ตอนที่ 394
ตอนที่ 394 ผู้ต้องสงสัย
October 28, 2026
ตอนที่ 394 ผู้ต้องสงสัย
เมื่อเย่ชิวหรงเห็นเธอเข้า สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก จากนั้น เย่ชิวหรงก็รีบยิ้มให้ไป๋เสว่เอ๋อร์ทันที “คุณมาทำอะไรที่นี่คะ”
ภายในหัวใจของไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกคลางแคลงใจขึ้นมาเล็กน้อย สายตาของเธอมองดูเย่ชิวหรงตั้งแต่หัวจรดเท้า “ฉัน...มาดูว่ายาต้มร้อนต้มเสร็จแล้วหรือยังน่ะค่ะ”
เย่ชิวหรงยิ้มอย่างแห้งๆ พร้อมกับพูดออกไปว่า “อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้วล่ะค่ะ คุณออกไปรอข้างนอกก่อนเถอะค่ะ ตรงนี้กลิ่นยามันแรงมาก กลิ่นอาจจะติดตัวคุณไปก็ได้นะคะ!”
“ตกลงค่ะ......” ถึงแม้ว่าไป๋เสว่เอ๋อร์จะรู้สึกคลางแคลงอยู่ในหัวใจ แต่ในเมื่อเย่ชิวหรงพูดออกมาแบบนี้แล้ว เธอก็ได้แต่หันหลังและเดินจากไป
แต่ทว่าเธอกลับสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ดูไม่ถูกต้อง และความรู้สึกนั้นก็ยังคงติดแน่นอยู่ภายในใจของเธอ
หลังจากที่กลับมาถึงห้องนั่งเล่นได้ไม่นาน เย่ชิวหรงก็เดินถือถ้วยยาต้มร้อนควันฉุยออกมาจากห้องครัว เธอนำถ้วยยาต้มร้อนส่งให้กับคุณพ่อเผย พร้อมกับกระซิบเตือนเขาว่า “ดื่มตอนที่ยังร้อนนะคะ”
คุณพ่อเผยพยักหน้า และเอื้อมมือที่สั่นเทิ้มเล็กน้อยไปรับถ้วยยานั้นไว้
ในอดีตคุณพ่อเผยนั้นมีสุขภาพที่แข็งแรงดี แต่มาตอนนี้สภาพร่างกายของเขาก็ไม่อาจที่จะทัดทานความเสื่อมที่เป็นไปตามกาลเวลาได้ เมื่อได้เห็นภาพเหล่านี้แล้ว หัวใจของไป๋เสว่เอ๋อร์ก็เอ่อล้นไปด้วยความรู้สึกขมขื่นและแตกสลายในทันที
และในตอนนั้นเอง เผยลี่เชินก็เดินมาพอดี เมื่อเห็นคุณพ่อเผยกำลังดื่มยาต้มร้อนอยู่ เขาก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแน่น
หลังจากรอให้คุณพ่อเผยดื่มยาต้มร้อนจนหมด เผยลี่เชินก็เดินไปหาเขา พร้อมกับพูดออกมาว่า “พ่อครับ ในเมื่อพ่อดื่มยาหมดแล้ว พ่อก็รีบไปพักผ่อนดีกว่านะครับ ผมกับไป๋เสว่เอ๋อร์ต้องไปแล้วล่ะครับ”
คุณพ่อเผยพยักหน้า และหันหน้าไปหาไป๋เสว่เอ๋อร์ พร้อมกับพูดอย่างแผ่วเบาว่า “หนูไป๋ ไว้ถ้ามีเวลาว่างก็มาหาลุงบ่อยๆ นะ สุขภาพของลุงในตอนนี้ก็......”
