ตอนที่ 1171
บทที่ 1171 เดินออกจากโลกของตัวเอง
October 21, 2026
เย้นโม่หลินพยักหน้าอย่างจริงใจ
กู้จื่อเฟยทำเสียง "จิ๊จ๊ะ" สายตาที่มองเย้นโม่หลินก็ดูประหลาดยิ่งกว่าเดิม
"นี่พี่ยังเป็นพี่เย้นของฉันอยู่รึเปล่าคะ?"
เย้นโม่หลินทำหน้างง
นี่เขาทำอะไรผิดอีกแล้ว?
กู้จื่อเฟยส่ายหน้า "เมื่อก่อนพี่นั้นเป็นแค่ท่อนไม้ที่ไม่เข้าใจเรื่องของความรักเลย แต่ตอนนี้พี่กลับช่ำชองจนสามารถวิเคราะห์ความรักของคนอื่นได้ และเก่งกว่าฉันซะอีก การที่จู่ๆ พี่เปลี่ยนเป็นแบบนี้ ฉันก็รู้สึกไม่ค่อยชินเท่าไหร่ ยังไงฉันก็ยังรู้สึกชอบพี่เย้นที่เป็นเหมือนท่อนไม้มากกว่าอยู่ดี"
เย้นโม่หลิน "......"
จู่ๆ อย่างนั้นเหรอ? จู่ๆ เขาก็กลายเป็นแบบนี้อย่างนั้นเหรอ?
ทำเหมือนสองปีที่อยู่กับเธอมันไม่มีค่าเลยสินะ!
เมื่อก่อนที่เขาไม่เข้าใจเรื่องความรักมันเป็นเพราะเขาไม่มีแฟน ไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับผู้หญิงมาก่อน ในตอนนี้......แฟนของเขาเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการเล่นละครและความรัก ถ้าเขายังไม่เข้าใจอีกก็โง่แล้ว
เย้นโม่หลินลุกพรวดขึ้นมา ขยับเข้าไปใกล้กู้จื่อเฟย แล้วดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอด
เขาก้มหน้าลง สายตาดูอันตรายมาก
"งั้นตอนนี้ผมจะให้คนคุ้นเคยให้มากขึ้นนะครับ"
คำพูดที่พูดออกมาขณะกัดฟันแน่น มันแฝงไปด้วยความเย้ายวนที่แสนคลุมเครือ
กู้จื่อเฟยคุ้นเคยกับสถานการณ์แบบนี้มาก พริบตาเดียวผิวหนังทั้งหมดก็แข็งเกร็งขึ้นมา สองมือรีบผลักเขาออกไป
"เย้นโม่หลิน อย่าคิดทำอะไรบ้าๆ นะ! นี่ฟ้ายังไม่มืดเลยด้วยซ้ำ"
"ปิดหน้าต่าง ฟ้าก็มืดแล้วนี่ครับ"
เย้นโม่หลินอุ้มกู้จื่อเฟยขึ้นมาโดยไม่สนการขัดขืนของเธอ แล้วเดินดุ่มๆ เข้าไปในห้อง
ก้าวเท้าไปอย่างรวดเร็ว สีหน้าบ่งบอกชัดเจนว่าต้องทำให้เธอรู้สึกคุ้นเคยสักหน่อย
กู้จื่อเฟยนั้นดิ้นไม่หลุด แถมยังเจอกับคนรับใช้ที่อยู่ตลอดทาง อยากจะมุดดินแล้วหนีไปทันที
เย้นโม่หลินในตอนนี้ชักจะเหิมเกริมมากขึ้นทุกทีแล้ว
ไม่หลงเหลือเค้าโครงของพี่ชายตัวน้อยขี้อายที่เป็นเหมือนท่อนไม้ไร้เดียงสาในตอนนั้นเลยสักนิด ตอนนี้กลับกลายเป็นหมาป่าตัวใหญ่ที่ดุร้ายไปแล้ว!
......
โห้หยูเซิงไม่ชอบคนแปลกหน้า และเป็นคนเย็นชา
ส่วนโห้หลีเฉินก็ทำอย่างที่เขาบอก เข้าไปหาโห้หยูเซิงทุกวัน แต่ก็ไปแค่แป๊บเดียว และค่อยๆ นานขึ้นเรื่อยๆ
โห้หยูเซิงนั้นเป็นคนเก็บตัว ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจโห้หลีเฉิน ไม่ได้ใส่ใจ แต่หลังจากที่เขามาหาทุกวัน กลับยิ่งไม่สนใจ ยิ่งไม่ใส่ใจเข้าไปอีก
แม้แต่เย้นหว่านด้วยก็กลายเป็นแค่พื้นหลังแล้ว
เย้นหว่านเองก็เริ่มสงสัยแล้วว่าวิธีของโห้หลีเฉินนั้นจะได้ผลจริงๆ รึเปล่า ยังไงอย่างน้อยโห้หยูเซิงก็ยังรู้ว่าเธอเป็นแม่เลยยังแอบมีความสนใจให้นิดๆๆๆๆ หน่อย
แต่มาตอนนี้ เธอรู้อย่างแจ่มแจ้งแล้วว่า ในสายตาของโห้หยูเซิงนั้นเธอแอบจะไร้ตัวตนแล้ว
"โห้หลีเฉิน ยังจะทำแบบนี้ต่อไปอีกเหรอคะ? ผลที่ได้มันจะออกมาตรงข้ามกับที่หวังรึเปล่า?"
โห้หลีเฉินนั่งอยู่บนรถเข็น มองดูเด็กน้อยที่กำลังประกอบตัวต่ออยู่ในห้อง ด้วยสีหน้าที่ลึกซึ้งแต่ก็สงบ
เขาส่ายหน้า "เชื่อผมว่ามันต้องได้ผล"
"แต่ว่า......"
"ที่รัก" โห้หลีเฉินพูดขัดเย้นหว่าน เหลียวมามองเธอ แววตาแฝงไปด้วยความคับข้องใจ "เรื่องของแองเจล่า คุณก็ไม่ยอมเชื่อใจผมแล้ว สรุปคือคุณ......"
"ไม่ค่ะ ไม่แน่นอน! ฉันเชื่อใจคุณ เชื่อใจมากด้วย"
เย้นหว่านรีบพูดออกไป ขาดแค่ชูนิ้วสาบานเท่านั้นแล้ว
แต่ในใจกลับกำลังเจ็บปวดมาก หลังจากที่เกิดเรื่องแองเจล่า ถึงแม้โห้หลีเฉินจะมาอ้อนวอนให้เธอยกโทษแล้วก็ตามแต่สุดท้ายคนที่ไม่มีเหตุผลมากพอก็คือเธอ คนที่สภาพจิตใจย่ำแย่ก็คือเขา
เมื่อโห้หลีเฉินตัดพ้อว่าเย้นหว่านไม่เชื่อใจเขา เย้นหว่านก็ปวดหัวจนต้องยอมจำนน
และไม่กล้าสงสัยอะไรในตัวเขาแม้แต่นิดเดียว
คุณโห้ว่ายังไงก็ถูกต้องตามนั้น