ตอนที่ 357
ตอนที่ 357 คุณก็เป็นผู้เคราะห์ร้ายเช่นเดียวกัน
October 28, 2026
ตอนที่ 357 คุณก็เป็นผู้เคราะห์ร้ายเช่นเดียวกัน
ไป๋เสว่เอ๋อร์คิดไม่ถึงมาก่อนเลยว่า การมีอยู่ของตนเองจะสามารถนำพาผลกระทบที่ใหญ่ขนาดนี้มาสู่ผู้อื่นได้ ถึงขั้นอาจจะพรากชีวิตของผู้บริสุทธิ์คนหนึ่งไป!
เผยลี่เชินยื่นมือออกมา ฝ่ามือที่กว้างใหญ่กุมมือของหญิงสาวเอาไว้ น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย “เรื่องนี้โทษคุณไม่ได้”
รู้สึกได้ถึงความร้อนจากฝ่ามือของชายหนุ่ม ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็ราวกับสัมผัสเข้ากับเปลวไฟก็ไม่ปาน ดึงมือของตัวเองกลับมาโดยอัตโนมัติ เธอถามย้อนกลับอย่างทั้งตกตะลึงและยังปวดใจว่า “โทษฉันไม่ได้งั้นหรอ? หากไม่ใช่เป็นเพราะฉัน เขาจะมานอนอยู่ในโรงพยาบาลได้ยังไงกัน?”
คำพูดเพิ่งหลุดออกมาจากปาก ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น บอดี้การ์ดคนหนึ่งผลักประตูเดินเข้ามา มองดูเผยลี่เชินกับไป๋เสว่เอ๋อร์ที่อยู่ในห้อง สีหน้าลังเลเล็กน้อย
เผยลี่เชินขมวดคิ้วขึ้น สีหน้าอึมครึมลงมา “มีเรื่องอะไร?”
“ประธานเผย ญาติของคนขับรถที่ได้รับบาดเจ็บมาถึงแล้วครับ...”
มองเห็นสีหน้าของเผยลี่เชินมืดมนขึ้นมาอย่างกะทันหัน แม้แต่สายตายังแฝงไปด้วยความรู้สึกกดดันเล็กน้อย บอดี้การ์ดหยุดคำพูดไปในทันที ชะงักงันไปชั่วขณะ จากนั้นหมุนตัวเดินออกจากห้องผู้ป่วยไป
เผยลี่เชินได้สติกลับคืนมา หันหน้าไปทางไป๋เสว่เอ๋อร์ ยกมือขึ้นตบไปที่ไหล่ของเธอเบาๆ เอ่ยปลอบขวัญว่า “ผมจะจัดหาวิธีการรักษาที่ดีที่สุดให้กับเชา วางใจเถอะ คุณตั้งใจพักผ่อนให้ดีๆ”
ได้ยินประโยคที่บอดี้การ์ดคนนั้นพูดเมื่อครู่นี้ ในใจของไป๋เสว่เอ๋อร์ก็สับสนวุ่นวายเป็นอย่างมาก แทบอยากจะออกไปดูอาการของคนขับรถและสภาวะคนในครอบครัวของเขาภายในเดี๋ยวนั้น แต่เผยลี่เชินจะต้องไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน
สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เธอพยักหน้าเล็กน้อย ค่อยๆเอนตัวลงไป
เห็นเธอเชื่อฟังคำสั่ง เผยลี่เชินถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก “ผมไปแค่ครู่เดียวก็กลับมา”
รอจนกระทั่งเขาหมุนตัวเดินออกจากห้องไป ได้ยินเสียงปิดประตูลงแล้ว ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็ลุกขึ้นมาจากเตียง สวมรองเท้าแตะ ก้าวขาเดินไปทางข้างนอก
ความรู้สึกผิดที่อยู่ภายในจิตใจสุดท้ายก็ค่อยๆเหนือกว่าขึ้นมา ไป๋เสว่เอ๋อร์รวบรวมความกล้า ดึงประตูห้องผู้ป่วยให้เปิดออก
เป็นไปตามคาด ด้านนอกประตูมีบอดี้การ์ดยืนอยู่
ไม่รอให้บอดี้การ์ดเอ่ยปากเชิญเธอกลับเข้าไป เธอก็ชิงเอ่ยปากขึ้นมาก่อน “ฉันจะไม่หนี คุณไม่ต้องมารั้งฉัน ไม่เช่นนั้นผลลัพธ์ที่ตามมาคุณคงรับผิดชอบไม่ไหว”
บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าความดุดันที่ไม่มีความหวาดกลัวใดๆทั้งสิ้นในดวงตาของเธอทำให้ตกใจเข้า บอดี้การ์ดลังเลอยู่เล็กน้อย สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่เดินตามอยู่ที่ด้านหลังของไป๋เสว่เอ๋อร์อย่างไม่ใกล้ไม่ไกลนัก
มองดูไกลๆ ไป๋เสว่เอ๋อร์มองเห็นหน้าประตูห้องผู้ป่วยห้องหนึ่งตรงบริเวณทางเลี้ยวระเบียงทางเดินมีคนจำนวนไม่น้อยยืนอยู่ มีเสียงเอะอะโวยวายเล็กน้อย ในกลุ่มคนสามารถมองเห็นเงาร่างที่สูงโปร่งของเผยลี่เชิน
ค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ เสียงพูดเล็กน้อยบางส่วนชัดเจนมากยิ่งขึ้น
“นี่จะให้พวกเราสองแม่ลูกทำยังไงดีล่ะ!”
หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งร้องห่มร้องไห้ ดวงตาบวมเปล่งจนกลายเป็นลูกท้อ ด้านข้างมีสาวน้อยที่สวมชุดนักเรียนยืนก้มศีรษะอยู่ ร้องไห้สะอึกสะอื้นไปด้วยใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาไปด้วย
หัวใจของไป๋เสว่เอ๋อร์บีบรัดแน่นอย่างรุนแรง ลางสังหรณ์ที่ไม่ดีอย่างหนึ่งพุ่งขึ้นมาภายในจิตใจอย่างประหลาด
ฉีเฟิงเดินเข้าไปเอ่ยปากปลอบประโลมหญิงวัยกลางคนคนนั้น “หมอบอกว่ามีโอกาสที่จะฟื้นขึ้นมา ยังไงก็อดทนรอสักหน่อยเถอะครับ”
หญิงวัยกลางคนเสียงแหบพร่า เอ่ยถามย้อนกลับว่า “งั้นถ้าหากฟื้นขึ้นมาไม่ได้ล่ะ?”
ประโยคเดียว ทำให้คนที่อยู่ด้านข้างไม่มีใครพูดอะไรต่อออกมา
บรรยากาศค่อนข้างเยือกเย็น หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เผยลี่เชินก็คลายคิ้วที่ขมวดเข้าหากันแน่นลง เอ่ยปากขึ้นเบาๆว่า “รอผ่านพ้นระยะสังเกตการณ์ หากเขายังไม่ฟื้นขึ้นมา ผมจะหาหมอที่ดีที่สุดให้ พวกคุณวางใจนะครับ ค่าการรักษาและค่าครองชีพของพวกคุณ พวกเราจะรับผิดชอบเอง”
ได้ยินดังนั้น หญิงวัยกลางคนก็เอ่ยขึ้นพร้อมด้วยเสียงสะอึกสะอื้น “ฉันไม่ต้องการเงินของพวกคุณ!ฉันเพียงแค่อยากจะให้สามีของฉันฟื้นขึ้นมา!ฉันไม่อยากให้ลูกสาวของฉันไม่มีพ่อ!”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้าง ในวินาทีที่ได้ยินประโยคนี้นั้น ต่อมน้ำตาก็พังทลาย น้ำตาไหลอาบไปทั่วทั้งใบหน้า
เธอไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกของการสูญเสียคนในครอบครัวที่สนิทมากที่สุดไปอย่างกะทันหันเช่นนั้นได้ดีไปกว่านี้อีกแล้ว ในวินาทีนั้นอยู่ๆหัวใจก็ว่างเปล่าขึ้นมาในทันที
อดกลั้นความรู้สึกภายในจิตใจเอาไว้ ไป๋เสว่เอ๋อร์ก้าวขาเข้าไปใกล้สองสามก้าว แต่ว่าพอมองเห็นสาวน้อยที่ก้มหน้าร้องไห้อยู่นั้น คำพูดทั้งหมดที่ทะลักมาถึงริมฝีปากของเธอก็ถูกกลืนกลับเข้าไปใหม่อีกครั้ง