เสียงของคุณพ่อเผยลากยาวต่อไปเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ส่ายศีรษะ ก่อนที่จะหยุดและไม่พูดอะไรออกมาอีก
ภายในหัวใจของไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกสั่นเทิ้ม เธอรีบพยักหน้าตอบรับคุณพ่อเผย พร้อมกับรับปากทันทีว่า “อย่ากังวลไปเลยค่ะ คุณลุง ร่างกายของคุณลุงจะต้องค่อยๆ กลับมาแข็งแรงแน่นอนค่ะ อย่ากังวลไปเลยนะคะ”
หลังจากที่บอกลากันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไป๋เสว่เอ๋อร์กับเผยลี่เชินก็เดินออกจากคฤหาสน์ พร้อมกับไปขึ้นรถทันที
ระหว่างทางกลับบ้านนั้น ทั้งสองคนนั่งนิ่งเงียบและไม่ยอมพูดอะไรสักนิดเดียว ไป๋เสว่เอ๋อร์ค่อยๆ กำหมัดแน่นอย่างช้าๆ เธอสูดลมหายใจลึกๆ จากนั้นก็หันศีรษะไปทางชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านข้าง พร้อมกับเอ่ยปากถามออกไปอย่างแผ่วเบาว่า “คุณลุงเป็นแบบนี้มานานเท่าไรแล้วค่ะ”
เผยลี่เชินตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “ครึ่งปีกว่าแล้วล่ะ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์แนะนำออกไปด้วยน้ำเสียงสุภาพว่า “ฉันคิดว่าคุณน่าจะพาหมอคนอื่นมาตรวจดูอาการของท่านนะคะ ลองเปลี่ยนจากยาจีนที่ใช้รักษาอยู่ตอนนี้ เป็นยาตัวใหม่น่าจะดีกว่านะคะ”
“อืม ผมติดต่อไปแล้วล่ะ”
หลังจากการถามคำตอบคำระหว่างทั้งสองคนสิ้นสุดลง ทั้งคู่ก็นิ่งเงียบและไม่พูดอะไรอีก ทำให้บรรยากาศภายในรถยนต์นั้นกลับมาเยือกเย็นอีกครั้งหนึ่ง
ในช่วงขณะหนึ่งนั้น ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย ตอนนี้เมื่อเธอได้มาอยู่ข้างกายเผยลี่เชินแล้ว เธอสามารถรับรู้ได้ถึงความรู้สึกยากลำบากของเขา ทำให้เธอยิ่งรู้สึกไม่กล้าที่จะปฏิเสธเขาได้อย่างเต็มปาก และไม่กล้าที่จะทำร้ายเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือของเผยลี่เชินก็สั่นขึ้นมาทันที เขายกมือขึ้นมาและกดรับสาย “มีอะไร”
ไม่รู้ว่าที่ปลายสายฝั่งนั้นพูดตอบกลับมาว่าอย่างไร แต่ชายหนุ่มกลับชะงักไปครู่หนึ่ง พร้อมกับพูดตอบกลับไปอย่างเบาๆ ว่า “อืม เดี๋ยววันนี้ตอนเย็นผมจะส่งแผนงานฉบับล่าสุดไปให้คุณ เมื่อถึงตอนนั้นแล้ว คุณก็ค่อยส่งอีเมลไปหาซีอีโอชาวอเมริกันคนนั้นด้วยก็แล้วกัน”
หลังจากที่อธิบายอย่างง่ายดายเสร็จเรียบร้อย เขาก็วางสายโทรศัพท์ทันที และสั่งคนขับรถด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำว่า “เจิงหง เดี๋ยวช่วยจอดรถที่ริมถนนตรงนี้ที แล้วคุณก็ไปส่งเธอกลับบ้านก่อนก็แล้วกัน”
ไป๋เสว่เอ๋อร์อดไม่ได้ที่จะโพล่งถามออกไปในทันทีว่า “แล้วคุณล่ะคะ”
ทันทีที่เธอพูดเสร็จนั้น ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็รู้สึกได้ทันทีว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง แต่ทว่าในเมื่อเธอได้พูดออกไปแล้ว มันก็สายเกินกว่าที่จะถอนกลับคืน เธอจึงรีบมองไปที่ชายหนุ่ม และสบเข้ากับสายตาอันลึกซึ้งของเขาเข้าอย่างพอดี
เผยลี่เชินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ผมจะกลับเอาเอกสารบางอย่างที่บริษัทก่อน คุณกลับบ้านไปก่อนเถอะ”
ถ้าเกิดว่าให้เจิงหงไปส่งเธอกลับบ้านก่อน เขาก็ต้องเรียกรถอีกคันเพื่อไปส่งเขาที่บริษัทไม่ใช่เหรอ
ไป๋เสว่เอ๋อร์แนะนำชายหนุ่มออกไปอย่างไม่ลังเลว่า “ฉันจะไปกับคุณเองค่ะ พอเอาเอกสารเสร็จแล้ว เราก็ค่อยกลับบ้านด้วยกัน”