ตอนที่ 462
บทที่ 462 รับผิดชอบหรือไม่รับผิดชอบ?
October 21, 2026
บทที่ 462 รับผิดชอบหรือไม่รับผิดชอบ?
พอได้ยินเสียงเย้นหว่านปิดประตู เย้นโม่หลินถึงได้ค่อยๆ หันหน้ามา เห็นสายตาวูบวาบของกู้ซึง มันยากมากที่จะอธิบายในเพียงไม่กี่คำได้
โห้หลีเฉินเม้มปาก สีหน้าสั่นไหวนิดหนึ่ง และอธิบายว่า
“ผมกับเย้นหว่านไม่ใช่อย่างที่คุณคิด”
เขาเห็นชัดเจนแจ่มแจ้งขนาดนั้นแล้ว ไม่ใช่แบบนั้น แล้วจะเป็นแบบไหนได้อีก?
ไม่อธิบายยังจะดีกว่า พออธิบายแล้ว ก็เหมือนกับการยืนยันมากกว่าเดิม
ทันใดนั้นสีหน้าของเย้นโม่หลินก็พังทลายลง เขาก้าวไปด้านหน้าหลายก้าว แล้วก็คว้าคอเสื้อของโห้หลีเฉินไว้ สีหน้าดุร้าย
“กู้ซึง นายรังแกน้องสาวฉัน แล้วยังจะไม่ยอมรับอีกเหรอ? ”
เขาคำรามออกมาด้วยความมั่นใจอย่างมาก เขาไม่ยอมรับแม้แต่นิดเดียวว่าเมื่อกี้ที่เขาเห็นคือเย้นหว่านต่างหากที่ขืนใจคนอื่นเขา
โห้หลีเฉินรู้สึกลำบากใจอย่างมาก “ผมไม่ได้รังแกเธอ แต่ว่าเธอ……”
พูดได้ครึ่งเดียว ก็ต้องสบตากับสายตาที่ข่มขู่และดุร้ายของเย้นโม่หลิน โห้หลีเฉินก็ต้องสงบปากสงบคำไป
พอเย้นโม่หลินเห็นว่าเขาอ่านสถานการณ์ออก เขาก็ดุร้ายมากขึ้น
พูดอย่างเผด็จการว่า “ตอนนี้นายกะจะทำยังไง จะรับผิดชอบน้องสาวฉันรึเปล่า? ”
เขาสามารถตอบว่าไม่ได้ไหมล่ะ? ท่าทางแบบนี้ เหมือนกับผู้ร้ายที่ลักพาตัวผู้ชายจากครอบครัวที่บริสุทธิ์มาเพื่อบังคับให้แต่งงานเลย
โห้หลีเฉินรู้สึกลำบากใจ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ครุ่นคิดอยู่นาน แล้วก็พูดออกมาเหมือนกับฝืนใจอย่างมาก
“ผมกับเย้นหว่าน จะลองคบกันดูครับ”
“แค่ลองคบกันยังงั้นเหรอ? ”
เย้นโม่หลินขมวดคิ้ว รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก
ถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงทดสอบกู้ซึงอยู่ แต่ว่าเขาเห็นกู้ซึงกับเย้นหว่านนั้นคืบหน้าไปอย่างรวดเร็วแล้ว ไม่แน่ว่าอีกไม่กี่วันเย้นหว่านก็จะขึ้นเตียงเขาแล้ว เขาจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมทุกอย่างให้กับน้องสาวของเขา
แม้ว่าตอนนั้นจะเกิดอะไรขึ้นแล้วก็ตาม กู้ซึงก็จะไม่สามารถแค่ใส่กางเกงแล้วก็เดินออกไปได้
แต่ว่าถ้าเกิดว่าเขาไม่ได้คิดแบบนั้น ถ้ายังงั้นตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป ห้ามเขาแตะต้องเย้นหว่านอีกแม้แต่ปลายนิ้ว
