ตอนที่ 402
ตอนที่ 402 แน่ใจไหมว่าเป็นฝีมือของพวกเขา
October 28, 2026
ตอนที่ 402 แน่ใจไหมว่าเป็นฝีมือของพวกเขา
“เข้าใจแล้วค่ะ ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ยังไงเราก็ต้องจัดการเก็บกวาดทุกอย่างให้สะอาด แบบนี้สิถึงจะวางใจได้!” สวี่เยว่หรูยิ้ม และเอนตัวไปพิงอ้อมแขนของเสิ่นหรูเฟิง
หลังจากที่พวกเขาขึ้นรถออกไปจากสโมสร พร้อมกับส่งคนไปจัดการทำลายเทปวงจรปิดเสร็จเรียบร้อยแล้ว เสิ่นหรูเฟิงก็เชิดคางขึ้น และสั่งคนขับออกไปในทันที “พวกเราออกรถได้”
สวี่เยว่หรูมองไปที่บริเวณประตูทางเข้าของสโมสร ภายในแววตาของเธอนั้นเต็มไปด้วยความเย็นชา จากนั้น เธอก็เอ่ยปากขึ้นมาด้วยความกังวลอย่างบอกไม่ถูกว่า “หรูเฟิงคะ ถ้าเกิดว่าเหอหย่าหานไม่ได้สนใจไป๋เสว่เอ๋อร์และปล่อยเธอไป เมื่อถึงเวลานั้น ไป๋เสว่เอ๋อร์จะต้องเอาเรื่องนี้ไปบอกเผยลี่เชินอย่างแน่นอน ถ้าเกิดพวกเขาสงสัยฉันแล้วล่ะก็ ฉันคงจะทำงานอยู่ที่สำนักงานของประธานบริษัทได้ยากแล้วล่ะค่ะ......”
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของเสิ่นหรูเฟิงก็นิ่งขรึมเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อย หลังจากที่เขานิ่งเงียบไปไม่กี่วินาที เขาก็เอ่ยปากพูดออกมาอย่างเย็นชาว่า “ตอนนี้เผยลี่เชินออกไปทำงานข้างนอกไม่ใช่เหรอ แค่ไม่กี่วันต่อจากนี้ มันก็เพียงพอที่เราจะวางแผนรับมือล่วงหน้าแล้วล่ะ”
สวี่เยว่หรูพยักหน้า ภายในหัวใจของเธอรู้สึกผ่อนคลายลงมากขึ้นทีเดียว เธอเอนศีรษะไปพิงเสิ่นหรูเฟิง จากนั้นก็ยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก “เมื่อผ่าน 3 เดือนนี้ไปได้ ฉันก็ไม่ต้องอยู่ที่บริษัทเผยซื่ออีกต่อไปแล้วใช่ไหมคะ”
“อืม” เสิ่นหรูเฟิงหรี่ตาลงและโอบไหล่ของสวี่เยว่หรูอย่างเบามือ แต่ทว่านอกจากความเย็นชาแล้ว ก็ไม่มีอารมณ์ความรู้สึกอื่นใดปรากฏอยู่ในแววตาทั้งสองข้างของเขาเลย
เมื่อได้ยินดังนั้น สวี่เยว่หรูก็เอ่ยปากพูดออกมาอย่างมีความสุขว่า “เป็นอย่างนั้นก็ดีค่ะ เมื่อถึงตอนนั้น ฉันจะได้คบกับคุณอย่างเปิดเผยได้เสียที ไม่ต้องคอยมานั่งหลบๆ ซ่อนๆ แบบนี้อีกต่อไปแล้ว!”
เสิ่นหรูเฟิงยิ้มขึ้นที่มุมปาก เขานิ่งเงียบและไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว
บางทีเมื่อถึงเวลานั้น สวี่เยว่หรูอาจจะไม่คิดเช่นนั้นอีกก็ได้
ตั้งแต่ตอนที่เหอหย่าหานรับโทรศัพท์จนกระทั่งเธอเดินทางมาถึงยังสโมสรซิงเล่อ เธอใช้เวลาไปไม่ถึง 40 นาที และตามที่ปลายสายในโทรศัพท์ระบุหมายเลขห้องรับรองเอาไว้ เหอหย่าหานก็เดินไปที่บริเวณหน้าห้องของห้องรับรอบส่วนตัวนั้น เมื่อเธอเห็นว่าที่ประตูห้องรับรองนั้นปิดสนิทอยู่ เธอก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาในทันที
จู่ๆ ก็มีโทรศัพท์แปลกๆ นั่นโทรมาหาเธอ และบอกเธอให้มาตามที่อยู่ที่ระบุไว้ เธอไม่รู้สึกสงสัยเลยว่าเรื่องราวในครั้งนี้มันดูผิดปกติไม่น้อยทีเดียว
เหอหย่าหานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้น เธอก็รวบรวมความกล้าและยกมื้อขึ้นมาเคาะประตูห้อง ภายในห้องนั้นไม่มีเสียงอื่นใดตอบกลับมา เธอจึงตัดสินใจเอื้อมมือผลักประตูเปิดเข้าไป
หลังจากที่เดินเข้าไปได้ไม่กี่ก้าว ทันทีที่เธอเห็นไป๋เสว่เอ๋อร์นอนนิ่งอยู่บนโซฟาข้างใน เธอก็รู้สึกตกใจกลัวขึ้นมาในทันที
“ไป๋......ไป๋เสว่เอ๋อร์!” เหอหย่าหานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “นี่ ตื่นสิ!”
