ตอนที่ 391
ตอนที่ 391 จะไปเดทอย่างนั้นหรือ
October 28, 2026
ตอนที่ 391 จะไปเดทอย่างนั้นหรือ
ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเผยลี่เชินนั้นเป็นไปตามข้อตกลงที่ได้คุยกันไว้ หนึ่งเดือนหลังจากนี้ เธอถึงจะสามารถพาห้าวเจ๋อน้อยออกไปได้ และความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเผยลี่เชิน รวมไปถึงตระกูลเผยทั้งหมดจะสิ้นสุดลงทันที ทำให้ตอนนี้เธอต้องลดการติดต่อกับทางสมาชิกตระกูลเผยให้เหลือน้อยลงด้วย
เผยลี่เชินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย และเอ่ยปากออกมาด้วยความสับสนว่า “คุณไม่ได้อ่านเงื่อนไขที่อยู่ในข้อตกลงนั้นหรือไงกัน”
ไป๋เสว่เอ๋อร์รีบพลิกเอกสารในทันที และทันทีที่เธอเห็นเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องในข้อตกลงนั้น หน้าของเธอก็ซีดขึ้นมาในทันที
“ทั้งสองฝ่ายจะยังคงต้องรักษาสถานะของการเป็นคู่รักดังเช่นเมื่อหกปีก่อนเอาไว้ และห้ามปฏิเสธคำร้องขอที่สมเหตุสมผลของอีกฝ่าย” เผยลี่เชินอ่านเงื่อนไขที่ระบุอยู่ในข้อตกลงอย่างเบาๆ “ดังนั้น การพาคุณกลับบ้านจึงเป็นคำร้องขอที่ถือว่าสมเหตุสมผล”
มือของไป๋เสว่เอ๋อร์ที่ถือเอกสารเอาไว้กำแน่นขึ้นเล็กน้อย เธอนิ่งเงียบไปเป็นเวลานานและไม่ยอมพูดอะไรต่อ ทันทีที่เธอเห็นชื่อของตัวเองปรากฏอยู่บนเอกสารในตอนท้ายสุดเข้า เธอก็อยากตบตัวเองขึ้นมาแทบจะในทันที
นั่นคือลายเซ็นของเธอ และข้อตกลงนี้เธอก็ยอมรับมันเป็นที่เรียบร้อย ถ้าเกิดว่าตอนนี้เธอจะมาเสียใจทีหลัง เกรงว่ามันก็คงจะสายเกินไปเสียแล้ว
เมื่อได้เห็นท่าทีเช่นนั้นของหญิงสาว ดวงตาของเผยลี่เชินก็ปรากฏให้เห็นรอยยิ้มขึ้นมา เขาเจตนานั่งลงข้างๆ เธอ พร้อมกับพูดขึ้นมาอย่างเบาๆ ว่า “ถ้าเกิดคุณอยากปฏิเสธคำร้องขอนั้น คุณก็ทำได้ คุณสามารถปฏิเสธคำร้องขอที่สมเหตุสมผลนั้นโดยการเลื่อนออกไปเป็นเวลา 10 วัน คุณก็ลองเลือกเอาแล้วกัน”
“คุณนี่มัน!” ไป๋เสว่เอ๋อร์โกรธจนพูดไม่ออก
ในตอนนี้เธอถูกมัดมือชกให้ต้องมาทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ ถึงแม้เธอจะรู้สึกเสียใจทีหลังอยู่บ้าง แต่มันก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว เธอจึงทำได้เพียงมุ่งมั่นก้าวต่อไปยังข้างหน้าเท่านั้น
ไป๋เสว่เอ๋อร์กำหมัดแน่น และขบริมฝีปากล่างด้วยฟันของเธอ สุดท้ายแล้ว เธอก็ยอมพยักหน้าและตอบตกลง “ตกลงค่ะ ฉันจะกลับไปกับคุณ”
เธอสามารถกลับไปกับเขาได้ แต่ว่าเธอจะให้ความร่วมมือมากน้อยแค่ไหนนั้น เขาเองก็ไม่สามารถที่จะควบคุมผลลัพธ์นั้นได้
เมื่อเห็นว่าหญิงสาวตกปากรับคำกลับมาแล้ว เผยลี่เชินก็ยิ้มขึ้นที่มุมปาก “อือ คุณรีบพักผ่อนเถอะ”
เมื่อเขาพูดจบ เขาก็เดินจากไปในทันที
ไป๋เสว่เอ๋อร์กำหมัดแน่น ทันใดนั้น เธอก็เรียกให้เขาหยุดในทันที “ฉันมีเรื่องอยากขอร้องคุณอีกเรื่องค่ะ เรื่องทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับห้าวเจ๋อน้อย ฉันจะไม่ยอมให้เขาต้องกลายเป็นเบี้ยต่อรองในข้อตกลงนี้”
