ตอนที่ 958
บทที่ 958 ใจกว้าง
October 21, 2026
หมอหญิงตะลึงมองโห้หลีเฉิน คิดไม่ถึงว่าตัวเองถึงกลับ......มีชีวิตรอดจากความตายได้?
เธอรีบพยักหน้ารับคำ "ค่ะๆๆ นายน้อยวางใจ ฉันจะแจ้งต่อผู้นำตระกูลตามคำพูดเดิม"
เธอเป็นคนเฉลียวฉลาด เข้าใจอะไรได้ง่าย จึงเป็นธรรมดาที่จะเข้าใจวัตถุประสงค์ของคำพูดนี้
ภรรยาของหลานชายปู่ตั้งครรภ์เรื่องประเภทนี้ แม้ว่าจะยุ่งมากก็ควรจะไปบอกกับคุณปู่ด้วยตัวเอง แต่กลับให้เธอไปบอกแบบนี้ ก็เป็นเพียงแค่การแจ้งให้ทราบตามแบบแผนเฉยๆเท่านั้นเอง
เป็นการแจ้งให้ทราบด้วยความรู้สึกห่างเหินเป็นอย่างมาก
นั่นก็หมายความว่า แม้ว่าหยูฉู่สองจะเป็นผู้นำตระกูล แต่ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดอะไรในเรื่องนี้
และเป็นการแสดงอำนาจหลังจากได้รับตำแหน่ง
หมอหญิงรู้ว่าตัวเองไปแล้วก็คงจะพบกับการชักสีหน้า แต่สุดท้ายแล้วสามารถเก็บชีวิตกลับมาได้ ก็โชคดีเป็นอย่างยิ่งแล้วเช่นกัน
เธอไม่กล้าล่าช้า หลังจากเอ่ยลากับโห้หลีเฉินด้วยท่าทางเคารพนบนอบแล้วก็รีบจากไปอย่างรวดเร็ว
จนกระทั่งเห็นหมอหญิงออกจากประตูใหญ่ของตึกไปแล้ว ก็ไม่มีความเป็นไปได้ที่จะแอบฟังสิ่งใดได้อีก เย้นหว่านถึงได้หันหน้ากลับมาถามโห้หลีเฉินว่า
"เกิดอะไรขึ้นกับเสี่ยวย่าคะ? ทำไมถึงได้คุกเข่าอยู่ตรงนี้?"
เย้นหว่านเห็นเสี่ยวย่าตัวสั่นระริกแล้วก็รู้ว่าเธอน่าจะทำผิดจึงถูกลงโทษ
แววตาอ่อนโยนแต่เดิมของโห้หลีเฉินเปลี่ยนเป็นเหน็บหนาวเสียดแทงกระดูกในตอนที่เห็นเสี่ยวย่า ใบหน้าเต็มไปด้วยความรังเกียจ
เขาเอ่ยเสียงเย็นว่า "ละเลยต่อหน้าที่ความรับผิดชอบ"
"ละเลยต่อหน้าที่ความรับผิดชอบ?"
เย้นหว่านสงสัย มองไปที่เสี่ยวย่า พลางเอ่ยถาม "เสี่ยวย่า เกิดอะไรขึ้น?"
