย่างมันเรียบง่าย”
เมื่อวานนี้ เธอได้พลิกอ่านสมุดบันทึกเล็กๆ ที่คุณพ่อของเธอคอยบันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในเรือนจำทิ้งเอาไว้ เนื้อหาของแต่ละวันนั้นที่พ่อของเธอบันทึกไว้เป็นเพียงประโยคสั้นๆ ไม่กี่ประโยค ในแต่ละบรรทัดนั้น เธอพอที่จะดูออกว่าคุณพ่อของเธอในตอนนี้กับในอดีตนั้นแตกต่างกันอย่างมาก ดูเหมือนว่ามนุษย์เราก็คงจะเป็นเช่นนี้ ยามใดที่ต้องสูญเสียใครสักคนขึ้นมา ยามนั้นถึงเพิ่งจะรู้และเข้าใจในคุณค่าของคนนั้นๆ คุณพ่อที่อยู่ในเรือนจำนั้น เพียงแต่เฝ้าหวังที่จะได้ใช้ชีวิตเยี่ยงปุถุชนธรรมดาทั่วไป ชีวิตที่เรียบง่าย ปลอดภัย และราบรื่น
เพราะฉะนั้นแล้ว ขอแค่ให้ทุกอย่างอยู่ในที่ที่มันควรจะเป็นได้ แค่นั้นก็เพียงพอแล้วล่ะ เธอได้แต่หวังให้คุณพ่อของเธอจากไปอย่างสงบสุข โดยที่ไม่ต้องจัดงานพิธีรีตองอะไรให้ใหญ่โตมากมาย
เมื่อได้เห็นท่าทีที่แน่วแน่ของหญิงสาว เผยลี่เชินจึงได้แต่ทำตามเท่านั้น “ตกลง เอาตามที่คุณว่าก็แล้วกัน”
หลังจากนั้นไม่นาน ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือของเผยลี่เชินก็ดังขึ้นมาในทันที เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา และเมื่อเห็นว่าเนสายจากฉีเฟิง เขาก็กดรับสายในทันที
“ฮัลโหล มีอะไรเหรอครับ”
น้ำเสียงของฉีเฟิงนั้นดูเร่งรีบเล็กน้อย “คุณผู้ชายครับ ผมไม่รู้ว่าข่าวมันออกมาได้อย่างไร แต่มีหลายสื่อรู้เรื่องข่าวการเสียชีวิตของไป๋เจิ้งตงแล้ว และตอนนี้มีสื่อหลายสำนักที่นำข่าวนั้นไปรายงานเรียบร้อยแล้วครับ”
เมื่อได้ยินเขาพูดเช่นนั้น คิ้วของเผยลี่เชินก็ขมวดเป็นปมแน่นขึ้นมาในทันที “ลองหาวิธีระงับข่าวพวกนี้ไว้ก่อน ส่วนเรื่องสื่อ ให้ทางทีมประชาสัมพันธ์ติดต่อไป และจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด”
“ครับ ผมทราบแล้วครับ”
หลังจากที่วางสายแล้ว เผยลี่เชินก็หันไปมองไป๋เสว่เอ๋อร์เหมือนปกติ แต่ใครจะรู้เล่าว่าหญิงสาวนั้นก็กำลังมองเขาอยู่เช่นกัน เมื่อทั้งสองคนสบสายตาของกันและกันเข้า บรรยากาศภายในรถก็ชวนให้อึดอัดขึ้นมาแทบจะในทันที
สีหน้าของไป๋เสว่เอ๋อร์ดูเข้มขึ้นเล็กน้อย “เกิดอะไรขึ้นคะ”
เผยลี่เชินกำโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในมือแน่นมากขึ้น “ไม่มีอะไรครับ”