ตอนที่ 392
ตอนที่ 392 หายไปตั้งหกปี
October 28, 2026
ตอนที่ 392 หายไปตั้งหกปี
ใบหูของเธอนั้นชาไปครู่หนึ่ง ทันใดนั้น ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้ากำลังวิ่งไปทั่วร่างกายของเธอ
เผยลี่เชินไม่รอให้ไป๋เสว่เอ๋อร์โต้ตอบกลับมา เขาก็จับมือของเธอและพาเธอเดินออกไปยังข้างนอกทันที เมื่อขึ้นไปนั่งบนรถแล้ว ในตอนนั้นเองที่หญิงสาวอยากที่จะทำความเข้าใจในคำพูดที่ชายหนุ่มเพิ่งพูดออกมา
สิ่งที่เผยลี่เชินต้องการจะบอกก็คือ ภายในหนึ่งเดือนนี้ เขาสามารถที่จะทำอะไรกับเธอ เหมือนที่คนรักกันทำได้ทั้งหมด และนั่นก็รวมไปถึง.......
“ไม่ได้!” ทันใดนั้น ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็เอื้อมมือออกมา และผลักประตูออกไปเพื่อที่จะลงจากรถ “ฉันรู้สึกเสียใจแล้ว!”
แม้ว่าหญิงสาวจะยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไปมากนัก มือของเธอก็ถูกมือขนาดใหญ่ของชายหนุ่มคว้าเอาไว้ จากนั้น ร่างกายของเธอก็ถูกดึงเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นของเขาเสียแล้ว
เผยลี่เชินรีบจับมือทั้งสองข้างของหญิงสาวมามัดไว้ที่ด้านหลังตัว แล้วใช้ร่างกายของตัวเองในการกดและหยุดเธอไม่ได้ดิ้นไปมา ทำให้ทั้งสองคนก็สบสายตากันอย่างพอดี “เสียใจตอนนี้ มันก็สายไปแล้วล่ะ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ เธอถูกกดตัวและถูกควบคุมเอาไว้ด้วยสภาพที่ไม่สามารถขัดขืนหรือทำอะไรได้เลยแม้แต่นิดเดียว ในช่วงเวลานั้น เธอรู้สึกอยากที่จะร้องไห้ออกมา
ความโกรธจัดทั้งหมดได้พัฒนาและแปรเปลี่ยนไปเป็นคำพูดที่ระเบิดออกมาจากปากของเธอ ไป๋เสว่เอ๋อร์กัดฟัน พร้อมกับตะโกนด้วยความโมโหจัดออกไปว่า “คุณ....เผยลี่เชิน คุณมันเลวสิ้นดี!”
ชายหนุ่มไม่รู้สึกโกรธเธอเลยแม้แต่นิดเดียว เขากลับฉีกยิ้มขึ้นที่มุมปาก พร้อมกับพยักหน้าเบาๆ และพูดว่า “ใช่ ผมยอมรับ”
เมื่อเขาพูดจบ เขาก็ยกคางขึ้นเล็กน้อย และจูบเข้าให้ที่ริมฝีปากของหญิงสาวด้วยท่าทีที่ผ่อนคลาย
ในเมื่อตอนนี้เขาได้กลายเป็นคนเลวไปเรียบร้อยแล้ว เขาก็จะเลวให้เต็มที่และมากขึ้นกว่าเดิม
ไป๋เสว่เอ๋อร์หายใจถี่ ร่างกายของเธอนั้นถูกกดเพื่อไม่ให้ดิ้นเอาไว้ มือทั้งสองข้างของเธอถูกจับไพล่หลังเอาไว้ เธอจึงทำได้เพียงอ้าปากและกัดเข้าที่ริมฝีปากของเขาอย่างเต็มแรง
คิ้วของชายหนุ่มขมวดเข้าหากันอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน ก็มีเสียงโอดโอยที่แฝงไปด้วยความหมายบางอย่างดังขึ้นมาจากที่มุมปากของเขา......
เมื่อดึงศีรษะของตัวเองกลับมาได้ ภายในดวงตาของเผยลี่เชินก็ปรากฏความขุ่นเคืองขึ้นมา “คุณ...เป็นหมาเหรอไง”
ไป๋เสว่เอ๋อร์โต้ตอบกลับอย่างไม่ไว้หน้าว่า “คุณต่างหากที่เป็นหมา!”