ปกติเย้นหว่านจะไม่ถามเรื่องพวกนี้ให้มากความ แต่หลายวันนี้เสี่ยวย่าล้วนเป็นคนดูแลเธอ เธอรู้สึกได้อย่างน่าประหลาดว่า การที่เสี่ยวย่าคุกเข่าอยู่ตรงนั้นเป็นเพราะเธอ
เสี่ยวย่าเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองเย้นหว่านด้วยนัยน์ตาที่พร่าเลือนไปด้วยน้ำตา ทั้งยังขอโทษด้วยความละอายใจไม่หยุด
"ขอโทษค่ะ คุณเย้น ขอโทษค่ะ เป็นความผิดของฉันเองที่หลายวันมานี้ไม่ได้ดูแลคุณให้ดี คุณมีอาการอยากนอนมากผิดปกติ กินได้น้อย ฉันก็ไม่ได้สังเกตเห็นถึงความผิดปกติ ทำให้ร่างกายของคุณแย่ลงในทุกๆวัน
โชคดีที่เด็กในท้องของคุณไม่เป็นอะไร ไม่อย่างนั้นฉันตายเป็นหมื่นครั้งก็ยากที่จะหลุดพ้นความผิดนี้ได้"
เย้นหว่านถึงได้เข้าใจขึ้นมาในทันที ที่แท้ก็เป็นเพราะสาเหตุนี้
ถึงกับทำให้เสี่ยวย่าตื่นตระหนกจนเป็นแบบนี้
เย้นหว่านรีบโน้มตัวไปดึงแขนของเสี่ยวย่า คิดจะพยุงเธอขึ้นมา
"ไม่เป็นหรอก นี่ก็ไม่สามารถโทษเธอได้ทั้งหมด เป็นฉันที่ไม่ให้เธอพูด ฉันที่เป็นแม่คนก็ยังไม่สังเกตเห็นเลย จะโทษเธอได้อย่างไรกัน"
เสี่ยวย่าตะลึงมองเย้นหว่าน คิดไม่ถึงว่าเธอจะพูดแบบนี้
แต่ว่าเธอก็ยังไม่กล้าลุกขึ้น "เป็นฉันที่ละเลยต่อหน้าที่ความรับผิดชอบ ฉันควรจะเชิญคุณหมอมาตรวจอาการคุณตั้งแต่แรก คุณก็คงไม่ต้องเป็นลมหมดสติไป"
เย้นหว่านยิ่งหัวเราะไม่ได้ ร้องไห้ไม่ออก
"เรื่องที่ฉันหมดสติยิ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับเธอ เป็นเพราะได้รับความสะเทือนใจจากเรื่องอื่น ฉันไม่โทษเธอ เธอรีบลุกขึ้นมาเร็วเข้า"
หลายวันมานี้เสี่ยวย่าดูแลจนสามารถบอกได้ว่าพยายามทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ และเย้นหว่านก็เป็นคนบังคับขอร้อง ไม่อนุญาตให้พวกเธอบอกกับโห้หลีเฉิน หากพูดถึงความรับผิดชอบ ก็ไม่สามารถโทษเธอได้จริงๆ
อีกทั้ง เธอกับลูกก็ไม่ได้บอบบางขนาดนั้น
"แต่ แต่ว่า....."
สายตาของเสี่ยวย่าที่มองโห้หลีเฉินสั่นระริก ขลาดเขลา และหวาดกลัว
เย้นหว่านใจอ่อน ถึงได้ไม่โทษเธอ
แต่ว่าสุดท้ายแล้วเธอก็แสร้งทำเป็นเชื่อฟังแต่ไม่ได้ปฏิบัติตาม ละเลยหน้าที่ความรับผิดชอบในเรื่องการดูแล ด่านของนายน้อยนั้นยังคงผ่านไปไม่ได้
เย้นหว่านหันหน้าไปมองโห้หลีเฉิน เอ่ยเสียงอ่อนว่า
"ฉันขู่ไม่ให้พวกเขาพูด คุณก็อย่าลงโทษเธอเลยนะคะ? ได้ไหม?"
เสียงนุ่มนวล ออดอ้อนราวกับขนนกหนึ่งอันกวาดไปมาที่หัวใจ
โห้หลีเฉินจะสามารถปฏิเสธคำขอร้องของเธอได้อย่างไร
ถึงตอนนี้เธอจะให้เขาคว้าดวงดาวที่อยู่บนฟ้าลงมาให้ เขาก็จะส่งจรวดไปขนอุกกาบาตบนท้องฟ้าลงมาจริงๆเช่นกัน
เขาโอบเอวเธอ เพื่อไม่ให้เธอต้องโค้งตัวมากเกินไป พลางเอ่ยอย่างจนปัญญาว่า "ได้"
เย้นหว่านยิ้มแย้มเบิกบานทันที
เอ่ยกับเสี่ยวย่าด้วยความยินดีว่า "ดูสิ โห้หลีเฉินก็ไม่ถือสาแล้ว ไม่เป็นไรแล้วๆ"