ตอนที่ 329
ตอนที่ 329 แฟลชไดรฟ์หายไปแล้ว
October 28, 2026
ตอนที่ 329 แฟลชไดรฟ์หายไปแล้ว
บรรยากาศรอบตัวของพวกเธอนั้นนิ่งเงียบลงไปครู่หนึ่ง ไป๋เสว่เอ๋อร์เงยหน้าขึ้น และมองสวี่เยว่หรูด้วยสายตาที่เยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง จากนั้น เธอก็เอ่ยปากพูดออกไปอย่างไม่ลังเลว่า “ถ้าไม่รู้จะพูดอะไร ก็เงียบปากไว้ได้นะ ไม่มีใครหาว่าเป็นใบ้หรอก”
เมื่อถูกไป๋เสว่เอ๋อร์โต้ตอบกลับมาแบบนี้ สีหน้าของสวี่เยว่หรูก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินด้วยความโกรธ เธอคีบตะเกียบเอาไว้แน่น สีหน้าของเธอนั้นฟ้องว่าเธอนั้นโกรธจัดอย่างเห็นได้ชัด
เธอหัวเราะขึ้นจมูก จากนั้นก็ขึ้นเสียงเล็กน้อยว่า “ฉันพูดผิดตรงไหน ที่บ้านเธอเพิ่งมีคนตายไปไม่ใช่เหรอ ไม่อย่างนั้นเธอจะทำหน้าเศร้าแบบนี้ไปให้ใครกัน”
ไป๋เสว่เอ๋อร์เงยหน้ามองสวี่เยว่หรู เปลวไฟแห่งความโกรธจัดปะทุขึ้นมาภายในดวงตาของเธอ
การตายของคุณพ่อของเธอนั้นได้กลายเป็นแผลใจที่ฝังอยู่ข้างในตัวเธอ ตอนนี้แผลใจที่ว่านั้นค่อยๆ ฟื้นตัวและดีขึ้นจนสมบูรณ์แล้ว แต่เมื่อถูกใครบางคนพูดแทงใจดำเพื่อซ้ำเติมความเจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้งในทันทีแบบนี้ แผลที่เคยตกสะเก็ดและใกล้หายดีของเธอนั้นก็ถูกวาจาที่แหลมคมดั่งมีดกรีดเปิดแผลและแทงซ้ำและย้ำเข้าไปอีกครั้งอย่างไม่ต้องสงสัย
เมื่อเห็นว่าไป๋เสว่เอ๋อร์มีสีหน้าเศร้าหมอง สวี่เยว่หรูก็กลอกตาเหลือบบน จากนั้นก็พูดต่อไปอีกว่า “เป็นอะไรไปล่ะ! ทีนี้ไม่พูดแล้วเหรอ ใครๆ เขาก็รู้กันหมดว่าพ่อของใครบางคนต้องเข้าไปนอนในคุกเพราะก่อคดีฉ้อโกงน่ะ แถมดันมาตายก่อนที่จะชดใช้กรรมในคุกสำเร็จด้วย ไหน พวกเธอลองบอกฉันมาสิว่า แม้แต่สวรรค์ก็ยังไม่คิดที่จะเหลียวแล......”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ไม่รอให้เธอพูดจนจบ ทันใดนั้น เธอก็ยกถาดอาหารของเธอขึ้นมา และคว่ำลงไปบนศีรษะของเสวี่เยว่หรูในทันที
ข้าวสวย ผัดผัก และน้ำแกง รวมไปถึงถ้วยอาหารอีกใบที่ยังคงกองค้างเติ่งอยู่บนศีรษะของสวี่เยว่หรู ทันใดนั้น เธอก็หยุดพูดไปในทันที เธอยังคงยืนอึ้งอยู่ที่เดิม พร้อมด้วยใบหน้าที่แข็งทื่อเพราะความตกใจ
เมื่อถึงเวลาทานอาหารกลางวัน โรงอาหารจะกลายเป็นสถานที่ที่มีคนพลุกพล่านเป็นอย่างมาก และยิ่งเมื่อตอนนี้เกิดเรื่องวุ่นวายแบบนี้ขึ้นด้วยแล้ว พวกเธอทั้ง 4 คนก็กลายเป็นจุดสนใจในทันที สายตาของทุกคนต่างพุ่งตรงมองมายังพวกเธอแทบทั้งสิ้น
