ตอนที่ 1175
บทที่ 1175 คุณมีความมั่นใจแค่ไหน
October 21, 2026
เขาไม่ชอบใกล้ชิดกับคนมากขนาดนี้
ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใครก็ไม่ชอบ
สีหน้าของเขาดูแย่มาก จ้องเขม็งไปยังแรบบิทอย่างเย็นชา แววตากำลังเตือนเธอให้รีบถอยออกไป
แต่แรบบิทกลับไม่มีการตอบสนองใดๆ นัยน์ตาสีดำกำลังมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างอารมณ์ดี แถมยังใช้มือเล็กๆ ชี้ออกไปด้านนอกด้วย
"พี่คะ พี่รีบดูเร็ว จุดที่แดงๆ ตรงนั้น มันเป็นดอกไม้สวยๆ ที่อยู่เต็มภูเขาใช่มั้ยคะ?"
โห้หยูเซิง "......" ปากเล็กๆ เม้มเเรงยิ่งกว่าเดิม
เขายังคงจ้องไปที่แรบบิท ใช้สายตาตักเตือน
"จุดขาวๆ ที่อยู่บนภูเขานั่นใช่อัลปาการึเปล่า? ว้าว ในที่สุดหนูก็ได้เห็นอัลปากาตัวเป็นๆ แล้ว"
แรบบิทดีใจจนสีหน้าเป็นประกาย ร่างกายเล็กๆ ขยับเข้าใกล้หน้าต่างอีกครั้ง เสื้อผ้ากระโปรงนั้นแทบจะโดนตัวโห้หยูเซิงแล้ว
ใบหน้าเล็กๆ ของโห้หยูเซิงบึ้งดึงยิ่งกว่าเดิม จนอยากที่จะลุกออกจากตรงนี้แล้ว
แต่พอเขาเริ่มขยับ มันกลับเข้าใกล้แรบบิทมากยิ่งขึ้น ถ้าเขาต้องการที่จะลุกออกจากตรงนี้ ก็จำเป็นต้องสัมผัสกับแรบบิทก่อน
คิ้วเล็กๆ ของโห้หยูเซิงขมวดเป็นปม และกำลังลังเลอย่างเข้มๆ
แรบบิทนั้นไม่รู้เลยว่าในใจของโห้หยูเซิงนั้นกำลังตีกันอย่างหนัก แล้วเธอยังชวนเขาดูอย่างชอบใจอีก "พี่คะ พี่รีบดูนี่เร็วอัลปากามันน่ารักจริงๆ เลยนะคะ"
โห้หยูเซิงกำลังจ้องเขม็งไปที่ระยะห่างระหว่างเธอกับเขา แล้วครุ่นคิดอย่างจริงจังต่อไป ว่าจะลุกหรือไม่ลุกดี
เย้นหว่านที่กำลังนั่งมองเด็กน้อยทั้งสองจากทางด้านหลัง แววตาก็เปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยน
แต่หัวใจก็ยังเหนื่อยล้าอยู่ดี
แรบบิทเป็นเด็กที่ค่อนข้างสดใส ใบหน้ามีแต่รอยยิ้มอยู่ทั้งวัน ทั้งฉลาดทั้งมนุษยสัมพันธ์ดี เป็นเด็กที่ดีเยี่ยมที่สุดแล้วแต่พอหันมองมาที่โห้หยูเซิง ก็ยิ่งทำให้เขาดูเป็นเด็กที่เคร่งขรึมและเก็บตัวมากขึ้น ดูไม่เหมือนเด็กเลยสักนิด
ทั้งที่อายุยังน้อย เขาไม่ควรต้องมาพบเจอกับอะไรแบบนี้เลย
เย้นหว่านรู้สึกหนักใจ กุมมือของโห้หลีเฉินเอาไว้ แล้วกระซิบเบาๆ ว่า "คุณมีความมั่นใจมากแค่ไหนว่าจะสามารถรักษาหยูเซิงให้หายได้คะ?"
