ตอนที่ 918
บทที่ 918 ถูกข่มเหงรังแก
October 21, 2026
เย้นโม่หลินแทบจะโอบเอวกู้จื่อเฟยเอาไว้ในในอ้อมกอดตามสัญชาตญาณ
วินาทีถัดไปก็สบโอกาสสลับเป็นฝ่ายรุกในการกอดจูบเธอเสียเอง
อ้อมกอดของชายหนุ่มทั้งกว้างทั้งแข็งแกร่ง และมีอุณหภูมิอบอุ่นส่งผ่านเสื้อผ้ามาลวกบนผิวหนัง ส่งผ่านไปยังหัวใจ
กู้จื่อเฟยรู้สึกได้ถึงจูบของเขา รู้สึกถึงอ้อมกอดของเขา หัวใจทั้งดวงก็เต็มตื้นในทันที เป็นความจริงแล้ว
ผู้ชายคนนี้เคยเป็นคนที่ทำได้แค่มองอยู่ห่างๆ แต่ตอนนี้กลับเป็นของเธอแล้วจริงๆ
เป็นของเธอแล้ว
......
วันที่จะเตรียมตัวเดินทางไปสู่ขอนั้นใกล้เข้ามาแล้ว
ช่วงเวลาหลายวันนี้ โห้หลีเฉินจัดการเรื่องงานแต่งงานจนเกือบจะเสร็จเรียบร้อยแล้ว กระทั่งสินสอดที่ใช้ในการสู่ขอ เขาก็เป็นคนตระเตรียมด้วยตนเอง
เรื่องทั้งหมดล้วนจัดการได้อย่างเหมาะสม เหลือเพียงแค่รอให้ถึงวันที่จะเดินทางไปยังตระกูลเย้น
เย้นหว่านมักจะไปชื่นชมชุดแต่งงานของเธอ และชุดเจ้าบ่าวที่แขวนอยู่ข้างๆกันในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าบ่อยๆ
ชุดของโห้หลีเฉินคือชุดสูทสีดำ แต่จากรายละเอียดและแบบชุดก็สามารถมองออกได้ว่าเป็นสไตล์คู่รัก
สามารถพูดได้ว่าตั้งใจมาก
แต่ราวกับว่า การที่โห้หลีเฉินทำหลายสิ่งหลายอย่างด้วยความละเอียดรอบคอบเช่นนี้ เธอก็คล้ายกับว่าไม่ได้ทำอะไรเพื่อเขา
เย้นหว่านครุ่นคิดไปมา มองชุดเจ้าบ่าวของโห่หลีเฉินแล้วก็ตั้งใจจะติดกระดุมข้อมือให้เขาเม็ดหนึ่ง
ถือว่าเป็นการประดับตกแต่งสิ่งที่สวยงามอยู่แล้วให้สวยงามยิ่งขึ้นไปอีก
ดังนั้นเย้นหว่านจึงถือโอกาสไปหาท่านอาวุโสแปด
แม้ว่าส่วนใหญ่เรื่องงานแต่งงานล้วนเป็นโห้หลีเฉินที่จัดการ แต่ท่านอาวุโสแปดก็จัดการเรื่องซับซ้อนมากมายเช่นกัน ถึงอย่างไรงานแต่งงานก็เรื่องเยอะ
เรื่องอย่างการที่เย้นหว่านตามหากระดุมข้อมือเสื้อ มาหาท่านอาวุโสแปดนั้นสะดวกและเหมาะสมที่สุด
หลายวันมานี้ มากน้อยอย่างไรเย้นหว่านก็มีความสนิทสนมกับท่านอาวุโสแปดอยู่บ้าง และค้นพบว่า ภายในตระกูลหยูที่ยุ่งเหยิงวุ่นวายเพราะผลประโยชน์ ง่ายต่อการเดินไปในทิศทางที่ผิดเพี้ยน ท่านอาวุโสแปดเป็นบุคคลที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนกับคนอื่น
ไม่เหมือนกับการไม่สนไยดีต่อเรื่องราวของท่านอาวุโสเจ็ด แต่เป็นความนุ่มนวล สุภาพเรียบร้อย จัดการเรื่องราวด้วยความอดทนและเรียบง่าย มีลักษณะท่าทางที่เมตตาอ่อนโยนตั้งแต่ต้นจนจบ
ไม่เคยมีท่าทีของคนเป็นผู้อาวุโส แต่เหมือนกับญาติผู้ใหญ่ที่เรียบง่ายเป็นกันเองคนหนึ่ง
ทำความรู้จักกันมาหลายวัน ก็เต็มไปด้วยความสบายอกสบายใจ
เย้นหว่านเดินไปถึงหน้าประตูห้องท่านอาวุโสแปด ก็เห็นว่าประตูไม่ได้ปิด แง้มเปิดเอาไว้ครึ่งหนึ่ง
มีคนอยู่
เธอดีอกดีใจ จะได้ไม่ทำให้เธอมาเสียเที่ยว
เย้นหว่านยื่นมือออกไป คิดจะเคาะประตูอย่างมีมารยาท แต่นิ้วมือยังไม่ทันจะได้แตะเข้ากับบานประตู จู่ๆก็ได้ยินเสียง "เพล้ง" ดังลอยมาจากด้านใน
เป็นเสียงของแก้วตกแตก
เกิดเรื่องอะไรขึ้นกัน?
เย้นหว่านสงสัย ยังไม่ทันจะรอเธอไปดู ก็ได้ยินเสียงผู้ชายดังลอยมาจากด้านใน ในน้ำเสียงเต็มไปด้วยการเสียดสีอย่างรุนแรง
"ไอ้แปดเรี่ยวแรงนายดูเหมือนจะไม่ไหวขึ้นเรื่อยๆแล้วนะ กระทั่งการรินไวน์ก็ยังถือแก้วไม่มั่นคงแล้วหรือ"
"เหอะ คนไร้ค่าก็คือคนไร้ค่า หมดหนทางช่วย"
ชายสองคน คนหนึ่งร้องคนหนึ่งรับ ล้วนเสียดสีอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่ปกปิดเลยแม้แต่น้อย
เย้นหว่านประหลาดใจเป็นอย่างมาก คิดไม่ถึงเลยว่า บุคคลที่เป็นท่านอาวุโสแปดอันสูงส่งในตระกูลหยูจะถูกคนเอ่ยเสียดสีต่อหน้าเช่นนี้ด้วย?
เป็นใครที่มีความกล้ามากขนาดนั้นกันนะ
เธอเดินก้าวไปด้านหน้าเล็กน้อยด้วยความสงสัย มองผ่านรอยแยกของประตูที่เปิดเอาไว้ครึ่งหนึ่ง จึงเห็นสถานการณ์ภายในห้อง