ตอนที่ 231
ตอนที่231 เขาน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ
October 28, 2026
ตอนที่231 เขาน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ
ก่อนที่จะมาสิงคโปร์ ไป๋เสว่เอ๋อเคยได้ยินมาว่าประธานบริหารของBCค่อนข้างเอาใจยาก ตอนนี้หล่อนมีโอกาสได้พูดคุยกับบ้างเล็กน้อย ก็รู้สึกได้ว่าเขาไม่มีแนวโน้มที่จะร่วมมือลงทุนด้วยสักนิดเลย....
ถ้าหล่อนไม่สามารถพูดคุยให้BCยอมร่วมมือด้วย หล่อนจะกลับไปเผชิญหน้าตระกูลเผยยังไง?
ไป๋เสว่เอ๋อลำบากใจขึ้นมา เงยหน้ามองหาเหยียนเผิงในฝูงชน เดินตรงเข้าไปหาเขา อยากจะลองหาโอกาสพูดคุยทักทายกับเขาสักหน่อย แต่กระทั่งถึงงานจบ หล่อนก็ไม่ได้คุยอะไรกับเหยียนเผิงเพิ่มเติมอีก
มองดูแขกในงานค่อยๆทยอยกันออกไป ไป๋เสว่เอ๋อรู้สึกผิดหวังขึ้นมา ไม่ต้องพูดถึงความพยายามที่จะร่วมงานกับเหยียนเผิง เพียงแค่ช่องทางการติดต่อของเขา หล่อนยังไม่สามารถสืบถามมาได้
เสียงของเสี่ยวจางดังขึ้นจากด้านข้าง “พี่เสว่เอ๋อ เป็นอะไรไปคะ?”
ไป๋เสว่เอ๋อตั้งสติขึ้นมาได้ ยิ้มเจื่อนๆให้เสี่ยวจาง เอ่ยปากถามขึ้น “ได้นามบัตรมากี่ใบแล้ว?”
“สิบกว่าใบ” เสี่ยวจางกระพริบตาดีใจ “ฉันยังได้นามบัตรของผู้ช่วยประธานเหยียนมาด้วยนะ!”
ไป๋เสว่เอ๋อได้ยินเช่นนั้น รู้สึกตกใจตื่นเต้นขึ้นมาทันที “เธอหมายถึงนามบัตรของผู้ช่วยเหยียนเผิงเหรอ?”
เสี่ยวจางพยักหน้าเต็มแรง
ไป๋เสว่เอ๋อรู้สึกมีความหวังขึ้นมาทันที รีบพูดขึ้น “เอามาให้ฉันดูหน่อยสิ ฉันอยากจะโทรนัดเจอประธานเหยียน พูดคุยกันต่อหน้าสักหน่อย!”
เสี่ยวจางรีบหานามบัตรผู้ช่วยในกองนามบัตรยื่นให้หล่อนทันที สีหน้าของไป๋เสว่เอ๋อดูผ่อนคลายลง ยิ้มให้เสี่ยวจางด้วยความดีใจ “ทำดีมาก ไปกันเถอะ ฉันพาเธอไปทานข้าว เดี๋ยวค่อยโทรหาผู้ช่วย!”
ทั้งสองเดินออกจากงานสมาคม หลังจากทานมื้อเที่ยงเสร็จ ไป๋เสว่เอ๋อก็โทรศัพท์หาผู้ช่วยของเหยียนเผิง คู่สายรับอย่างรวดเร็ว “สวัสดีค่ะ ฉันคือไป๋เสว่เอ๋อตัวแทนจากบริษัทเครือตระกูลเผยค่ะ วันนี้เจอกันที่งานสมาคม ฉันอยากจะขอนัดเจอประธานเหยียน ไม่ทราบว่าพอจะมีเวลาว่างสะดวกบ้างไหมคะ?”