โห้หลีเฉินกุมมือของเย้นหว่านกลับ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนอย่างถึงที่สุดว่า
"ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ"
เย้นหว่านหันไปมองเขา หินก้อนใหญ่ที่ทับอยู่ในใจก็ได้เบาลงไปมาก
ร้อยเปอร์เซ็นต์
จู่ๆ เธอก็รู้สึกคาดหวังขึ้นมาอย่างร้อนใจ อยากให้วันที่โห้หยูเซิงหายป่วยมาถึงเร็วๆ
ถึงตอนนั้น โห้หยูเซิงก็จะเป็นเหมือนแรบบิท ยิ้มออกมากว้างๆ ซุกอยู่ในอ้อมกอดของเธอ แล้วเรียกเธอว่าแม่
ภาพแบบนี้ แค่คิดก็รู้สึกมีความสุขมากแล้ว
ตลอดการเดินทาง ได้ผ่านไปพร้อมกับเสียงจ๊อกๆ แจ๊กของแรบบิท
โห้หยูเซิงสีหน้าเคร่งขรึม สับสนลังเล สุดท้ายไปถึงที่หมายและลงจากเครื่อง ก็ยังตัดสินใจไม่ได้
แต่ก็ยังดีที่แรบบิทได้วิ่งออกไปเอง เขาจึงสบายใจขึ้นมาได้ระดับหนึ่ง
เพียงแต่ พอลงจากเฮลิคอปเตอร์ และที่ที่นั่งรถไป มันก็ทำให้คิ้วเล็กๆ ของเขาขมวดขึ้นมาอีกครั้ง
เพราะสิ่งที่เห็นคือ สถานที่แห่งนี้เป็นที่ที่เขาไม่เคยมาเยือนเลย ข้างในถูกตกแต่งด้วยสีสันที่จัดจ้านยังพอว่า แต่คนนี่สิยั้วเยี้ยเต็มไปหมด!
แค่จะเดินก็ต้องสัมผัสกับคนอื่นแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นคือทุกคนต่างพูดคุยกันอย่างไร้ยางอาย เสียงดังวุ่นวายไปหมด ทำเอาหูเริ่มรู้สึกเจ็บแล้ว
แวบแรกที่โห้หยูเซิงเห็น ก็รู้สึกต่อต้านและเกลียดที่แห่งนี้มาก
เขาทำหน้าบึ้งตึง แล้วกำลังจะบอกว่าไม่เข้าไป ทันใดนั้น เสียงที่ดีอกดีใจของแรบบิทก็ได้ดังขึ้นตรงข้างหู
"ว้าว ที่นี่มันสวยจังเลย! หนูชอบมากเลยค่ะ แม่พ่อพี่ชาย พวกเรารีบเข้าไปข้างในกันเถอะ"
แรบบิทอารมณ์ดีสุดๆ กระโดดดึ๊งดึ่งแขนเสื้อของโห้หยูเซิงแล้ววิ่งเข้าไปข้างใน
โห้หยูเซิง "........." จะปฏิเสธมันก็สายไปเสียแล้ว
ที่ผ่านมาเขาก็ไม่ชอบพูดอะไรมากมายอยู่แล้ว ส่งผลให้ ปากที่พยายามขยับอยู่หลายครั้ง จนสุดท้ายถูกดึงเข้าไปด้านในแล้วก็ยังไม่ได้พูดอะไรออกมา
โห้หลีเฉินจูงมือของเย้นหว่าน เดินตามอยู่ข้างหลังของเด็กทั้งสอง
"ว้าว เด็กสองคนนี้เป็นลูกเต้าเหล่าใครเนี่ย? น่ารักอะไรอย่างนี้!"
"พวกเขาเป็นตุ๊กตาเหรอ?หน้าตาดูดีอะไรอย่างนี้"