ตอนที่ 125
บทที่ 125 พี่น้องตระกูลกวน
October 28, 2026
“ช่างเถอะ ฉันจะต้องไปหาเจ้าพ่อเฉินอีกครั้งถึงจะได้”
“ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การต่อกรกับพวกคนในเมืองฉือเท่านั้น เพิ่มระดับกลายเป็นพวกเราต้องต่อกรกับพวกคนจากเมืองเอก นี่แม้แต่ผู้ว่าการเฉ่าเองยังต้องปฏิบัติด้วยอย่างระมัดระวัง”
เขาไม่ได้ขึ้นไปด้านบน เพื่อป้องกันไม่ให้ฉินปิงหลันพบเข้า แต่ได้เรียกให้เฉินอีมาที่ห้องส่วนตัวของโรงแรมแห่งหนึ่ง
“เจ้าพ่อเฉิน เรื่องราวก็เป็นแบบนี้แหละครับ”
เขาเล่าเรื่องราวทั้งหมดออกมาหนึ่งรอบ คิดว่าตัวเองได้พูดอย่างเข้าใจแล้ว คิดว่าเฉินอีน่าจะวางมือจากแผนการของตัวเองเป็นการชั่วคราวก่อน
เพราะตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญมาก ถ้าหากเป็นเพียงแค่การกวาดล้างตลาดมืดในเมืองฉือ เช่นนั้นพวกเมืองเอกก็จะไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรมาก ไม่อย่างนั้นละก็จะเป็นการทำให้เสียการใหญ่เพราะเรื่องเพียงเล็กน้อยคนพวกนั้นไม่มีทางตัดสินใจโง่ ๆ แบบนี้อย่างแน่นอน
แต่นัยน์ตาของเฉินอีนั้นยังคงนิ่งสงบเหมือนเดิม ราวกับว่าไม่มีอะไรสามารถกระตุ้นอารมณ์ของเขาได้มากสักเท่าไรนัก แถมยังกล่าวอย่างไม่เฉยชา: “ผมนึกว่ามีเรื่องสำคัญอะไรซะอีก ที่แท้ก็เรื่องเล็ก ๆ แบบนี้นี่เอง”
“อธิบดีหยาง ก่อนหน้านี้ผมก็ได้บอกเบื้องลึกกับคุณไปแล้ว ผมเคยบอกว่าผมจะกวาดล้างมลพิษทางสังคมทั้งหมดในเขตตะวันออกเฉียงใต้หรือแม้กระทั่งทั่วทั้งประเทศ แต่ไม่ใช่เพียงแค่ในเมืองฉือเท่านั้น ตอนนั้นผมก็ได้ถามคุณไปแล้วว่าคุณกล้าที่จะทำไปด้วยกันกับผมไหม แล้วตอนนั้นคุณตอบว่ายังไง”
“นี่” หยางเหลียนหลงลังเลอยู่สักพัก ถึงกล่าวอย่างจำใจ: “ที่ผมสาบานในตอนนั้น ก็เพื่อแสดงออกว่ามันเป็นเรื่องที่ง่ายเพียงนิดเดียว สามารถทำได้อย่างไม่มีปัญหา”
“อืม ผมเองก็จำได้ว่าเป็นแบบนี้ ถ้าอย่างงั้นตอนนี้คนได้เปลี่ยนความคิดแล้วงั้นเหรอ?
เฉินอีเหลือบตามองเขาแวบหนึ่ง และกล่าวพลางยิ้มเบา ๆ : “หรือว่าคุณคิดว่าผมเอาชนะไม่ได้อย่างแน่นอน ดังนั้นจึงได้พูดออกมาแบบนี้ หรือว่าคุณต้องการจัดการเพียงแค่สถานที่เล็ก ๆ แห่งนี้ของคุณ สถานที่อื่น ๆ จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นล้วนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคุณทั้งนั้น?”
เฉินอียกมุมปากขึ้น ปรากฏเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันออกมา
ก่อนหน้านี้ยังกล่าวอย่างดิบดี ตอนนี้กลับเปลี่ยนความคิดเสียแล้ว?
เขาไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนความคิดอย่างกะทันหัน
หยางเหลียนหลงคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าเฉินอีจะพูดออกมาแบบนี้
เพราะสำหรับสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้าในตอนนี้ เขาคิดว่าควรจะค่อยเป็นค่อยไป ไม่ควรที่จะรีบร้อนจนเกินไป
กลุ่มทะเลแดง บวกกับตระกูลมังกร รวมทั้งตระกูลกวนที่ถูกดึงเข้ามาเกี่ยวข้องเมื่อครั้งเรื่องตระกูลหลิน รับรองได้ว่าจะต้องเป็นความกดดันอันใหญ่หลวงอย่างแน่นอน
ถ้าหากไม่สามารถปฏิบัติด้วยอย่างระมัดระวัง อธิบดีอย่างเขารู้สึกว่าเป็นความกดดันอันใหญ่หลวงจริง ๆ
“คุณเฉินครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้ทางที่ดีควรจะค่อยเป็นค่อยไป จะรีบร้อนไม่ได้......”
“ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ ทำตามที่ผมบอก ก็เพียงพอแล้ว”
ใครจะไปรู้ล่ะว่า เฉินอีจะกล่าวออกมาอย่างไม่รีบไม่ร้อนแบบนี้ ราวกับเรื่องราวทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของเขา สีหน้าท่าทางของหยางเหลียนหลงยิ่งเคร่งขรึมขึ้นมากว่าเดิม
ถึงแม้ว่าเขาจะเคยเห็นฝีมือและความสามารถด้านการต่อสู้ของเฉินอีมาก่อน แต่เขาคงไม่สามารถระดมกำลังพลของสำนักมังกรลับและหน่วยทหารได้อีกครั้ง พอถึงตอนนั้นอาศัยเพียงพลังของคนเพียงไม่กี่คนจะต่อกรกับอิทธิพลเหล่านั้นได้ยังไง?
อิทธิพลจากนอกพื้นที่ก็ต้องหวาดเกรงอิทธิพลของคนในพื้นที่บ้าง
เรื่องตระกูลหลินเมื่อก่อนหน้านี้ อีกฝ่ายได้ระดมกำลังเสริมจากสำนักมังกรลับ นับว่าต้าถังได้เห็นแก่หน้ามากแล้ว คิดจะทำแบบนั้นอีกครั้งคงเป็นไปไม่ได้แน่นอน ไม่อย่างนั้นละก็ความน่าเกรงขามของประเทศต้าถังอยู่ที่ไหนกัน
“เฮ้อ!”
หยางเหลียนหลงครุ่นคิดอยู่แสนนาน แต่เมื่อได้เห็นแววตาที่หนักแน่นของอีกฝ่ายก็ทำได้เพียงถอนหายใจยาว ๆ หนึ่งครั้ง กล่าววิงวอนหนึ่งประโยคแล้วก็จากไป
รอจนเขาจากไป พวกมังกรเขียวก็พากันเดินเข้ามา
“อธิบดีหยางท่านนี้ เหมือนว่าจะไม่ค่อยเชื่อใจพวกเรานะ”
มังกรเขียวยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยพลางกล่าว
เขาฟังอยู่ข้างนอกตั้งนาน เหมือนว่าในเรื่องบางเรื่อง หยางเหลียนหลงมีความไม่ไว้วางใจพวกเขามาโดยตลอด
สำหรับเรื่องนี้ เฉินอีก็ทำได้เพียงแสดงความจนใจของตัวเอง
“ในสายตาของหยางเหลียนหลงแล้ว อิทธิพลในเมืองฉือนั้นเขาสามารถจัดการได้ง่าย ยกตัวอย่างเช่นหลี่ซือกรุ๊ป หรือพวกเฉินฝูผู้ดูแลจงที่มาจากเมืองอสูร พวกที่ไม่มีรากฐานในเมืองเมืองชิงชวน อาศัยอำนาจของเขา ทรัพยากรทางการเงินและความสามารถด้านการต่อสู้ของฉันเพียงพอที่จะจัดการกับทุกอย่าง”
“แต่ตอนนี้เกี่ยวข้องไปถึงตระกูลมังกร และยังมีกองบัญชาการใหญ่ของกลุ่มทะเลแดงที่เมืองเอก เขาเลยเริ่มไม่มีความเชื่อมั่นแบบนั้น และทำให้ไม่มั่นใจในตัวของพวกเรา”