ไป๋เสว่เอ๋อร์หยิบกระดาษเช็ดมือที่วางอยู่ข้างลำตัวขึ้นมา เธอค่อยๆ เช็ดมือของเธอ แล้วเดินจากไป
ในตอนนั้นเองที่สวี่เยว่หรูได้สติขึ้นมาและรีบตอบโต้กลับไปในทันที เธอรีบลุกขึ้นยืนและเขวี้ยงถ้วยชามออกไปในทันที เธอมองดูอาหารที่ติดเต็มไปทั่วทั้งบริเวณศีรษะและหน้าของเธอ มันช่างเป็นภาพที่ดูไม่จืดและชวนให้หัวเราะขำขันเสียจริงๆ “ไป๋เสว่เอ๋อร์ หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
ขณะที่เธอพูดอยู่นั้น เธอก็รีบสาวเท้าวิ่งตามไป๋เสว่เอ๋อร์ไป แต่ใครจะไปคาดคิดว่าน้ำแกงเมื่อครู่นี้นั้นก็หกเลอะไปทั่วพื้นที่ตรงนั้นเช่นกัน ทำให้เธอเกิดลื่นและล้มลงไปกองอยู่ที่พื้นอย่างน่าอับอายมากขึ้นกว่าเดิม
ทันใดนั้น ก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้นไปทั่วทั้งโรงอาหาร
แต่สำหรับหนึ่งในคนที่ก่อความวุ่นวายนี้ขึ้นมาอย่างไป๋เสว่เอ๋อร์นั้น เธอกลับเดินออกจากโรงอาหารไปโดยไม่คิดที่จะหันหลังกลับมาเลยแม้แต่น้อย
สวี่เยว่หรูต้องตกเป็นเป้าสายตาของความอับอายที่เกิดขึ้นนี้ ทันใดนั้น เธอก็รู้สึกว่าตัวเองนั้นไม่อาจที่จะมองหน้าใครต่อไปได้อีก เธอทั้งโกรธทั้งโมโห ขณะที่เธอกำลังสบถก่นด่าอย่างไม่หยุดนั้น เสี่ยวหลิวก็เข้ามาช่วยคว้าตัวเธอให้ลุกขึ้นมาจากพื้น “ยังไงซะฉันก็พูดความจริง! คอยดูนะสักวันฉันจะต้องเอาน้ำแกงมาราดบนหัวนังนั่นให้ได้!”
เสี่ยวจางที่ยืนอยู่ข้างๆ นั้นมองดูไปที่พวกเขาสองคนด้วยความอับอาย เธอนิ่งเงียบลงไปครู่หนึ่ง จากนั้น ก็เดินออกจากโรงอาหารแห่งนี้ไป
สวี่เยว่หรูยังคงสบถและก่นด่าต่อไป ถึงแม้ว่าเธอจะใช้กระดาษทิชชู่ที่พกติดตัวในกระเป๋าจนหมดเกลี้ยงแล้ว แต่ดูเหมือนว่าใบหน้าของเธอก็ยังคงไม่สะอาด และเต็มไปด้วยคราบอาหารอยู่ดี
เสี่ยวหลิวรีบเอ่ยปากออกมาว่า “พี่เยว่หรูคะ เดี๋ยวหนูจะไปซื้อทิชชู่เปียกจากตรงร้านขายเครื่องดื่มก่อน แล้วเดี๋ยวพวกเราค่อยเข้าไปเช็ดที่ห้องน้ำอีกที พี่รอหนูสักครู่นะคะ”
สวี่เยว่หรูนั่งรออยู่ตรงนั้น และสัมผัสได้ถึงสายตาของผู้คนรอบข้างที่กำลังมองมาที่เธอ เธอรู้สึกขายหน้าจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี เธอทรุดตัวลงนั่งกับที่ กัดฟันด้วยความโกรธจัดเพื่อคิดหาทางแก้แค้นไป๋เสว่เอ๋อร์ ทันใดนั้น เธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างบนโต๊ะอาหารเข้า