เสียงของผู้ช่วยดังขึ้นด้วยความนิ่งเรียบ “ขออภัยค่ะคุณไป๋ ตารางงานของประธานเหยียนเต็มแล้วค่ะ”
ไป๋เสว่เอ๋อทำงานเป็นเลขา หล่อนรู้ดีว่าตารางงานเต็มเป็นเพียงการปฏิเสธแบบอ้อมค้อม หล่อนยิ้มและพูดต่อ “ผู้ช่วยเฝิง รบกวนช่วยจัดเวลาให้นิดนึงได้ไหมคะ ฉันไม่รบกวนเวลาประธานเหยียนเยอะหรอกค่ะ แค่ครึ่งชั่วโมงก็พอแล้ว”
น้ำเสียงของไป๋เสว่เอ๋อเด็ดขาด ขอร้องแล้วขอร้องเล่า ฝ่ายตรงข้ามลังเลอยู่สักพัก สุดท้ายก็พูดขึ้น “คืนนี้ประธานเหยียนจะไปทานข้าวที่โรงแรมวานไจ่ ช่วงห้าโมงครึ่งถึงหกโมงพอจะมีเวลาว่างอยู่”
“รับทราบค่ะ ฉันจะไปถึงโรงแรมก่อนล่วงหน้าค่ะ ขอบคุณมากค่ะ”
เมื่อวางสาย ไป๋เสว่เอ๋อถอนหายใจเฮือกใหญ่ เพียงแค่ได้เจอเหยียนเผิง หล่อนก็จะมีโอกาสได้คุยเรื่องการร่วมมือทำงานกับเขาดีๆสักครั้ง
ยังไม่ถึงห้าโมง ไป๋เสว่เอ๋อก็พาเสี่ยวจางเดินทางออกจากโรงแรม ตรงไปที่โรงแรมวานไจ่
นั่งอยู่บนโซฟาที่ลอบบี้ ไป๋เสว่เอ๋อรีบติดต่อไปที่ผู้ช่วยของเหยียนเผิงทันที แต่ทว่ากลับโทรไม่ติดเลย
นั่งคอยอยู่ที่โซฟาลอบบี้อยู่เป็นเวลานาน สายตามองดูเวลาที่ใกล้จะห้าโมงครึ่งแล้ว ไป๋เสว่เอ๋อกดโทรอีกครั้ง แต่ทางคู่สายกลับไม่มีใครรับเลย
เสี่ยวจางที่นั่งอยู่ข้างๆก็รู้สึกไม่สบายใจ เอ่ยปากถามขึ้น “เกิดอะไรขึ้น? พี่เสว่เอ๋อ ตกลงกับเขาไว้อย่างดีแล้วไม่ใช่หรอ? ”
ไป๋เสว่เอ๋อขมวดคิ้ว “ไม่มีใครรับสายเลย ฉันขอโทรต่ออีกสักหน่อย”
โทรตั้งแต่ห้าโมงครึ่งถึงห้าโมงสี่สิบ ก็ไม่มีใครรับสายเลย
กระทั่งถึงหกโมงกว่า ผู้ช่วยของเหยียนเผิงเพิ่งจะโทรกลับมา “ขอโทษด้วยค่ะคุณไป๋ ทางบริษัทมีเรื่องที่ต้องจัดการเร่งด่วน คืนนี้คงไม่ได้พบท่านแล้วนะคะ”
ไป๋เสว่เอ๋อคิดไม่ถึงเลยว่า หล่อนกับเสี่ยวจางจะรออยู่ที่ลอบบี้โรงแรมเป็นเวลาชั่วโมงกว่าๆ สุดท้ายผลที่ได้กลับเป็นแบบนี้
หล่อนอัดอั้นความโกรธเอาไว้ สูดหายใจเข้าลึก พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “โอเคค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว”
เมื่อกดวางสายไป เผชิญหน้ามองกับสีหน้าอันลังเลของเสี่ยวจาง ไป๋เสว่เอ๋อพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งขรึม “เหยียนเผิงติดธุระ เบี้ยวนัดพวกเราซะงั้น”
เสี่ยวจางได้ยินเช่นนั้น รีบพูดขึ้นด้วยความไม่พอใจ “ว่าไงนะ! อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น? คงไม่ได้เจตนาบอกปัดพวกเราใช่ไหม?”
ก่อนหน้าที่จะมาถึง ไป๋เสว่เอ๋อยังตั้งใจนำเอกสารออกมาตรวจดูอีกรอบ แต่เมื่อทางนั้นโทรมา ก็ยกเลิกนัดไปเลย
มองออกว่าสีหน้าของไป๋เสว่เอ๋อดูไม่ปกติ เสี่ยวจางค่อยๆถามขึ้นด้วยความระมัดระวัง “พี่เสว่เอ๋อ งั้นพวกเราทำยังไงกันต่อดีคะ?”
เงียบไปครู่หนึ่ง ไป๋เสว่เอ๋อรู้สึกอึดอัดใจ จนหายใจไม่สะดวก หล่อนตัดสินใจพูดอย่างเด็ดเดี่ยว “ไปเถอะ ฉันจะพาเธอไปดื่มเหล้า!”
เสี่ยวจางตกใจตะลึง มองดูไป๋เสว่เอ๋อลุกขึ้นยืนเดินตรงออกไปด้านนอก ไม่มีเวลาสังเกตอะไรมาก รีบลุกขึ้นเดินตามหล่อนไปทันที