เผยลี่เชินหยุดชะงักในทันที จากนั้นเขาก็หันหลังกลับมามองไป๋เสว่เอ๋อร์ พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดว่า “ไม่ต้องกังวลไปหรอก เขาเป็นลูกของผม ผมไม่มีทางใช้เขาเพื่อหาประโยชน์อย่างแน่นอน”
เมื่อเขาพูดจบ เขาก็เดินออกไปจากห้องทันที
เมื่อร่างเงาของชายหนุ่มหายลับไปจากสายตาของเธอแล้ว ไป๋เสว่เอ๋อร์จึงถอนหายใจด้วยความโล่งใจออกมาเฮือกใหญ่
ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตาม ในเมื่อเธอถูกบังคับให้ต้องมาอยู่ด้วยสถานะแบบนี้ ไม่ว่าเขาจะมาวิธีไหน เธอก็จะต้องสามารถรับมือให้ได้ เธอไม่มีอะไรให้ต้องกลัวอีกต่อไป
ไป๋เสว่เอ๋อร์เปิดโทรศัพท์มือถือของเธอ เมื่อเธอได้อ่านข้อความที่ยังไม่ได้อ่านและดูสายที่ไม่ได้รับทั้งหมดแล้ว เธอก็เห็นว่าคนที่โทรมาหาเธอมากที่สุดนั้นก็คือลู่เหยานั่นเอง
ไป๋เสว่เอ๋อร์สูดหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นเธอก็โทรศัพท์กลับไปหาเขา ทันทีที่มีเสียงโทรศัพท์ต่อสายดังขึ้น ปลายสายก็รับในทันที “ฮัลโหล เสว่เอ๋อร์! คุณเป็นยังไงบ้าง”
“ลู่เหยา ฉันสบายดีค่ะ คุณวางใจได้” ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกกังวลขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เมื่อนึกถึงตอนที่เธอเพิ่งจะเซ็นสัญญาข้อตกลงระหว่างเผยลี่เชินไปเมื่อครู่นี้ เธอรู้สึกผิดและไม่รู้ว่าควรจะเล่าเรื่องนี้ให้ลู่เหยาฟังอย่างไรดี
“คุณอยู่ที่ไหน ผมจะไปรับคุณกับห้าวเจ๋อน้อย เผยลี่เชินไม่ได้ทำร้ายพวกคุณใช่ไหม”
“ลู่เหยา” ไป๋เสว่เอ๋อร์นิ่งไปครู่หนึ่ง “ฉันตัดสินใจทำบางอย่างลงไปแล้วค่ะ ทำให้ 1 เดือนนี้ ฉันจะต้องอยู่กับเผยลี่เชิน”
ปลายสายอึ้งไปครู่หนึ่ง “ทำไมล่ะ เสว่เอ๋อร์ คุณ......”
“ฉันรู้ดีว่าบางทีคุณอาจจะไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้เผยลี่เชินรู้แล้วว่าห้าวเจ๋อน้อยคือลูกของเขา เขาบอกให้พวกเราอยู่กับเขาเป็นเวลาหนึ่งเดือน แล้วหลังจากนั้น เขาจะปล่อยพวกเราไป ฉันตกปากรับคำเห็นด้วยในเรื่องนั้นไปแล้วค่ะ”
“คุณตกลงไปได้ยังไงกัน!” ทันใดนั้น เสียงของลู่เหยาก็ดังขึ้นมาทันที “ตอนนี้เขาไม่ยอมให้คุณไปจากเขาแน่ ไม่ต้องพูดถึงอีก 1 เดือนต่อจากนี้เลย! เสว่เอ๋อร์ คุณบอกผมทีว่าตอนนี้พวกคุณอยู่ที่ไหนกัน ผมจะไปคุยกับเขาเอง!”
ไป๋เสว่เอ๋อร์กัดฟัน และยังคงพูดต่อไปว่า “ลู่เหยา เรื่องนี้ฉันตัดสินใจไปแล้วค่ะ ฉันมีเหตุผลของฉันในการทำแบบนี้ คุณอย่าเข้ามายุ่งเรื่องนี้ดีกว่าค่ะ”
ประโยคเหล่านี้ค่อนข้างไร้เยื่อใยและเลือดเย็นมากทีเดียว ลู่เหย่าอึ้งไปครู่หนึ่ง และนิ่งเงียบเป็นเวลานาน สุดท้ายแล้ว เขาก็เอ่ยปากพูดออกมาว่า “ในเมื่อคุณตัดสินใจแล้ว ผมก็คงจะไม่พูดอะไรมากแล้วล่ะ แต่ว่าถ้าเกิดคุณอยากให้ผมช่วยอะไรล่ะก็ คุณต้องบอกผมนะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ภายในใจของไป๋เสว่เอ๋อร์ก็รู้สึกละอายใจขึ้นมาในทันที เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และตกปากรับคำอย่างแผ่วเบา