ตอนที่ 328
ตอนที่ 328 สะกิดแผลสดแล้วเทเกลือลงไป
October 28, 2026
ตอนที่ 328 สะกิดแผลสดแล้วเทเกลือลงไป
สำหรับผู้คนที่ต้องสูญเสียคนที่รักไปอย่างเจ็บปวดนั้น พิธีฌาปณกิจศพนั้นถือเป็นพิธีสุดท้ายของชีวิตที่สร้างความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก เมื่อได้เห็นชีวิตที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่เคียงข้างกายของหญิงสาว กลับกลายเป็นเถ้ากระดูกสีเทาดินกองหนึ่งนั้น อารมณ์ความรู้สึกในตอนนั้นช่างหดหู่และเต็มไปด้วยความจริงที่เธอจำต้องยอมรับ
ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็เป็นเช่นนั้น หลังจากที่เธอได้เห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นนี้แล้ว ในที่สุด เธอก็ยอมรับความเป็นจริงทั้งหมด
หลังจากได้พักใจอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 2-3 วัน เธอก็ได้ไปฝังศพคุณพ่อของเธอด้วยตัวเอง และไว้อาลัยให้กับคุณพ่อของเธอเป็นเวลา 7 วัน ซึ่งพิธีการทั้งหมดนี้นั้นกินเวลาไปเกือบครึ่งเดือน ไป๋เสว่เอ๋อร์น้ำหนักลดลงไปกว่า 5 กิโลกรัม ร่างกายที่แต่เดิมก็ผอมบางอยู่แล้วนั้น กลับอ่อนแอและบอบบางยิ่งกว่าเดิม คางของเธอนั้นดูแหลมขึ้นมาก จนแทบจะไม่เหลือเค้าเดิมเลย
เมื่อได้เห็นสภาพร่างกายของหญิงสาวในตอนนี้ที่ผอมราวกับปีกอันบอบบางของตัวจั๊กจั่น เผยลี่เชินก็รู้สึกทุกข์เป็นอย่างมาก แต่ทว่าภายในหัวใจของเขานั้นเข้าใจเป็นอย่างดี คนที่ดื้อรั้นอย่างไป๋เสว่เอ๋อร์นั้น จะต้องก้าวข้ามผ่านอุปสรรคนี้ไปด้วยตัวเอง ไม่ว่าคนอื่นจะโน้มน้าวเธอสักเท่าไร ก็ล้วนแต่ไร้ประโยชน์ทั้งสิ้น
แต่ถึงแม้เธอจะเศร้าโศกเสียใจแค่ไหน สภาพจิตใจของเธอก็ค่อยๆ ดีมากขึ้นอย่างช้าๆ หลังจากที่รอให้ขั้นตอนต่างๆ ผ่านพ้นไปจนหมดสิ้นแล้ว ท้ายที่สุด เธอก็เริ่มกินข้าวได้ แต่ก็ยังคงเงียบนิ่งและไม่พูดอะไรมากเท่าไรนัก
“คุณหนูไป๋คะ วันนี้ป้าทำไข่ตุ๋นกุ้งที่คุณหนูชอบทานด้วยนะคะ ทั้งเรื่องโภชนาการหรือเมนูอาหารทะเลแบบนี้ ป้าเองก็เพิ่งหัดทำ คุณหนูลองชิมดูหน่อยสิคะว่ามันรสชาติเป็นอย่างไรบ้าง”
ป้าจางเปลี่ยนวิธีในการทำอาหารให้ไป๋เสว่เอ๋อร์ เห็นได้ชัดว่าเธอนั้นใช้ความพยายามและความตั้งใจอย่างมาก นั่นก็เพราะเธอต้องการให้ไป๋เสว่เอ๋อร์นั้นรับประทานอาหารให้มากขึ้นเสียหน่อย ซึ่งไป๋เสว่เอ๋อร์เองนั้นก็เข้าใจเธอเป็นอย่างดี
ทันทีที่เธอหยิบช้อนขึ้นมา และตักข้าวผัดเข้าไปในปากของเธอ ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็ยิ้ม และมองไปทางป้าจาง “อร่อยมากค่ะ หนูชอบมากเลย”
เมื่อเห็นว่าปฏิกิริยาของไป๋เสว่เอ๋อร์เป็นไปในทางที่ดีนั้น ป้าจางก็รู้สึกมีความสุขอย่างมาก เธอจึงรีบพูดออกไปว่า “ถ้าคุณหนูชอบก็ทานเยอะๆ นะคะ แค่คุณหนูชอบก็ดีแล้วล่ะค่ะ”
เมื่อเผยลี่เชินที่นั่งอยู่ตรงข้ามเห็นว่าไป๋เสว่เอ๋อร์อารมณ์ค่อนข้างดีทีเดียว เขาก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาด้วยเช่นกัน เขาเลิกคิ้วขึ้น และหัวเราะเบาๆ พร้อมกับพูดออกไปว่า “กินข้าวเสร็จแล้ว ผมจะพาคุณไปช็อปปิ้งนะ ใกล้จะถึงวันคริสต์มาสแล้ว ผมจะพาคุณไปซื้ออะไรสักหน่อย”
