ตอนที่ 133
บทที่ 133 โก่งราคา
October 28, 2026
ในสายตาของหลี่เยว่นั้น สถานการณ์คราวนี้พวกเขาได้เปรียบกว่า
อีกอย่างเขายังมีเรื่องที่ต้องขอร้องอีกฝ่ายหนึ่งด้วย
“คือว่า อาจารย์ครับ ลูกชายของผมตอนนี้ถูกคุมตัวอยู่ในห้องขัง ท่านอาจารย์พอจะมีวิธีอะไรช่วยลูกของผมให้ออกมาได้ไหมครับ”
แม้ว่าหลี่เจ๋อจะเป็นคนไม่เอาไหนแค่ไหน
แต่สุดท้ายแล้วหลี่เยว่ก็มีลูกชายเพียงคนเดียว และเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลหลี่ คงไม่สามารถปล่อยให้เขาติดคุกตลอดไปได้
จี้หยุนจ่างได้ยินดังนั้นก็หัวเราะ “ไม่มีปัญหา เดี๋ยวฉันจะไปคุยกับหยางเหลียนหลงให้ ภายในหนึ่งชั่วโมงนี้ เราจะได้พบหน้าลูกชายของตัวเองแล้ว”
“นอกจากนั้นแล้ว ความผิดของเจ๋อเอ๋อ ฉันก็จะช่วยลบล้างให้ เขาจะได้ไร้มลทิน”
ได้ยินดังนั้น สีหน้าของหลี่เยว่เต็มไปด้วยความยินดี
ในฐานะทายาทของตระกูลร่ำรวย แน่นอนว่าการมีประวัติที่ขาวสะอาดย่อมดีที่สุด เพราะจะทำให้มีเครดิตที่ดีและยิ่งจะทำให้กิจการของตระกูลรุ่งเรืองไปได้มากขึ้น
“ขอบคุณท่านอาจารย์มากครับ”
คำพูดยืนยันจากจี้หยุนจ่าง ทำให้หลี่เยว่เบาใจลงได้ แต่เขาก็ยังหันไปส่งสายตาให้เลขาของตัวเองอย่างรู้งาน จากนั้นทั้งคู่จึงรีบออกไป เมื่อกลับมาอีกครั้งพวกเขาจึงส่งสายตาไปที่จี้หยุนจ่าง
เห็นเช่นนั้น จี้หยุนจ่างจึงเหลือบมองมือถือแล้วพยักหน้าอย่างพอใจ
“หลี่เยว่ ธุรกิจของเรายิ่งใหญ่ขึ้นทุกวันแล้วนะ อาจารย์พอใจมาก”
“ทำให้อาจารย์พอใจได้เป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้วครับ” หลี่เยว่กล่าวพร้อมรอยยิ้ม
จี้หยุนจ่างหัวเราะเสียงดังแล้วโบกมือ “ฉันจะทำตามที่รับปากเดี๋ยวนี้เลย”
เขายกโทรศัพท์ขึ้นมา สายที่เขาโทรหาคือหยางเหลียนหลง
“อาจารย์จี้”
หยางเหลียนหลงรับสายจี้หยุนจ่างด้วยความคลางแคลงใจ
แม้ว่าจะเรียกอีกฝ่ายว่าอาจารย์จี้ แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองกลับไม่ได้สนิทสนมกันขนาดนั้น น้อยครั้งที่จี้หยุนจ่างจะติดต่อมาหาตน วันนี้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรืออย่างไร
“ฮ่าๆ เหลียนหลง ไม่ได้คุยกันนานเลยนะ อย่าโกรธอาจารย์เลยนะ”
จี้หยุนจ่างพูดไปหัวเราะไป
หยางเหลียนหลงมองไม่เห็นสีหน้าของจี้หยุนจ่าง จึงได้แต่หัวเราะตอบแล้วเอ่ยถามว่า “อาจารย์จี้มีเรื่องอะไรหรือครับ”
“อ้อ คืออย่างนี้นะ ฉันได้ยินมาว่าหลี่เจ๋อ ประธานคนเล็กของตระกูลหลี่ถูกพวกเธอกุมตัวเอาไว้ เรื่องนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิด ปล่อยเขาเสียเถอะ”
ท่าทีของจี้หยุนจ่างคล้ายกำลังปรึกษา แต่น้ำเสียงของเขานั้นแสดงออกอย่างชัดเจนว่านี่คือคำสั่ง
เส้นสายของเขากว้างขวางมาก และมีความสามารถมากอีกด้วย แม้แต่อธิบดีกรมอนามัยและความปลอดภัยยังไม่กล้าแข็งขืนกับเขาเลย
แต่เมื่อคำพูดประโยคนี้หลุดออกมา สีหน้าของหยางเหลียนหลงก็เปลี่ยนไปทันที
“อาจารย์จี้ครับ เรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนการสืบสวนของพวกเรา อีกอย่างพยานและหลักฐานครบถ้วน เรื่องนี้คงไม่ได้เป็นเรื่องเข้าใจผิดไปได้ง่ายๆ แบบนั้นหรอกมั้งครับ”
เขาต้องเสียเวลามากมายในการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด แล้วจะให้ยอมแพ้ทั้งหมดเพียงเพราะคำพูดของจี้หยุนจ่างเพียงประโยคเดียวได้อย่างไร
สีหน้าของจี้หยุนจ่างที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้กลับกลายเป็นความหมองหม่นเข้ามาแทนที่
“เหลียนหลง เดี๋ยวนี้แม้แต่คำพูดของอาจารย์ เราก็ไม่เชื่อฟังแล้วหรือ ฉันบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิดก็ต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดสิ ดังนั้นรีบปล่อยตัวเขาซะ อย่าทำให้ฉันต้องลำบากใจ”
เงินได้มาแล้วยังคืนได้
แต่หน้าตาของเขาล่ะ
การเสียหน้าเป็นเรื่องที่ใหญ่เสียยิ่งกว่ากว่าเงินมากนัก
ใจของหยางเหลียนหลงสั่นระรัว กล่าวได้ว่าจี้หยุนจ่างมีชื่อเสียงยิ่งใหญ่อย่างมากในเมืองฉือ หากเทียบกันแล้วตระกูลหลินถือว่าเล็กกระจ้อยร่อยไปเลย
แต่เขายังคงกัดฟันแล้วกล่าวอย่างหนักแน่นว่า “อาจารย์จี้ หากท่านมีเรื่องอื่นที่อยากจะไหว้วานบอกผมมาได้เลย แต่เรื่องนี้ผมยอมไม่ได้จริงๆ”
นี่ไม่ใช่ปัญหาว่ายอมหรือไม่ยอม