ตอนที่ 1044
บทที่ 1044 จดจำรสชาติที่เธอชอบทานทั้งหมด
October 21, 2026
เธอกลัวว่าเขาจะเป็นห่วง เจ็บปวดใจ
เขาก็ไม่อยากจะเพิ่มภาระ ความกดดันให้เธอ
กู้จื่อเฟยอารมณ์พังทลาย ไม่รู้ว่าร้องไห้ไปนานเท่าไหร่ ร้องไห้จนตัวเธอเองไม่มีแรงแล้ว จึงจะเงยหน้าขึ้นจากหัวเข่าที่เต็มไปด้วยน้ำตา
เธอเช็ดน้ำตาด้วยความสะอึกสะอื้น รู้สึกแย่ไปทั้งตัว
เธอเหมือนดั่งวิญญาณได้หลุดออกจากห้องครัวไปแล้ว
เธอกลับไปถึงห้อง แอบหยิบรองพื้นขึ้นมาแต่งหน้า ทำให้ดวงตาที่แดงของเธอดูแล้วเป็นปกติ
แต่ว่าใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผล ก็ยังคงมองแล้วไม่เจริญตามากๆ
เธอไม่อยากจ้องกระจกนาน
ในไม่ช้ากู้จื่อเฟยก็จัดการเรียบร้อย เธอคิดไว้ว่าจะไปตามหาเย้นโม่หลินที่ไม่สนใจเธอมาเป็นหลายชั่วโมง
พึ่งเปิดประตูออก ก็เห็นเย้นโม่หลินที่รูปร่างสูงยืนอยู่หน้าประตูด้วยความแปลกใจ
กู้จื่อเฟยตกใจมาก "นายอยู่ที่นี่ได้ยังไง? ฉันตกใจจะตายอยู่แล้ว"
เย้นโม่หลินกวาดสายตาไปทางดวงตาของเธออย่างไร้ร่องรอย พูดด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า
"ไม่โกรธแล้ว?"
กู้จื่อเฟยตะลึงงัน
"อ้อ ฉันนึกออกแล้ว ฉันยังโกรธอยู่เลยนิ"
หลังจากพูดจบ เธอก็ตั้งใจทำท่าถอยหลัง จะไปปิดประตู
เย้นโม่หลินทำสีหน้าจนปัญญา
เขายื่นมือไปกอดเอวของเธอ ล้มตัวเธอลงในอ้อมกอด จากนั้นก็ก้มหน้า แล้วจูบริมฝีปากเล็ก
"อื้อ......นายทำอะไร......"
เสียงตกตะลึงของกู้จื่อเฟยถูกเขากลืนกินด้วยความรุนแรง
การจูบของเขาเร่าร้อน แต่กลับอ่อนโยน เหมือนดั่งเวทมนตร์ที่อ่อนนุ่มแต่กลับไม่สามารถต่อต้านได้
กู้จื่อเฟยถูกครอบงำตลอดเวลา ราวกับสายน้ำที่ละลายอยู่ในอ้อมกอดของเขา
ไม่รู้ว่าจูบไปนานเท่าไหร่ เย้นโม่หลินเหนื่อยจนหอบแฮ่กๆ แล้วปล่อยเธอออก
เขาก้มหน้า หน้าผากแตะกับหน้าผากของเธอ
"ริมแม่น้ำมีร้านกาแฟร้านหนึ่ง ได้ข่าวว่าบรรยากาศดีมาก สง่างาม จะไปนั่งกับฉันไหม"
กู้จื่อเฟยยังไม่ทันหวนนึกขึ้นมาจากความนัวเนีย ก็ตะลึงในคำพูดของเย้นโม่หลินอีกครั้ง
นี่เขา จะไปเดทกับเธอเหรอ?
เรื่องโรแมนติกแบบนี้ เมื่อก่อนเธอไม่เคยคิดเลยว่าจะสามารถใช้เวลาแบบนี้กับยัยโม่หลินที่เป็นเหมือนไม้แข็งทื่อนี่ได้
คิดไม่ถึงว่าตอนนี้เขากลับพูดขึ้นก่อน แน่นอนว่าเธอไม่มีทางปล่อยไปอยู่แล้ว
กู้จื่อเฟยไม่ได้ปกปิดความดีใจของเธอเลยแม้แต่น้อย "เวลาไม่เคยคอยท่า ไปตอนนี้เลย"
พูดจบ กู้จื่อเฟยก็รีบดึงเย้นโม่หลินออกไปทางข้างนอกอย่างไม่รอช้า
เย้นโม่หลินมองดูท่าทางที่กระปรี้กระเปร่าของเธอด้วยความจนปัญญา ดูเฉิดฉายสว่างไสว ดีใจ และเต็มไปด้วยเรี่ยวแรง
ทว่า เธอมีเรี่ยวแรงเยอะขนาดนี้จริงๆเหรอ
คนที่ไม่รับประทานอาหารมาเป็นเวลานาน ร่างกายควรจะอ่อนแอและเหนื่อยล้า
นัยน์ตาของเย้นโม่หลินหม่นหมองลงอีกครั้ง
ณ หน้าประตูโรงแรม ได้เตรียมรถไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
บ้านอื่นๆนั้นล้วนแต่เป็นผู้ชายเชิญผู้หญิงขึ้นรถ ทว่าเธอกลับโห่ร้องดึงเย้นโม่หลินขึ้นรถ
ป่ายฉียืนอยู่ตรงหน้าต่างบนตึก มองดูสองคนขึ้นรถที่ข้างล่างตึก นัยน์ตามืดหมองไปหมด
บนมือของเขาถือกาแฟไว้แก้วหนึ่ง ราวกับว่ากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
ร้านกาแฟที่ริมแม่น้ำไม่ได้ไกลจากโรงแรมมากนัก ผ่านไปไม่นาน ก็ถึงแล้ว
ก่อนที่กู้จื่อเฟยลงรถ ได้สวมหมวกแก๊ปและผ้าปิดปาก
เธอใส่ชุดลำลองสีเทา ตัวใหญ่สบาย ทว่าร่างกายซูบผอมเกินไปจริงๆ ร่างกายในชุดลำลองจึงดูเหมือนว่างเปล่า
รูปลักษณ์นี้ เหมือนกับผู้ป่วยที่หนีออกมาจากในโรงพยาบาลเลย
ถึงขั้นตอนที่เธอเดินเข้าร้านกาแฟไป พนักงานต่างก็มองเธอด้วยความแปลกใจ
กู้จื่อเฟยดึงหมวกแก๊ปลงทันที
เย้นโม่หลินมองพนักงานด้วยความสงบเยือกเย็น จูงมือกู้จื่อเฟย แล้วเดินตรงเข้าไปในล็อบบี้ชั้นสอง
โต๊ะที่เขาเลือกคือโต๊ะติดหน้าต่างในล็อบบี้
มีระยะห่างพอสมควรกับโต๊ะอื่นๆ บรรยากาศก็เงียบสงบสง่างาม