ตอนที่ 424
ตอนที่ 424 คุณเป็นห่วงฉัน
October 28, 2026
ตอนที่ 424 คุณเป็นห่วงฉัน
พอได้ยินไป๋เสว่เอ๋อร์พูดว่าเธอจะพาห้าวเจ๋อน้อยกลับ สีหน้าของคุณท่านเผยก็มีความลังเลและความผิดหวังเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยในทันที “ห้าวเจ๋อน้อยก็จะไปแล้วเหมือนกันหรอ?”
ไป๋เสว่เอ๋อร์เห็นคุณท่านเผยผิดหวังขึ้นมาอย่างกะทันหัน แม้ว่าจะรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ แต่กลับจะไม่พูดก็ไม่ได้ “วันนี้ห้าวเจ๋อน้อยนัดเพื่อนมาเป็นแขกที่บ้านค่ะ พวกเราต้องกลับไปเร็วหน่อย”
ห้าวเจ๋อน้อยที่อยู่ด้านข้างพยักหน้าอย่างจริงจัง ราวกับเข้าใจถึงความรู้สึกของเขาอย่างดีก็ไม่ปาน เขาเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงของเด็กกลับทั้งมีท่าทีที่จริงจังว่า “คุณปู่ ไม่ช้าผมก็จะมาเยี่ยมคุณปู่อีก วางใจเถอะครับ!”
ได้ยินห้าวเจ๋อน้อยพูดเช่นนี้ คุณท่านเผยก็ถูกทำให้มีความสุขขึ้นมาในชั่วขณะ เขาหัวเราะพร้อมกับพยักหน้า “ได้ งั้นปู่จะรอหนูมา”
เห็นอารมณ์ของเขาดีขึ้นมาบ้าง ไป๋เสว่เอ๋อร์ถึงได้วางใจลง เธอยิ้มเล็กน้อย ก้มศีรษะลงมองไปยังห้าวเจ๋อน้อย แล้วเอ่ยปากขึ้นเบาๆว่า “รีบบอกบ๊ายบายกับคุณปู่สิจ๊ะ!”
ห้าวเจ๋อน้อยโบกมือให้กับเขาอย่างเชื่อฟัง “บ๊ายบายครับคุณปู่!”
คุณท่านเผยพยักหน้าติดต่อกัน “จ้า!บ๊ายบาย!บ๊ายบาย!”
ในที่สุด หลังจากที่บอกลาแล้ว ไป๋เสว่เอ๋อร์ก็จูงห้าวเจ๋อน้อยออกมาจากห้องผู้ป่วย เพิ่งจะผ่านพ้นประตูมา มองเห็นด้านนอกประตูว่างเปล่าไม่มีคนอยู่ เธอก็อดไม่ได้ที่จะนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
เมื่อครู่นี้เจียงหวั่นหวั่นไม่ได้บอกว่าจะรอพวกเขาหรอกหรอ ทำไมอยู่ๆก็หายไปแล้วล่ะ?
ในขณะเดียวกัน ที่มุมเลี้ยวช่องทางบันไดหนีไฟของโรงพยาบาล
“คุณปล่อยฉัน!” เจียงหวั่นหวั่นโกรธจนสีหน้าแดงก่ำ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับข่มขู่ “กู้หลี่เหลียง!หากคุณยังไม่ปล่อยมืออีกฉันจะเรียกคนแล้วนะ!”
กู้หลี่เหลียงได้ยินดังนั้น ฝีก้าวก็หยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน หมุนตัวประชิดเข้าหาเธอ บีบบังคับให้เธอถอยหลังไปชิดที่มุมกำแพง “คุณเรียกสิ เรียกตอนนี้เลย”
เจียงหวั่นหวั่นตกตะลึงไปชั่วขณะ คิดไม่ถึงว่ากู้หลี่เหลียงจะไม่หลงกลกับคำพูดของเธอเลยแม้แต่น้อย หลังจากที่นิ่งเงียบไปชั่วขณะ อยู่ๆเธอก็อ้าปากร้องขึ้นมาอย่างกะทันหัน “อ้า...อุ๊บ!”
เสียงร้องของเจียงหวั่นหวั่นเพิ่งจะดังออกมา ปากก็ถูกมือที่เรียวงามข้างหนึ่งปิดเอาไว้ในทันที
กู้หลี่เหลียงขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น สีหน้าอึมครึมลงไปเล็กน้อย “ยัยโง่!ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ!ผมลากคุณมาเพราะมีเรื่องจะพูดกับคุณ!”
