ตอนที่ 403
ตอนที่ 403 เปิดเผยหมากตัวสำคัญ
October 28, 2026
ตอนที่ 403 เปิดเผยหมากตัวสำคัญ
หลังจากที่เธอถูกโปะยาสลบ เธอก็ถูกพาเข้าไปยังภายในสโมสรซิงเล่ออีกครั้งหนึ่ง และรูปภาพพวกนั้นที่เธอถ่ายเอาไว้ก็ถูกลบหายไปจนหมดด้วย คนที่จะลงมือทำเรื่องแบบนี้ได้ จะต้องเป็นเสิ่นหรูเฟิงและสวี่เยว่หรูอย่างแน่นอน!
“ไม่ได้การล่ะ ฉันจะต้องโทรหาเผยลี่เชินเดี๋ยวนี้!”
ขณะที่ไป๋เสว่เอ๋อร์พูดออกมานั้น เธอก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและเตรียมที่จะต่อสายโทรออก ถึงแม้ว่าตอนนี้เธอจะไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด แต่เธอก็ต้องนำเรื่องนี้ไปรายงานเผยลี่เชินให้เร็วที่สุด!
“ไม่ได้!” มือขนาดใหญ่คู่หนึ่งเอื้อมออกมาและกดมือของหญิงสาวเอาไว้แน่น
ไป๋เสว่เอ๋อร์ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้น เธอก็เงยหน้ามองลู่เหยา และถามด้วยน้ำเสียงที่เหลือเชื่อออกไปว่า “ทำไมไม่ได้คะ”
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความสงสัยของไป๋เสว่เอ๋อร์เข้า ลู่เหยาก็รู้สึกสับสนขึ้นมาในทันที เขาลังเลและไม่รู้ว่าจะเอ่ยปากอธิบายออกไปอย่างไรดี
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ในที่สุด เขาก็เงยหน้าและมองตรงไปที่ดวงตาทั้งสองข้างของไป๋เสว่เอ๋อร์ “ผมต้องพาคุณไปจากที่นี่ ดังนั้น ตอนนี้คุณยังโทรหาเผยลี่เชินไม่ได้หรอกนะ”
ชั่วขณะหนึ่ง ภายในหัวใจของไป๋เสว่เอ๋อร์ก็รู้สึกตงิดใจขึ้นมาในทันที “ไปไหนคะ”
สายตาของลู่เหยานั้นเด็ดขาดและแน่วแน่ “ผมบอกคุณแล้วว่าผมต้องพาคุณไปจากที่นี่”
“ลู่เหยา ฉันบอกกับคุณไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ หนึ่งเดือนนี้ ฉันจำเป็นที่จะต้องอยู่เคียงข้างเผยลี่เชิน หลังจากนั้นแล้ว เขาถึงจะยอมปล่อยฉันกับห้าวเจ๋อน้อยไป แล้วเขาก็จะไม่สามารถ.......”
ลู่เหยาไม่รอให้ไป๋เสว่เอ๋อร์พูดจบ และส่ายหัวปฏิเสธ เขากุมหลังมือของไป๋เสว่เอ๋อร์ที่แสนเย็นเยือกด้วยมือขนาดใหญ่อันอบอุ่นของเขา “เขาไม่ปล่อยคุณไปหรอก เสว่เอ๋อร์ คุณเองก็เข้าใจเขาดีมากกว่าผม เขาไม่มีวันปล่อยพวกคุณทั้งสองคนไปหรอก”
ไป๋เสว่เอ๋อร์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และเอ่ยปากออกไปว่า “พวกเราคุยกันเรียบร้อยแล้ว เขาไม่สามารถกลับคำได้”
“คุณเชื่อใจเขาจริงๆ เหรอ ถ้าเกิดว่าเขาอยากให้คุณอยู่กับเขาแค่ 1 เดือนนี้เท่านั้น ทำไมเขาจะต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อพาคุณกลับไปอยู่ที่บ้านหลังนั้นด้วยล่ะ” สีหน้าของลู่เหยาจริงจังมากขึ้น “เสว่เอ๋อร์ ความจริงแล้ว คุณไม่ได้เชื่อใจเขาเลย แต่ที่คุณทำแบบนั้นก็เพราะว่าเขายังคงอยู่ภายในใจของคุณเสมอ ใช่ไหมล่ะ”
“ไม่ใช่!” ราวกับถูกอะไรบางอย่างทิ่มแทงเข้ามาที่กลางหัวใจ ไป๋เสว่เอ๋อร์จึงปฏิเสธออกไปโดยไม่รู้ตัว
ลู่เหยาจับมือของไป๋เสว่เอ๋อร์แน่นขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว “แล้วทำไมคุณถึงไม่หนีไปล่ะครับ ตอนนี้เขาออกไปทำงานนอกสถานที่ มันเป็นโอกาสที่ดีสำหรับพวกเราที่จะหนีไป ผมจะพาคุณกับเสี่ยวเจ๋อไปจากไห่เฉิง และจะไม่กลับมาที่นี่อีกเลย คุณจะได้ไม่ต้องกลับมาเจอเขาอีกตลอดไป!”