ไม่ว่าเหอหย่าหานจะเรียกเท่าไร ก็ไม่มีการตอบสนองจากไป๋เสว่เอ๋อร์เลยแม้แต่น้อย เหอหย่าหานจึงรวบรวมความกล้าและยื่นมือออกไปอังที่บริเวณจมูกของไป๋เสว่เอ๋อร์ เมื่อเห็นว่าเธอยังคงหายใจ เหอหย่าหานก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ
เธอยังคงไม่รู้ว่าคนที่โทรศัพท์มาหาเธอนั้นเป็นใครกันแน่ การที่เธอไม่พบคนอื่น แต่กลับมาพบไป๋เสว่เอ๋อร์เข้าแบบนี้ จะต้องมีแรงจูงใจบางอย่างซ่อนอยู่เบื้องหลังเรื่องราวที่แสนประหลาดนี้อย่างแน่นอน
หลังจากที่เธอเดินวนไปวนมาภายในห้องรับรอง และคิดหาวิธีอยู่ครู่ใหญ่ แต่สุดท้ายแล้ว เหอหย่าหานก็คิดไม่ออกว่าเธอควรจะทำอย่างไรดี
ถึงแม้ว่าเธอจะเกลียดไป๋เสว่เอ๋อร์มากจนอยากให้เธอหายไปจากโลกใบนี้ และไม่ต้องมาปรากฏตัวอยู่เคียงข้างเผยลี่เชินไปตลอดชีวิต แต่อย่างไรก็ตาม เธอก็ไม่ได้โหดเหี้ยมมากพอที่จะลงมือฆ่าไป๋เสว่เอ๋อร์ได้
หลังจากที่คิดกลับไปกลับมา เธอก็นึกไม่ออกว่าควรจะจัดการอย่างไรกับไป๋เสว่เอ๋อร์ดี ถ้าเกิดว่าเธอโทรศัพท์ไปบอกเผยลี่เชินโดยตรงแล้วล่ะก็ นอกจากเธอกับเขาจะไม่ได้กลับมาคืนดีกันแล้ว ตอนนี้เผยลี่เชินก็เดินทางไปทำงานข้างนอกบริษัทด้วย ตัวเขานั้นไม่ได้อยู่ที่ไห่เฉิงในตอนนี้......
ทันใดนั้น ใบหน้าของชายคนหนึ่งก็แวบเข้ามาภายในสมองของเธอทันที แววตาของเหอหย่าหานเป็นประกาย จากนั้น เธอก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา และกดเบอร์โทรออกไปหาลู่เหยาโดยตรง
หลังจากนั้นไม่นาน ปลายสายก็กดรับสาย “สวัสดีครับ”
“คุณลู่เหยาคะ ครั้งก่อนที่เราคุยกันว่าจะมาเจรจาร่วมมือกันทางธุรกิจ คุณยังจำได้ไหมคะ พอดีวันนี้ฉันมีโอกาสที่ดีมากมาเสนอให้คุณ ไม่รู้ว่าคุณจะสนใจมันไหม”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ลู่เหยาก็รีบไปที่ห้องรับรองหมายเลข 325 ของสโมสรซิงเล่อในทันที เมื่อเขาผลักประตูเปิดเข้าไป เขาก็เห็นเหอหย่าหานกำลังนั่งอยู่บนโซฟา พร้อมด้วยไป๋เสว่เอ๋อร์ที่กำลังนอนอยู่ข้างๆ เธอ
เขาขมวดคิ้ว และรีบก้าวเข้าไปหาพวกเธอ จากนั้น เขาก็โน้มตัวและเรียกไป๋เสว่เอ๋อร์ “เสว่เอ๋อร์! ตื่นสิ ตื่น!”
“ไม่ต้องเรียกแล้วค่ะ” เหอหย่าหานพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังเล็กน้อย “เธอถูกโปะยาสลบ และคงจะไม่ตื่นไปสักพักใหญ่”