เจิงหงที่นั่งอยู่ด้านหน้ามองดูทั้งสองคนที่กำลังทะเลาะกันเหมือนเด็กๆ อย่างไม่จบสิ้น แม้ว่าเขาจะไม่กล้ามองดูเท่าไรนัก แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
ในที่สุด เมื่อรถยนต์เดินทางไปได้ครึ่งทางแล้ว “สงคราม” ของทั้งสองคนก็สิ้นสุดลงเสียที
ไป๋เสว่เอ๋อร์ไม่ยอมหันกลับไปมองอีกฝั่งหนึ่ง เธอเอาแต่มองออกไปยังนอกหน้าต่าง มีความรู้สึกบางอย่างติดอยู่ที่ภายในใจของเธอ และที่บริเวณหูของเธอนั้นก็กลายเป็นสีแดงก่ำด้วย
เผยลี่เชินพิงไปที่ด้านข้างเล็กน้อย และมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ขณะที่เขากำลังมองสีหน้าด้านข้างของหญิงสาวนั้น เขาก็นึกย้อนไปถึงความไม่ยอมแพ้ของเธอเมื่อสักครู่นี้ ทันใดนั้น สายตาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของเขาก็รู้สึกลึกซึ้งมากขึ้น
ถ้าหากว่าเธอสามารถอยู่ข้างกายเขาตลอดไปได้แล้วล่ะก็ มันคงจะดีมากทีเดียว
ครู่ต่อมา รถยนต์ก็เคลื่อนมาถึงยังจุดหมายปลายทางเรียบร้อย ไป๋เสว่เอ๋อร์ผลักประตูออกไปและลงจากรถ เมื่อเธอได้เห็นคฤหาสน์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ซึ่งให้ทั้งความรู้สึกคุ้นเคยและความรู้สึกแปลกหน้าในคราวเดียวกัน ทันใดนั้น ภายในหัวใจของเธอก็รู้สึกเศร้าสร้อยขึ้นมาทันที
เผยลี่เชินเดินมาหยุดอยู่ที่ข้างกายของเธอ และค่อยๆ งอข้อศอกไปทางหญิงสาวเล็กน้อย ไป๋เสว่เอ๋อร์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้น เธอก็ยกมือขึ้นมาและคล้องแขนของชายหนุ่ม
ทั้งสองคนค่อยๆ เดินเข้าไปยังภายในคฤหาสน์ เมื่อเดินผ่านประตูเข้าไปแล้ว ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็ได้ยินเสียงผู้คนกำลังพูดคุยบางอย่างดังขึ้นมาจากทางห้องนั่งเล่น
เมื่อเผยลี่เชินเดินก้าวเข้าไปยังบริเวณห้องนั่งเล่น เธอก็เงยหน้าขึ้นและมองตามไป ทันทีที่เธอได้เห็นบรรดาหน้าตาของผู้คนที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟานั้น มันก็ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะประหม่าขึ้นมาในทันที
นอกจากคุณพ่อเผยแล้ว ยังมีเผยอี้ จินจิงจิง และเย่ชิวหรง ทุกคนต่างกำลังนั่งอยู่ตรงนั้นทั้งหมด ในครู่หนึ่งนั้นเอง พวกเขาทุกคนต่างมองมาที่เผยลี่เชินและไป๋เสว่เอ๋อร์อย่างพร้อมเพรียงกัน
ทันใดนั้น ดูเหมือนว่าเวลากลับหยุดลงเสียดื้อๆ ไป๋เสว่เอ๋อร์จับมือของเผยลี่เชินและบีบมือของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว
“หนูไป๋เหรอ” คุณพ่อเผยมีสีหน้าที่ดูประหลาดใจ เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ร่างกายของเขาดูสั่นเทิ้มเล็กน้อย “หนู......”
ไป๋เสว่เอ๋อร์รีบฉีกยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก และโต้ตอบเขากลับไปว่า “สวัสดีค่ะ คุณลุง ไม่เจอกันเสียนานเลยนะคะ”
ดวงตาของคุณพ่อเผยเปล่งประกายแสดงให้เห็นถึงความประหลาดใจ เขารีบเอ่ยปากต้อนรับทันทีว่า “กลับมาก็ดีแล้วล่ะ กลับมาก็ดีแล้ว!”