ไป๋เสว่เอ๋อร์กัดริมฝีปากล่าง หัวใจของเธอรู้สึกสับสนจนทำอะไรไม่ถูก “ตอนนี้เสี่ยวเจ๋อยังอยู่ที่คฤหาสน์หลังนั้น ฉันทิ้งเขาไปไม่ได้หรอก......”
“ผมส่งคนไปรับเขามาแล้วล่ะ ตอนนี้เขากำลังเดินทางมาที่นี่”
“อะไรนะ” ไป๋เสว่เอ๋อร์ขมวดคิ้วแน่น และรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก
ลู่เหยาหายใจเข้าลึกๆ และเอ่ยปากพูดเบาๆ ว่า “ผมตัดสินใจแล้วตอนที่ผมกำลังพาคุณกลับมาที่นี่ ผมเลยส่งคนไปสังเกตการณ์ดูที่คฤหาสน์หลังนั้น นึกไม่ถึงว่าตอนนั้นป้าจางจะพาเสี่ยวเจ๋อออกมาเที่ยวเล่นพอดี ผมก็เลยให้เขาพาเสี่ยวเจ๋อออกมาจากตรงนั้นในทันที”
ไป๋เสว่เอ๋อร์ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ทันใดนั้น สมองของเธอก็ขาวโพลนไปหมด เธอคาดไม่ถึงมาก่อนเลยว่าเรื่องราวจะมาถึงขั้นนี้ได้
เดิมทีนั้น เธอกับเผยลี่เชินได้ตกลงและเซ็นสัญญาในข้อตกลง 30 วันนั้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในตอนนี้ลู่เหยาก็คิดที่จะพาเธอหนีไปอย่างกะทันหัน แถมยังพาเสี่ยวเจ๋อมาด้วยแบบนี้อีก ถ้าเกิดเผยลี่เชินสงสัยในตัวเธอเข้า นั่นก็เท่ากับว่าเธอกำลังฆ่าตัวตายและไม่อาจที่จะลบล้างมลทินของตัวเองออกไปได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ไป๋เสว่เอ๋อร์ดึงผ้าห่มที่ห่มตัวเอาไว้ออก และเดินลงจากเตียงอย่างไม่ลังเล “ฉันไปกับคุณไม่ได้หรอกค่ะ ตอนนี้ฉันต้องกลับไปที่นั่น”
“ไป๋เสว่เอ๋อร์” ลู่เหยาเอื้อมมือไปจับข้อมือของเธอเอาไว้ เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เข้มและเย็นชาว่า “เห็นได้ชัดว่าตอนนี้คุณมีโอกาสรออยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ แต่ทำไมคุณถึงอยากจะกลับไปที่นั่นอีกล่ะ”
ไป๋เสว่เอ๋อร์กัดฟัน และตอบกลับไปอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “ฉันสัญญากับเขาเอาไว้แล้ว ยังไงฉันก็ต้องทำตามสัญญานั้น”
ตอนที่เธอกับเผยลี่เชินตกลงกันเรียบร้อยนั้น ในเมื่อเธอเซ็นชื่อลงไปในสัญญาแล้ว เธอก็จำเป็นที่จะต้องทำตามสัญญานั้นให้ได้ และเมื่อ 30 วันนั้นผ่านพ้นไป เธอจะไม่ขออยู่ที่นั่นต่อเลยแม้แต่วันเดียว!
หัวใจของลู่เหยาบีบแน่นขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกไร้พลังผุดขึ้นมาภายในหัวใจของเขา เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และเอ่ยปากถามเบาๆ ว่า “ในตอนนั้น คุณเองก็เคยบอกผมว่าจะให้คำตอบกับผม ผมไม่เคยรอใครนาน......”
เมื่อได้ยินดังนั้น ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เธอเข้าใจได้ทันทีว่าเขานั้นหมายถึงอะไร ครู่ต่อมา เธอก็เงยหน้าขึ้นและมองไปที่ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอ พร้อมกับพูดเบาๆ ว่า “ขอโทษด้วยนะคะ ลู่เหยา ฉันไม่อยากทำให้คุณเสียใจ”
เวลาหกปีที่เขาอยู่เคียงข้างเธอมาโดยตลอด ก็เพื่อรอเธอให้คำตอบกับเขา แต่ในท้ายที่สุดแล้ว เธอก็ไม่อาจที่จะเปลี่ยนหัวใจของตัวเอง และบังคับให้ตัวเธอยอมรับมันได้
แววตาของลู่เหยาดูขมขื่นเล็กน้อย เขายิ้มขึ้นที่มุมปาก และพูดออกมาอย่างแผ่วเบาว่า “ผมเข้าใจแล้วล่ะ”