ตอนที่ 137
บทที่ 137 มดปลวกอย่างพวกแก
October 28, 2026
กล่าวแบบไม่เกินจริง ไม่ว่าจะเป็นมังกรสิบเอ็ดหรือมังกรเก้าเพียงคนเดียวก็สามารถเอาชนะอีกฝั่งหนึ่งได้ทั้งหมด
ดังนั้นการยอมปล่อยอีกฝ่ายไปถือว่าให้เกียรติอีกฝ่ายหนึ่งมากแล้ว อย่างน้อยๆ การได้ต่อสู้กับองครักษ์มังกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเขาที่มีชื่อเป็นลำดับเป็นต้นๆ ในองครักษ์มังกร แม้แต่ยอดฝีมือในวงการทหารรับจ้างเองยังไม่มีโอกาส
หากยอดฝีมือในวงการทหารรับจ้างรู้ว่ามีโอกาสได้ประลองกับมังกรเก้า พวกเขาจะต้องอิจฉามากๆ อย่างแน่นอน
แต่น่าเสียดายตรงที่ ทาสสองผู้นี้ไร้ฝีมือเกินไป แม้จะไม่ได้ตายเพราะการโดนถีบเพียงครั้งเดียว แต่กลับโมโหจนเกือบจะขาดใจตายเพียงเพราะคำพูดประโยคเดียว
ส่วนทาสตัวยงของคฤหาสน์ตระกูลจี้อีกสามคนก็ย่ำแย่ไม่แพ้กัน มังกรสิบเอ็ดเพียงต่อยไปแค่สองครั้ง
พลังของเขาก่อให้เกิดพายุหมัดที่ออกแรงเพียงครั้งเดียวแต่กลับคว่ำอีกฝ่ายไปได้ถึงสองคน
ส่วนอีกคนยังไม่ทันจะโดนพายุหมัดกลับตกใจจนเป็นลมไปเสียก่อน
ด้วยเหตุนี้ มังกรสิบเอ็ดจึงรู้สึกชื่นชมมังกรเก้า
จะไม่ให้ต่อยได้อย่างไร
ทั้งสนามแน่นิ่งไป
ส่วนคนอื่นๆ ที่ตั้งใจมาดูความครึกครื้น ตอนนี้ตกใจขวัญเสีย ทุกคนต่างเบิกตากว้างโดยไม่กล้าส่งเสียงใดๆ
เรื่องตลกร้าย
เมื่อก่อนทาสตัวยงทั้งเจ็ดคือยอดฝีมือในยุทธภพของเมืองฉือ มีชื่อเสียงถึงความโหดร้าย โดยเฉพาะทาสสามลำดับแรก และเป็นมือสังหารโหดที่ชำนาญกันคนละด้านตอนที่เมืองฉือรุ่งเรือง ไม่เป็นรองแม้แต่มือสังหารโหดเมื่อสิบปีที่แล้ว ทว่าตอนนี้เพียงเจอหน้ากันครู่เดียวกลับเจ็บหนักกันไปถึงสองคน
เหลือเพียงทาสใหญ่คนเดียว
“เหลือแกคนเดียวแล้ว จะลองดูไหมล่ะ”
มังกรสิบเอ็ดก้มหน้ามองไปยังทาสใหญ่ มุมปากของเขามีรอยยิ้มหยันบางๆ เคลือบอยู่
ในใจของทาสใหญ่เองตอนนี้ก็คุกรุ่นไปด้วยโทสะ แต่อย่างไรก็ยังมีสติอยู่ เขารู้ดีว่าทาสทั้งหกคน ฝีมือไม่ได้อ่อนด้อยตรงไหนเลย
โดยเฉพาะหากทาสสอง ทาสสามรวมแรงกัน แม้แต่เขาเองก็ยังอยากจะตอบโต้
แต่สุดท้ายกลับโดนอีกฝ่ายเอาชนะไปได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ พลังเช่นนี้มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะมีได้
นั่นคือเซียวเทียนหู่
แถมยังเป็นเซียวเทียนหู่ตอนรุ่งเรืองอีกต่างหาก
“ทำไมแกไม่เข้าไป”
ตอนที่ทาสใหญ่กำลังลังเลอยู่นั้น เฉินฝูกลับส่งเสียงตวาดออกมา สีหน้าของทาสใหญ่จึงเริ่มบิดเบี้ยว
“แกกำลังสั่งฉันงั้นหรือ”
“ใช่ไง!”
เฉินฝูกล่าวอย่างโอหัง “ฉันเป็นคุณชายตระกูลเฉินของเมืองอสูร ตอนนี้ฉันกำลังสั่งสุนัขรับใช้อย่างแกให้ฆ่าไอ้หมอนั่นซะ ไม่อย่างนั้นคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ฉันตอนนี้จะปิดปากแกเอง!”
“หน้าโง่!”
ขณะนั้นผู้ดูแลจงแผดเสียงด่าออกมาอย่างเหลืออด
เฉินฝูคิดว่าตัวเองเป็นคุณชายของตระกูลเฉินจริงๆ งั้นหรือ
คุณชายที่ไร้อำนาจและไม่คู่ควรกับตำแหน่งคนหนึ่ง พูดกันตามจริงแล้วเขาเองก็ไม่มีตำแหน่งหรือส่งอิทธิพลใดๆ กับคนตระกูลเฉินคนอื่นๆ หากเทียบกับเฉินอีที่ถูกขับไล่ออกมา เขามีชื่อเสียงดีกว่าเพียงนิดเดียว แล้วจะมีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้สุดยอดฝีมืออันดับหนึ่งในเมืองนี้ทำตามคำสั่ง
“หุบปาก!”
ก่อนหน้านี้คำว่าหน้าโง่ ผู้ดูแลจงเพียงแอบพูดในใจ แต่คราวนี้กลับหลุดปากพูดออกมา
เขาไม่อยากจะให้คนหน้าโง่อย่างเฉินฝูทำให้ทาสใหญ่โมโห ยิ่งไปกว่านั้นอาจทำให้จี้หยุนจ่างไม่ชอบใจได้
เป็นไปตามความคาดหมาย จี้หยุนจ่างมองมาที่เฉินฝูอย่างยาวนาน สายตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่ชอบใจ
ญาติห่างๆ ของตระกูลเฉินจากเมืองอสูรกล้าออกคำสั่งลูกน้องของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
ต่อให้คุณชายใหญ่คนปัจจุบันของตระกูลเฉินมาที่เมืองฉือ อย่างน้อยๆ ก็ต้องไว้หน้าตนบ้าง
เพราะเมืองที่เหนือกว่าเมืองฉือคือเมืองชิงชวน ไม่ใช่เมืองอสูร
ต่อให้ตระกูลเฉินยิ่งใหญ่แค่ไหนในเมืองอสูร ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาสั่งสอนคนของเขา!
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการออกคำสั่ง
แน่นอนว่าคนโง่อย่างเฉินฝู จี้หยุนจ่างก็เกลียดเขาไม่ต่างอะไรกับเฉินอี
“วังจ่างหลิน ดีมาก แกเยี่ยมยอดมาก ทำความผิดใหญ่หลวงขนาดนั้นยังไม่ยอมขอโทษ ซ้ำยังเอาคนอื่นๆ มารังแกอาจารย์อีก แก......”
“อย่าเป็นอาจารย์ไปวันๆ อยู่เลย”