ตอนที่ 400
ตอนที่ 400 ตามสวี่เยว่หรูไป
October 28, 2026
ตอนที่ 400 ตามสวี่เยว่หรูไป
“แม่เข้าใจแล้ว เสว่เอ๋อร์ ลูกนี่เก่งจริงๆ!” ขณะที่คุณแม่ไป๋พูดอยู่นั้น ทันใดนั้น เธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “จริงด้วย เสว่เอ๋อร์ แล้วลูกมาอยู่ที่ไห่เฉิงนี่ได้ยังไงกัน ลูกไม่ได้กลับไปที่เซียงหนานแล้วเหรอ”
เมื่อถูกคุณแม่ไปถามออกมาอย่างกะทันหันเช่นนี้ ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “หนูกับเสี่ยวเจ๋อกลับมาแล้วล่ะค่ะ คงจะอยู่ที่ไห่เฉิงอีกประมาณ 1 เดือนกว่าๆ มีเรื่องบางอย่างที่หนูต้องจัดการนิดหน่อยค่ะ”
คุณแม่ไป๋ไม่ได้ถามอะไรมาก เธอถอนหายใจและพูดออกมาว่า “กลับมาก็ดีแล้วล่ะ ลูกกลับมาแบบนี้ เราจะได้เจอหน้ากันบ่อยมากขึ้นเหมือนเมื่อก่อนไง!”
หลังจากที่พูดคุยกับคุณแม่อย่างเรียบง่ายต่อไปครู่หนึ่ง ในที่สุด ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็วางสาย และเมื่อเธอหวนคิดถึงคำถามที่คุณแม่ไป๋ถามขึ้นมาเมื่อสักครู่นี้ เธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกอย่างเงียบๆ
ถึงแม้ว่าเธอกับเผยลี่เชินจะกลับมาคบกันเพียง 1 เดือนเท่านั้น แต่การที่จะเล่าเรื่องนี้ให้คุณแม่ฟัง ก็มีแต่จะทำให้เธอต้องรู้สึกเป็นกังวลเท่านั้น สู้เก็บเอาไว้และไม่บอกเธอในตอนนี้คงจะเป็นการดีมากกว่า
เมื่อทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็พาห้าวเจ๋อน้อยไปอาบน้ำ และเกลี้ยกล่อมพร้อมพลอกล่อให้เขารีบเข้านอน หลังจากนั้น เธอก็กลับไปยังห้องของตัวเอง และลงมือแปลงานที่อยู่ในความรับผิดชอบต่อให้เสร็จ
หลังจากผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมง เผยลี่เชินก็กลับมาถึงยังคฤหาสน์ เขาถอดเสื้อนอกออก และเดินไปหยุดที่หน้าประตูห้องของไป๋เสว่เอ๋อร์โดยไม่รู้ตัว เมื่อเห็นว่าภายในห้องยังมีแสงเล็ดลอดออกมา เขาก็เงื้อมือขึ้นมาและเคาะประตูห้อง
เมื่อไม่มีใครตอบรับ เผยลี่เชินก็จับลูกบิดประตูและผลักประตูเข้าไปข้างใน เขาเห็นว่าหญิงสาวยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะ แต่ทว่าเธอกลับผล็อยหลับไปเสียแล้ว
เขารีบก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และเห็นว่าคอมพิวเตอร์ที่อยู่บนโต๊ะนั้นยังคงสว่างเปิดอยู่
เขาก็เลิกคิ้วขึ้นทันที
จากนั้น เขาก็อุ้มเธอและพาเธอไปนอนที่เตียงอย่างระมัดระวัง พร้อมกับห่มผ้าห่มให้เธอเรียบร้อย เผยลี่เชินยกมื้อขึ้นมาสัมผัสบริเวณแก้มของหญิงสาวอย่างเบามือ และยิ้มขึ้นที่มุมปากโดยไม่รู้ตัว
ตลอด 1 เดือนนี้ เขาจะต้องหาวิธีและพยายามให้มากที่สุดที่จะไม่ให้เธอและห้าวเจ๋อน้อยไปจากเขาได้! เธอคือคนที่เขามั่นใจ และจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอน!
เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น หลังจากที่ไป๋เสว่เอ๋อร์ตื่นนอน เธอก็ลงไปที่ห้องนั่งเล่นแต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเผยลี่เชิน เธอจึงเดินไปที่ห้องครัว และทันทีที่เธอเห็นป้าจางกำลังเตรียมอุปกรณ์บนโต๊ะอาหารอยู่ เธอก็กระซิบถามป้าจางออกไปว่า “ป้าจางคะ เผยลี่เชินไปทำงานแล้วเหรอคะ”
“วันนี้คุณผู้ชายต้องไปทำงานข้างนอกค่ะ ออกไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว” ป้าจางนิ่งไปครู่หนึ่ง จากนั้น เธอก็พูดต่อไปว่า “จริงด้วย คุณผู้ชายกำชับให้ป้าเตือนคุณหนูว่า วันนี้ให้คุณหนูไปที่บริษัทแล้วถามหาผู้ช่วยฝึกหัดจาง และนำเอกสารจำนวนหนึ่งที่จำเป็นต้องแปลกลับมาด้วยค่ะ”
เมื่อไป๋เสว่เอ๋อร์ได้ยินดังนั้น เธอก็เข้าใจขึ้นมาในทันที เธอพยักหน้าตอบรับ จากนั้น เธอก็เดินออกจากห้องครัวไป เมื่อเธอหันไปเห็นห้องนั่งเล่นที่ว่างเปล่าไร้ผู้คน ภายในหัวใจของเธอก็กลับรู้สึกไม่คุ้นชินขึ้นมาเล็กน้อย
เมื่อก่อนทันทีที่ตื่นนอน เธอจะเห็นเขาในตอนเช้าของทุกๆ วันเสมอ แต่พอมาวันนี้เมื่อเธอไม่เห็นเขา เธอก็กลับรู้สึกเหมือนว่ามีบางสิ่งบางอย่างขาดหายไป
หลังจากที่ทานอาหารเช้าเสร็จ และกำชับเสี่ยวเจ๋อสักเล็กน้อยเรียบร้อยแล้ว ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็รีบเดินทางออกจากคฤหาสน์ในทันที
เอกสารที่เผยลี่เชินมอบหมายให้เธอไปนำกลับมาจากบริษัทนั้น แน่นอนว่ามันจะต้องเป็นภาระงานที่เธอจำต้องทำมันให้เสร็จเรียบร้อย ตลอด 1 เดือนนี้ ถ้าจะไม่ยอมให้เธอทำอะไรสักนิดเลยล่ะก็ มันคงจะน่าเบื่อน่าดู
เมื่อมาถึงยังอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ของเผยซื่อ ทันใดนั้น ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็รู้สึกประหม่าเล็กน้อย ถึงแม้ว่าคราวก่อนเธอจะมาที่นี่กับเผยลี่เชินแล้ว แต่ตอนนั้นที่มาก็เป็นตอนค่ำ ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านเท่าไรนัก แต่วันนี้เธอกลับมาที่นี่ตอนเวลาเข้างาน เกรงว่าเธอคงจะต้องเจอกับผู้คนมากหน้าหลายตาที่เคยคุ้นเคยจำนวนไม่น้อยแน่นอน
หลังจากที่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เธอก็ก้าวเท้าและเดินตรงไปยังห้องโถงในทันที ขณะที่เธอกำลังมองไปที่ทางเดินตรงไปยังบริเวณหน้าลิฟต์นั้น จู่ๆ เธอก็หยิบกุญแจออกมาจากกระเป๋าเสื้อในทันที
บัตรขนาดเล็กสีน้ำเงินยังคงแขวนอยู่บนกุญแจนั้นเหมือนดังเช่นเดิม ตลอด 6 ปีที่ผ่านมานี้ เธอพกบัตรผ่านเข้าออกที่แสนเล็กจิ๋วใบนี้ไว้ข้างกายและติดตัวอยู่เสมอ ราวกับว่ามันคือเครื่องประดับที่เธอจำเป็นต้องสวมใส่ก็ไม่ปาน
เธอไม่รู้ว่าหมายเลขพนักงานของเธอจะถูกลบออกไปจากระบบการบันทึกเข้าออกแล้วหรือยัง ถ้าเกิดว่าถูกลบออกไปแล้ว บัตรผ่านเข้าออกที่อยู่ในมือของเธอตอนนี้ก็คงจะใช้การไม่ได้ และหมดประโยชน์อย่างสิ้นเชิง
ทันใดนั้น มือที่ถือพวงกุญแจเอาไว้ก็กำแน่นขึ้นเล็กน้อย ไป๋เสว่เอ๋อร์รวบรวมความกล้าและเดินเข้าไปลองดู ในที่สุด เธอวางบัตรผ่านเข้าออกนั้นลงไปที่ด้านหน้าเซ็นเซอร์ด้วยความกล้า เมื่อเสียง “ติ๊ด.......” ดังขึ้น ประตูที่กั้นอยู่ข้างหน้าเธอก็เปิดออกในทันที
ไป๋เสว่เอ๋อร์รู้สึกประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่ง เธอรีบเดินเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว เมื่อเธอก้มลงมองดูบัตรใบจิ๋วที่ถืออยู่ในมือของเธอ เธอก็รู้สึกใจหายเล็กน้อยไปครู่หนึ่ง
แม้จะผ่านไปเป็นเวลา 6 ปีเต็ม แต่บัตรผ่านเข้าออกของเธอก็ยังคงใช้การได้อย่างเห็นได้ชัด แสดงว่าเผยลี่เชินยังคงเก็บหมายเลขพนักงานและประวัติการทำงานของเธอไว้เสมอ.......