เจียงหวั่นหวั่นถูกปิดปากเอาไว้ ทำได้เพียงเบิกตาที่กลมโตจ้องไปที่เขา
กู้หลี่เหลียงขมวดคิ้วขึ้น ทันใดนั้นก็เข้าใกล้เธอไปอีกเล็กน้อย เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำว่า “เจียงหวั่นหวั่น คิดไม่ถึงว่าตอนนี้เธอจะเปลี่ยนเป็นใจกล้าได้ถึงขนาดนี้? ยังกล้าพูดถึงเผยลี่เชินไม่ดีลับหลัง?”
เจียงหวั่นหวั่นตกตะลึงไปชั่วขณะ รีบยื่นมือออกไปผลักมือของชายหนุ่มออกในทันที เอ่ยถามขึ้นอย่างวัวสันหลังหวะว่า “คุณ...คุณได้ยินหรอ?”
“คุณคิดว่าไงล่ะ!” กู้หลี่เหลียงกลอกตามองบนด้วยสีหน้าที่ไม่แยแส “วันนี้คนที่ได้ยินคำพูดพวกนี้คือผม หากเป็นเผยลี่เชินที่ได้ยินคำพูดเหล่านี้ของคุณแล้วล่ะก็ คุณเคยคิดถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาบ้างหรือเปล่า?”
คำพูดไม่กี่ประโยคพูดจนเจียงหวั่นหวั่นรู้สึกลนลานขึ้นมา หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เธอก็ราวกับเสริมความกล้าให้กับตัวเองก็ไม่ปาน เอ่ยปากขึ้นเบาๆว่า “เขา...เขาก็ไม่ได้ยินสักหน่อย!”
กู้หลี่เหลียงได้ยินดังนั้น อยู่ๆสีหน้าก็เคร่งขรึมขึ้นมาเป็นอย่างมาก เขาประชิดเข้าไปใกล้หญิงสาวอย่างกะทันหัน เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำ “ความรู้สึกที่พี่เผยมีต่อไป๋เสว่เอ๋อร์นั้นมาจากใจจริง คุณบอกว่าลู่เหยาเหมาะสมกับไป๋เสว่เอ๋อร์มากกว่าเขา คุณว่า เขาได้ยินแล้วจะเกิดความคิดยังไง? อีกอย่าง ทั้งๆที่คุณก็รู้ว่าตระกูลเผยแต่ละคนต่างก็ไม่สามารถที่จะไปยุแหย่ได้ง่ายๆ ทำไมยังกล้าปล่อยคำพูดวิพากษ์วิจารณ์มาอย่างเต็มที่ที่ด้านนอกห้องผู้ป่วยของคุณท่านเผยอีก นี่คุณไม่กลัวคนของตระกูลเผยจดจำความแค้นสร้างความเดือดร้อนให้กับคุณเลยหรือไงกัน?”
เจียงหวั่นหวั่นได้ยินดังนั้น กระบวนความคิดก็สับสนวุ่นวายไปในที่สุด เธอสูดหายใจเข้าเต็มปอด แล้วเอ่ยปากขึ้นเบาๆว่า “งั้น...จะทำยังไงดี?”
“คุณพูดก็พูดไปแล้ว ยังจะทำยังไงได้อีก?” ทันใดนั้นกู้หลี่เหลียงก็ยกมือขึ้นมาดีดไปบนหน้าผากของเธอหนึ่งทีอย่างไม่แรงแต่ก็ไม่ได้เบามากนัก “คราวหลังจำไว้ว่าเรื่องเหล่านี้อย่านำมาพูดซี้ซั้วที่ด้านนอก รู้หรือเปล่า!”
เจียงหวั่นหวั่นเจ็บจนรู้สึกตกใจ ยกมือขึ้นลูบไปบนหน้าผากเบาๆ ถือโอกาสตบไปที่หัวไหล่ของกู้หลี่เหลียง “ลองกล้าตีฉันอีกที!”
กู้หลี่เหลียงได้ยินดังนั้น ก็แยกเขี้ยวเล็กน้อย แกล้งทำเป็นลูบไปบนบริเวณที่ถูกตี “คนเนรคุณ!ทำดีกับคุณยังไม่รู้ตัวอีก!”
“ใครต้องการให้คุณมาดีกับฉัน!” เจียงหวั่นหวั่นเอ่ยขึ้นอย่างปากแข็ง ทันใดนั้น เธอก็คิดอะไรขึ้นมาได้ อยู่ๆก็เอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย “กู้หลี่เหลียง คุณพูดกับฉันมากมายขนาดนี้ เป็นเพราะคุณเป็นห่วงฉัน?”
กู้หลี่เหลียงอุทานออกมาอย่างประชดประชัน เอ่ยขึ้นอย่างไม่แยแสว่า “ใครเป็นห่วงคุณ?”