“ก่อนที่จะยืนยันความสัมพันธ์ที่เป็นทางการ ผมจะไม่ทำอะไรกับเย้นหว่านเด็ดขาด”
เหมือนกับว่าเล็งเห็นความกังวลของเย้นโม่หลิน โห้หลีเฉินก็รับประกันอย่างจริงจัง
เย้นโม่หลินลังเลนิดหน่อย ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่คำตอบที่เขาต้องการ แต่คำตอบนี้ก็พอจะผ่านด่านไปได้
ถ้ายังงั้นก็ให้พวกเขาลองคบกันดูก่อนแล้วกัน……
“จำสิ่งที่นายพูดไว้ด้วยนะ! ”
เย้นโม่หลินจ้องโห้หลีเฉินด้วยสายตาข่มขู่ แล้วก็ปล่อยคอเสื้อของเขา
โห้หลีเฉินถอยไปด้านหลังสองก้าว สีหน้าสงบนิ่ง ยกนิ้วที่ข้อต่อเด่นชัดของเขาขึ้นมาจัดแจงคอเสื้อที่ยุ่งเหยิง
ในดวงตาที่ลึกซึ้งคู่นั้นของเขา มีรอยยิ้มที่ประสบความสำเร็จ
ถึงแม้ว่าเขาจะดูเหมือนฝืน แต่ว่าความจริงแล้ว เรื่องราวมันเป็นไปตามที่เขาคิดไว้ ท่าทางของเย้นโม่หลินแบบนี้ ราวกับว่าเห็นด้วยที่จะให้เขากับเย้นหว่านพัฒนาความสัมพันธ์ต่อไปแล้ว……
แม้กระทั่ง กลายเป็นสนับสนุนให้เขาคบกับเย้นหว่านอีกต่างหาก
เย้นหว่านยังไม่รู้ว่า โห้หลีเฉินได้จัดการพ่อแม่เธอไปเรียบร้อยแล้วอย่างไม่รู้ตัว
โห้หลีเฉินกับกู้จื่อเฟยพักที่บ้านของตระกูลเย้นอย่างปลอดภัย อยู่ในฐานะแขก หลายวันนี้เย้นหว่านก็เอียนอยู่กับพวกเขาทั้งวัน
บางทีเย้นโม่หลินก็มาเป็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญอยู่บ้าง ทุกครั้งที่เขามา กู้จื่อเฟยก็จะมาพัวพัน เบี่ยงเบนความสนใจ
ให้เย้นหว่านกับโห้หลีเฉินมีเวลาส่วนตัวมากยิ่งขึ้น
หลายวันมานี้ การที่ได้อยู่กับโห้หลีเฉิน เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและความสบายที่หาได้ยากของเย้นหว่าน
แต่ว่าข้อเสียในสิ่งที่งดงามแบบนี้ก็คือ ตั้งแต่ต้นจนจบโห้หลีเฉินต้องสวมใส่หน้าตา และตัวตนของกู้ซึง
ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์ที่คลุมเครือของเย้นหว่านกับกู้ซึงในตอนนี้ คนในครอบครัวจะเริ่มยอมรับได้ แต่ว่าสุดท้ายแล้วเธอก็ไม่สามารถแต่งงานกับกู้ซึงได้ไม่ใช่เหรอ?
ถึงแม้ว่าเธอจะยินยอม แต่ว่าศักดิ์ศรีของโห้หลีเฉินแล้วนั้นคงไม่ยอมให้ตัวเองใช้หน้าตาและตัวตนของคนอื่นตลอดชีวิตหรอก
แต่ว่าตอนที่เย้นหว่านถามโห้หลีเฉินว่าสุดท้ายแล้วจะเอายังไงนั้น เขากลับไม่พูดอะไร ให้เธอสบายใจก็พอ
ตั้งแต่ต้นตนถึงตอนนี้เย้นหว่านก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะมาไม้ไหนกันแน่