เมื่อกี้ ไป๋เสว่เอ๋อร์นั่งทานข้าวอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามของเธอ และในตอนนี้ ที่ตรงนั้นก็มีแฟลชไดรฟ์อันหนึ่งวางอยู่ ดูเหมือนว่าเธอจะทำตกเอาไว้โดยไม่รู้ตัว
ทันใดนั้น ภายในหัวของเธอก็ปิ๊งไอเดียบางอย่างขึ้นมาได้ สวี่เยว่หรูกวาดสายตามองไปยังรอบข้างของเธอ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครกำลังมองเธออยู่นั้น เธอก็รีบคว้าแฟลชไดรฟ์อันนั้นขึ้นมา และกำเอาไว้ในมือของเธออย่างรวดเร็ว
ใครจะไปรู้ว่าในแฟลชไดรฟ์นี้มีข้อมูลอะไรซ่อนอยู่ เธอต้องเอาไปตรวจสอบดูให้รู้ว่ามีข้อมูลอะไรที่จะเอาไปเล่นงานไป๋เสว่เอ๋อร์ได้บ้าง และใช้โอกาสนี้ในการแก้แค้นสิ่งที่เธอทำลงไปในวันนี้ซะ!
เมื่อเสี่ยวหลิวซื้อทิชชู่เปียกกลับมาให้เธอเรียบร้อยแล้ว สวี่เยว่หรูก็ไปที่ห้องน้ำ และล้างคราบต่างๆ ออกไป เธอล้างหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า และรีบหาข้ออ้างเพื่อเสี่ยวหลิวออกไปจากที่นี่ “เสี่ยวหลิว หนูช่วยพี่หน่อยได้ไหม ตอนนี้เสื้อผ้าของพี่มันสกปรกหมดแล้ว หนูช่วยไปที่ห้องทำงานพี่แล้วเอาชุดที่พี่แขวนเตรียมไว้มาให้หน่อยได้ไหม พี่จะได้เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดนี้ออกน่ะ”
เมื่อได้ยินเธอพูดแบบนั้นแล้ว เสี่ยวหลิวก็รีบพยักหน้าตอบรับอย่างไม่ลังเลในทันที “ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูไปเอามาให้นะคะ”
หลังจากเสี่ยวหลิวเดินออกไปจากห้องน้ำ สวี่เยว่หรูก็รีบเดินตามออกมาจากห้องน้ำแทบจะในทันที เธอรีบเดินไปยังบริเวณพื้นที่พักผ่อนของบริษัท และเมื่อหาคอมพิวเตอร์ได้เครื่องหนึ่งแล้ว เธอก็เสียบแฟลชไดรฟ์เข้าไปในทันที
ภายในแฟลชไดร์ฟนั้นไม่มีข้อมูลอะไรมากมาย ส่วนใหญ่แล้วเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำงานแทบทั้งสิ้น หลังจากลองตรวจสอบดูทั้งหมดแล้ว สวี่เยว่หรูก็ไม่พบข้อมูลที่มีค่าพอที่จะเอาไปใช้เล่นงานไป๋เสว่เอ๋อร์ได้ เธอสบถคำด่าออกมาอย่างเงียบๆ ขณะที่เธอกำลังจะดึงแฟลชไดร์ฟออกมานั้น ทันใดนั้น เธอก็เหลือบไปเห็นไฟล์เอกสารไฟล์หนึ่ง ซึ่งชื่อไฟล์เอกสารนั้นเขียนไว้ว่าเอกสารความร่วมมือของบริษัทซิ่งหง
เมื่อพูดถึงความร่วมมือระหว่างบริษัทของเธอกับบริษัทซิ่งหงนั้น เร็วๆ นี้ ทั้งสองบริษัทกำลังจะจัดการประชุมเจรจาความร่วมมือทางธุรกิจสำหรับช่วงสิ้นปีนี้ไม่ใช่เหรอ