ตอนที่ 9
ตอนที่ 9 สำออย!
September 30, 2026
โรงพยาบาลอโนทัย
เมื่อพิชชารู้สึกตัวตื่นขึ้น คนแรกที่เธอเห็นคือเจ้าของแววตาดุดันที่กำลังมองหน้าเธอแล้วตำหนิติเตียน
“สำออย! คงหวังให้มีคนเห็นใจสินะ”
พิชชาไม่โต้ตอบ กะพริบตาปริบๆสองสามรอบก่อนจะมองไปที่โต๊ะเพื่อหาน้ำดื่ม แต่พอเห็นน้ำก็ไม่กล้าจะเอื้อมไปคว้าน้ำมาดื่ม เพราะเขายังมองอยู่ยิ่งตอนนี้แววตานั้นช่างน่ากลัวเหลือเกิน
“อย่าหวังว่าจะใครเห็นใจงูเห่าอย่างเธอสองแม่ลูก ที่คนเค้าช่วยเพราะเค้าสมเพช รู้ไว้ซะด้วย” เจ้าของแววตาชิงชังยังไม่หยุดต่อว่า
เวลานั้นหมออารัมและนางพยาบาลเดินเข้ามาดูอาการคนไข้พอดี เมื่อเห็นว่าพิชชาตื่นแล้วเขาจึงเอ่ยทักทายและหยิบขวดน้ำขึ้นมาเปิดยื่นให้เธอดื่ม
“อ้าวพีช ตื่นแล้วเหรอ? เอานี่น้ำ!”
แค่เห็นหน้าอารัมพิชชาก็มีสีหน้าดีใจราวกับเห็นเทพบุตร เธอรีบรับน้ำมาดื่มทันที จำได้ลางๆตอนที่เขาอุ้มเธอลงมาจากห้องของไบเดน ตอนนั้นพิชชารู้สึกตัวช่วงสั้นๆแล้วหลับไปอีกจนถึงตอนนี้ หลังดื่มน้ำจนหมดขวดเล็กๆแล้วหญิงสาวก็ค่อยๆคลี่ยิ้มนิ่มนวลอย่างอ่อนล้าแล้วตอบเขาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
“ขอบคุณค่ะ คุณหมอ”
“ดีใจที่เธอฟื้นตัวเร็วกว่าที่คิด” อารัมเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม แล้วหันไปทางคนที่นั่งขวางอยู่
“หลบหน่อย!” โทนเสียงเปลี่ยนไปชัดเจน
ไบเดนหันขวับ! มองหน้าลูกพี่ลูกน้องอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินไปนั่งที่โซฟารับแขกด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
“เดี๋ยวให้คุณพยาบาลวัดไข้กับความดันหน่อยนะ”
“จะได้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่?!” มีคนถามแทรกขึ้น
“ก็ถ้าสองสามวันนี้ไม่มีอาการแทรกซ้อนอะไรก็ออกได้”
“น่ารำคาญ! จะอยู่ให้เสียเวลาอีกทำไมออกวันนี้แหละไหนๆก็ฟื้นแล้วนี่”
“กูเป็นหมอไม่ใช่มึง ถ้ามึงไม่อยากอยู่เฝ้าก็ไม่ต้องเฝ้าเดี๋ยวกูเฝ้าพีชเอง ถึงวันที่น้องหายดีแล้วกูจะพาไปส่ง”
อารัมหันมากล่าวอย่างเอาเรื่องกลับบ้าง เพราะไบเดนกำลังพยายามทำตัวเป็นคนไม่มีเหตุผล และนี่ไม่ใช่ไบเดนอย่างที่เขาเคยรู้จักแต่ตอนนี้ไบเดนคนนี้คือคนที่เต็มไปด้วยอคติ โดยเฉพาะกับพิชชา
“ไม่ต้องเสือก ตอนนี้กูเป็นเจ้าชีวิตของผู้หญิงคนนี้ กูมีสิทธิ์ตัดสินใจ”
“แต่ตอนนี้กูเป็นหมอเจ้าของไข้ของผู้หญิงคนนี้ กูคนเดียวที่มีสิทธิ์สั่งให้พีชอยู่หรือออกจากโรงพยาบาล”
พรึ่บ!
ขณะนั้นเอมอรเดินพรวดเข้ามาในห้องนั้นพอดี เพราะได้ยินที่น้องชายสองคนกำลังทะเลาะกันตอนยืนอยู่หน้าประตู จึงเลือกที่จะเสียมารยาท
เมื่อเห็นหน้าเอมอรไบเดนที่กำลังโก่งคอจะเถียงกับอารัมจึงเงียบปาก แล้วตัดสินใจเดินหนีออกไปจากห้อง
เอมอรมองตามลูกพี่ลูกน้องอย่างอ่อนใจก่อนจะหันมาทางอารัมเพื่อดุทางสายตา แล้วหันมาถามอาการพิชชาตามที่ตั้งใจไว้
“เป็นยังไงบ้างพีช ดีขึ้นไหม?”
“ดีขึ้นแล้วค่ะคุณเอม ขอบคุณนะคะคุณเอมคุณหมอคุณพยาบาล ขอบคุณที่อุตส่าห์ช่วยพีชไว้”
ทางด้านพยาบาลสาวเมื่อเห็นท่าทีว่าคุณหมอกำลังต้องการความเป็นส่วนตัวกับญาติเธอจึงตัดสินใจเดินออกไปก่อน
“เอาจริงๆนะพีช ฉันไม่อยากให้เธออยู่ที่นี่กับไบร์ทเลย ฉันกลัวเค้าพลั้งมือทำร้ายเธอ พอจะเป็นไปได้ไหมถ้าฉันอยากให้เธอกลับไปกรุงเทพ”
ฟังเอมอรพูดจบพิชชาก็ส่ายหน้าเศร้าหมองก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงหม่นอย่างคนกำลังจะร้องไห้
“ถ้าพีชกลับคุณไบร์ทก็ต้องตามไปทำร้ายแม่พีช คุณไบร์ทไม่ยอมง่ายๆหรอกค่ะ”