ตอนที่ 123
ตอนที่123 เดินทางไปที่สถานสงเคราะห์
October 28, 2026
ตอนที่123 เดินทางไปที่สถานสงเคราะห์
ไป๋เสว่เอ๋อชะงักไปครู่หนึ่ง หันหลังไป เห็นเผยลี่เชินที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกล
มือของหล่อนข้างหนึ่งถือกล่องคุกกี้ไว้อยู่ มืออีกข้างจับคุกกี้ไว้อยู่หนึ่งชิ้น มองไปที่เผยลี่เชิน หยุดอยู่ครู่หนึ่ง
ให้หล่อนป้อนเขา? เขาจะกล้ากินไหม?
เผยลี่เชินไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่เหลือบตามองตรงไปที่คุกกี้ในมือของหล่อน
ไป๋เสว่เอ๋อลังเลอยู่สักพัก หยุดนิ่งไปครู่ใหญ่ ท้ายสุดหล่อนก็ค่อยๆยื่นมือออกไปหยิบคุกกี้ป้อนไปที่ปากของเขา
เผยลี่เชินหลบสายตามองลงไปด้านล่าง ขมวดคิ้วเล็กน้อย
เมื่อไป๋เสว่เอ๋อเห็นสีหน้าของเขา รู้สึกกลัวเล็กน้อย หล่อนคิดไว้แล้วว่าเขาคงไม่ยอมกิน เพราะเขาเป็นผู้ชายโผงผาง
จะกินคุกกี้รูปกระต่ายคงน่าขันไม่น้อย.....
หล่อนกำลังจะเก็บมือกลับ จู่ๆเผยลี่เชินก็ยื่นมือออกมา จับข้อมือของหล่อนไว้แน่น จากนั้นดึงข้อมือของหล่อนมาไว้ที่ปาก
สายตาของไป๋เสว่เอ๋อเบิกกว้างตกใจมาก เขาเปิดปากออก กัดคุกกี้ไว้
วินาทีนั้น ไป๋เสว่เอ๋อรู้สึกเพียงว่าเสมือนมีบางอย่างมากระตุ้นหัวใจของตน ทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้น ราวกับจะหลุดออกมา
ป้าจางมองไปที่พวกเขาทั้งสอง ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข ป้าอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น “ความสัมพันธ์ระหว่างคุณเผยกับคุณไป๋ดูน่ารักกันมากเลยนะคะ”
ใบหน้าของไป๋เสว่เอ๋อร้อนฉ่า รีบหันหลังเดินตรงไปที่โต๊ะอาหาร ไม่กล้ามองหน้าเผยลี่เชินอีก
เผยลี่เชินเดินตามหล่อนไปติดๆ พูดถามขึ้น “รอยช้ำบนขาดีขึ้นไหม? พรุ่งนี้เราต้องไปปีนเขากันนะ”
“หายแล้วค่ะ ตอนนี้ไม่เจ็บแล้ว” ไป๋เสว่เอ๋อหน้าแดง ตอบเขากลับไป
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ ไป๋เสว่เอ๋อรีบกลับไปที่ห้อง เปลี่ยนเสื้อผ้า แต่งหน้าอ่อนๆ เตรียมเสื้อผ้าที่จะต้องนำไปเปลี่ยนและของใช้จำเป็นต่างๆ จากนั้นรีบลงมาด้านล่าง
เผยลี่เชินเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว บังเอิญเป็นจังหวะเดียวกันกับมีเสียงคนลงมาจากบันไดพอดี เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นไปก็เห็นผู้หญิงใส่ชุดกระโปรงไหมพรหมสีขาวกำลังเดินลงมา
ช่วงนี้อากาศในเมืองไห่เฉิงหนาวเย็นขึ้นเรื่อยๆ และสถานสงเคราะห์ที่พวกเขาจะต้องไปกันในวันนี้อยู่ไกลออกไปนอกเมือง อากาศคงจะเย็นกว่าที่นี่ ดังนั้นหล่อนจึงใส่ชุดกระโปรงไหมพรหมหนา ที่ทั้งยังกันหนาวให้ความอบอุ่นได้ดีและยังดูเรียบหรูอีกด้วย
ทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้อย่างดีหมดแล้ว ขบวนของพวกเขาจึงเริ่มขับรถมุ่งหน้าไปอย่างสถานสงเคราะห์แถบชานเมือง
ในเมืองไห่เฉิงมีสถานสงเคราะห์อยู่หลายแห่ง ผู้คนที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ก็มีค่อนข้างเยอะ พวกเขาจึงทำการแบ่งกลุ่มให้ผู้เข้าร่วมไปจัดกิจกรรมกันในสถานสงเคราะห์ที่แตกต่างกัน โดยการจัดเกมส์ให้ร่วมสนุกกับเด็กๆ ให้เข้าใจถึงเป้าหมายของการทำบุญทำกุศลที่แท้จริง ขับรถไปได้เกือบหนึ่งชั่วโมง ก็ถึงแถบชานเมืองแล้ว รถเลี้ยวคดเคี้ยวไปมาตามเส้นทางขึ้นภูเขา ถนนขรุขระ รถเหวี่ยงไปมาจนทำให้ไป๋เสว่เอ๋อเมารถรู้สึกผะอืดผะอม
เผยลี่เชินเห็นหน้าของหล่อนซีดเซียวอย่างผิดสังเกต ท่าทางของหล่อนไม่สู้ดีขึ้นเรื่อยๆ เขาขมวดคิ้ว กำชับบอกเจิงหง “ขับช้าหน่อย พยายามให้นิ่งที่สุด”
พูดพลาง หันมาทางไป๋เสว่เอ๋อ ถามขึ้น “เป็นยังไงบ้าง?”
ไป๋เสว่เอ๋อฝืนใจสู้ พลางส่ายหัว “ไม่เป็นไรค่ะ”
มองดูใบหน้าเรียวเล็กที่ซีดเซียวและอ่อนแรงของฝ่ายหญิง เผยลี่เชินรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา เขายื่นมืออกไป จับไหล่ของหล่อนไว้แน่น “มานี่สิ เอนมาพิงที่ตัวผมไว้นะ”
เขาพูดพลาง โอบหล่อนเข้ามาในอ้อมอก “นอกพักสักหน่อย ใกล้ถึงแล้วผมจะเรียกคุณเอง”
เมื่อได้ฟังเสียงอันนิ่งขรึมของฝ่ายชาย ไป๋เสว่เอ๋อสบายใจขึ้นมาเยอะทีเดียว หล่อนนอนพิงไหล่ของเขา ไม่นานนัก หล่อนก็ค่อยๆหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย....
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ไป๋เสว่เอ๋อได้ยินเสียงของฝ่ายชายเรียกขึ้น เมื่อหล่อนลืมตาขึ้น ก็ได้ยินเสียงของเผยลี่เชินพูดขึ้นเบาๆ “ถึงแล้วนะ”
ไป๋เสว่เอ๋อขยี้ตา พยักหน้า เงยหน้ามองตรงไปด้านหน้ากระจกรถ หล่อนเห็นรถและกลุ่มคนมากมายอยู่ไม่ห่างออกไป ตึกเก่าเล็กๆที่มีสี่ชั้น หน้าประตูใหญ่มีรถจอดเต็มหมดแล้ว