ไป๋เสว่เอ๋อร์เตือนเขาเบาๆ ว่า “วันนี้วันทำงานนะคะ”
“ไม่เป็นไรหรอก ช่วงนี้ที่บริษัทไม่ค่อยยุ่งเท่าไร”
เมื่อได้ยินดังนั้น ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็วางช้อนที่ถืออยู่ในมือลงกับโต๊ะทันที สีหน้าของเธอดูจริงจังขึ้นมาครู่หนึ่ง “ทำไมฉันถึงได้ยินหวั่นหวั่นพูดว่าพอเข้าช่วงสิ้นปีแล้ว ที่บริษัทจะยุ่งเป็นพิเศษล่ะคะ”
เมื่อถูกหญิงสาวจับได้คาหนังคาเขา เผยลี่เชินก็ยิ้มขึ้นที่มุมปาก “ผมไม่อยากคุณต้องรู้สึกกังวล คุณได้อยู่บ้านก็ดีออกนะ”
หลังจากที่รอให้เขาพูดจบ ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็โต้ตอบกลับไปในทันที “แต่ฉันอยากไปทำงาน”
เผยลี่เชินอึ้งไปครู่หนึ่ง “ทำไมจู่ๆ ถึงอยากไปทำงานล่ะครับ”
“ฉันไม่มีอะไรให้ทำที่บ้านนี้ สิ่งที่ต้องทำก็ทำเสร็จไปหมดแล้ว ฉันควรกลับไปทำงานที่บริษัทได้แล้วค่ะ”
เมื่อเห็นความมุ่งมั่นของหญิงสาว ที่ดูแน่วแน่และไม่ได้ล้อเล่นแต่อย่างใด เผยลี่เชินก็เงียบไปครู่หนึ่ง “คุณอยากกลับไปจริงๆ เหรอ”
การที่ได้เห็นไป๋เสว่เอ๋อร์ต้องซึมเศร้าเมื่อไม่กี่วันก่อนนั้น เผยลี่เชินเองก็รู้สึกไม่ดีและเป็นทุกข์เช่นกัน กู้หลี่เหลียงแนะนำว่าให้เขาลองหาอะไรให้ไป๋เสว่เอ๋อร์ทำดูบ้าง เธอจะได้ยุ่งอยู่ตลอดเวลา เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ และให้เวลาเธอได้ทำใจอย่างช้าๆ
ไม่ใช่ว่าวิธีนี้ไม่ได้ผล แต่เป็นเพราะเผยลี่เชินเองมีวิธีการบางอย่างอยู่ในใจแล้ว ที่บริษัทนั้นมีสายตาคอยจับจ้องเยอะเกินไป แถมหลังจากเวลาผ่านไปได้ไม่นาน ดูเหมือนว่าทุกคนก็รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ทั้งหมดแล้ว เขากลัวว่าถ้าไป๋เสว่เอ๋อร์ได้ยินข่าวซุบซิบนินทาพวกนี้เข้า มันจะทำให้เธอต้องรู้สึกเจ็บปวด
แต่ทว่าตอนนี้ ในเมื่อเธอยืนยันอยากที่จะกลับไปที่บริษัท มันคงจะดีถ้าลองทำตามในสิ่งที่เธอต้องการ
ไป๋เสว่เอ๋อร์พยักหน้า “อื้อ ฉันจะอยู่บ้านไปตลอดไม่ได้หรอกค่ะ”
ทันใดนั้น สีหน้าของเผยลี่เชินก็ดูเคร่งเครียดขึ้นมาเล็กน้อย “ผมรับปากคุณได้ แต่ผมเองก็มีเรื่องที่อยากจะขอร้องคุณด้วย”
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มมีท่าทีจริงจังขึ้นมา ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็รู้สึกสับสนขึ้นมาเล็กน้อยอย่างบอกไม่ถูก “เรื่องอะไรคะ”
เผยลี่เชินยกมือขึ้นมา นิ้วที่เรียวยาวสีขาวของเขาประสานเข้าไว้ด้วยกันที่บนโต๊ะด้านหน้าของเธอ “คุณต้องกินข้าวให้หมด”
เมื่อก้มลงไปมองจานข้าวผัดที่ยังคงเหลืออยู่มากกว่าครึ่งจาน ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็รู้สึกลำบากใจเล็กน้อย
เผยลี่เชินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเลิกคิ้วขึ้น “หรือว่าป้าจางทำกับข้าวไม่อร่อย คุณอยากจะให้ผมเรียกเธอออกมาดูไหม ว่ายังไงล่ะ”