ตอนที่ 2
บทที่ 2
November 4, 2026
“เฮ้อ...” เจียงห้าวได้แต่ถอนหายใจด้วยความเสียดาย “เอาเถอะ แกก็คุกเข่าสำนึกผิดไป เดี๋ยวพ่อไปทำกับข้าวแล้วกัน”
“ครับ พ่อ” เจียงอวี้เฉิงรับคำอย่างว่าง่าย เพราะอย่างไรเสียนี่ก็เป็นเพียงการคุกเข่าสำนึกผิดตามมารยาทเท่านั้น ทันทีที่แผ่นหลังของพ่อลับสายตาไป มือใหญ่ก็ยกขึ้นปาดน้ำตาราวกับไม่เคยมีอยู่จริง “เฮ้อ... พ่อนี่หลอกง่ายจริง ๆ ”
ด้วยตระกูลเจียงในตอนนี้ เหลือเพียงเจียงห้าวและเจียงอวี้เฉิงสองพ่อลูก เพราะแม่ของเขาทนความลำบากไม่ไหว จึงได้จากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควร
ความจริงแล้ว เหตุการณ์ในวันนี้ ไอ้เด็กแซ่เหอนั่น ไม่ได้กล่าวร้ายตระกูลเจียงรุนแรงถึงขนาดนั้นหรอก แค่ล้อเขาว่าเป็นเด็กไม่มีแม่ แล้วก็ขโมยข้าวกล่องของเขาไปก็เท่านั้น
ขโมยอะไรไม่ขโมย ดันมาขโมยข้าวจากคนจนที่กำลังหิว!!
ไม่ซัดให้ตายคาไม้ตรงนั้นก็ดีเท่าไหร่แล้ว
ฮึ่ย! ว่าแล้วก็หิว...
โครก คราก
เสียงท้องของเขาร้องประท้วงสอดรับดังขึ้นมา เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อตอนเที่ยงของวันนี้ กว่าจะจบเรื่องทุกอย่างก็เกือบค่ำ แล้วเขายังต้องมาคุกเข่าทนหิวแบบนี้อีก
“โอ๊ย! เมื่อยไปทั้งตัวเลย” เจียงอวี้เฉิงบิดตัวเพื่อคลายความเมื่อยล้า แล้วจึงเหวี่ยงแขนไปมา จนแขนข้างหนึ่งไปโดนโต๊ะบูชาที่ตั้งอยู่ข้าง ๆ
ทันใดนั้น! หนังสือเล่มหนึ่งก็ตกลงมาบนพื้น เจียงอวี้เฉิงหยิบขึ้นมาปัดฝุ่นที่หนาเขรอะบนปกหนังสือออก จึงได้เห็นอักษรที่เขียนอยู่บนนั้น
“บันทึก... ตระกูลเจียง...”
เจียงอวี้เฉิงอ่านชื่อหนังสือที่เขียนอยู่หน้าแรกอย่างค่อนข้างลำบากด้วยรูปแบบของอักษรที่โบราณ อีกทั้งความหนาของหนังสือ นั่นทำให้เขายิ่งมั่นใจว่าหนังสือเล่มนี้น่าจะเป็นบันทึกของบรรพบุรุษทุกรุ่นของตระกูลเป็นแน่
แผ่นกระดาษสีเหลืองกรอบของบันทึกถูกมือหยาบกระด้างกางออกอ่านอย่างช้า ๆ เจียงอวี้เฉิงใช้สองมือประคองหนังสืออย่างทะนุถนอม แล้วเริ่มอ่านตั้งแต่บรรทัดแรก
รัชศกซื่ออัน ปีที่ยี่สิบสอง
ฮ่องเต้ชิงหยางได้ขึ้นครองราชย์ในที่สุด หลังจากที่ทั่วแคว้นผ่านสงครามแห่งการแย่งชิงบัลลังก์ เพราะฮ่องเต้ชิงหลงเทียน อดีตฮ่องเต้องค์ก่อน ทรงมีพระราชโอรสมากมาย ทั้งประสูติจากฮองเฮา พระสนมเอก สนมรอง แม้กระทั่งนางกำนัล