ตอนที่ 161
บทที่ 161 ความโกรธของท่านแปดจง
October 28, 2026
“พวกสุนัขรับใช้อย่างพวกคุณ รวมทั้งคุณด้วยโม่โนว่”
“พูดตามตรง คุณเป็นคนฉลาดนะ แต่เสียดายที่คุณมันขี้ขลาดเกินไป และไม่กล้าแม้แต่จะต่อสู้เพื่อความหวังเลยสักนิด”
“ส่วนอีกคนก็คือคุณ ฟู่เหิงจื่อ เมื่อกี้นี้คุณสงสัยถึงที่มาของดาบพวกนี้ใช่ไหมล่ะครับ ?จุ๊ๆ ในเมื่อเป็นอย่างนี้ งั้นคุณก็ไม่ต้องรับมันไป”
“เจ้าเก้าเฟิง เอาดาบนี้ไปฆ่าเกาเจี้ยนซินคนนั้นซะ”
แม้ประโยคที่พูดไปก่อนหน้านี้จะน่าตกใจ
แต่ประโยคสุดท้ายนี้กลับทำให้คนรู้สึกผวาที่สุด
คนจำนวนนับไม่ถ้วนต่างถลึงตาโต มองไปยังเฉินอีด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
เจ้าเก้าเฟิงเองก็ไม่ต่างจากคนอื่น เขามองเฉินอีไปมาสลับกับหันไปมองเกาเจี้ยนซิน ด้วยความไม่เข้าใจว่าในระหว่างนี้เกิดปัญหาอะไรขึ้นกันแน่
เกาเจี้ยนซินคำรามออกมา : “เฉินอี คุณหมายความว่ายังไง ?ต่อให้ผมจะไปสร้างความไม่พอใจให้กับคุณ แต่ก็ไม่ถึงขั้นต้องฆ่าแกงกันหรอกมั้ง อีกอย่างคุณคิดว่าคุณจะทำอะไรผมได้งั้นหรอ ?”
เขาคิดว่าสิ่งนี้เฉินอีทำไม่ถูกต้องเพราะว่าสมองของเขามีปัญหา
ตอนนี้ความได้เปรียบอยู่ที่ฝั่งของตัวเขา กับแค่ฝั่งเฉินอีไม่กี่คนไม่พอที่จะทำให้พวกเขาเกรงกลัวได้หรอก
การจะจัดการพวกเขาก็เป็นเพียงเรื่องที่ไม่ต้องเสียแรงเยอะเท่านั้น
เจ้าแปดเองก็หัวเราะคิกคักขึ้นมา โดยสายตาที่มองไปยังท่าทีอันอ่อนแอของเจ้าเก้ายิ่งทวีความชั่วร้ายมากขึ้น ส่วนทางด้านโม่โนว่เองนั้นนิ่งเงียบเป็นการยอมรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น
แต่ในตอนที่พวกเขากำลังจะเข้าใกล้ จู่ๆ ก็มีเสียงคำรามดังมาจากด้านนอก
“หยุดกันเดี๋ยวนี้!”
ภายในเสียงนี้เต็มไปด้วยไอพิฆาต คนจำนวนไม่น้อยเหลียวหันไปมองอย่างไม่ทราบสาเหตุ แต่หลังจากที่ได้คนเหล่านั้นต่างกลับนิ่งอึ้งไป
เกาเจี้ยนซินเป็นแรกที่ตะลึงก่อนเลย เพราะว่าคนที่มาเหล่าไม่ใช่ใครอื่นใด แต่เป็นคนของตระกูลจงนั่นเอง
ตระกูลจง
หากมองในเมืองอสูรแล้วถือเป็นตระกูลมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ และยิ่งบวกกับความพิเศษของเมืองอสูรเข้าไปอีก แม้จะเอาไปเทียบกับทางเหนือก็ถือว่าไม่ได้ด้อยเลย และเมื่อนำมาเทียบกับโลกตะวันออกเฉียงใต้แล้วถึงจะสู้ไม่ได้กับตระกูลโฮ่ แต่ในวงการธุรกิจก็ถือว่ามีความเป็นใหญ่อยู่เหมือนกัน
ตระกูลเศรษฐีระดับนี้เมื่ออยู่ต่อหน้าของตระกูลจงแล้ว แม้แต่ท่านฟู่เองยังต้องก้มหัว ดังนั้นการจัดเตรียมงานที่ยิ่งใหญ่ในวันนี้ แท้จริงวัตถุประสงค์เพียงเพื่อต้องการต้อนรับคนสูงศักดิ์จากตระกูลจงนั่นเอง แต่คิดไม่ถึงว่าคนจากตระกูลจงเพิ่งเดินทางมาถึงในช่วงบ่าย แล้วมาพบเข้ากับช่วงเวลาสำคัญแบบนี้อีก
ก่อนหน้านี้ท่านฟู่กำลังคิดอยู่ว่าหลังจากที่จัดการกับพวกของเฉินอีหมดแล้วจะทำการจัดเตรียมที่นี่ใหม่อีกครั้ง เพื่อรอต้อนรับคนจากตระกูลจง ในสายตาของเขาการมาครั้งนี้ของตระกูลจงนั้นยิ่งใหญ่อย่างมาก เพราะว่าเป้าหมายการมาครั้งนี้ของตระกูลจงคือการร่วมมือกับตระกูลเฉินเพื่อเข้าสู่เมืองชิงชวน ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาจะสามารถสร้างอำนาจได้ทันที ดังนั้นท่านฟู่จึงได้คิดไว้หมดแล้วว่าจะต้อนรับตระกูลอย่างไร
แต่ว่า!
คนตระกูลจงในตอนนี้ แต่ละคนดูน่าัสังเวชอย่างมาก ราวกับว่าเพิ่งผ่านศึกสงครามอันดุเดือดมา เสื้อผ้าของแต่ละคนขาดลุ่ย พร้อมลมหายใจหอบ ถ้าหากไม่ใช่ว่าท่านฟู่เคยเห็นรูปภาพของกลุ่มคนตระกูลจงและตระกูลเฉินมาก่อน ตอนนี้เขาคงจะไล่ตะเพิดคนพวกนี้ออกไปแล้ว
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?คนตระกูลจงมาด้วยความดุดันแบบนี้ แถมดูท่าแล้วเหมือนจะเจออุปสรรคระหว่างทางไม่น้อยเลยทีเดียว ถึงได้กลายเป็นสภาพนี้ไปได้ ดูไม่สมกับเป็นยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งของเมืองอสูรเลยสักนิด”
“นั่นน่ะสิ แต่ว่าเมื่อกี้ผมได้ข่าวมาว่า บริเวณทางเข้าหนึ่งเมืองชิงชวนได้มีการต่อสู้อันดุเดือดขึ้น ซึ่งอีกฝั่งก็ดูเหมือนจะเป็นคนที่อยู่ตรงหน้าพวกนี้”
“เชี่ย มันเป็นคนตระกูลไหนกันถึงได้ทำให้ตระกูลใหญ่ระดับคนตระกูลจงมีสภาพน่าเวทนาขนาดนี้ได้ ?”
“อย่าบอกว่าตระกูลไหนเลย ที่ผมได้ข่าวมาคืออีกฝ่ายมีแค่คนเดียวเท่านั้น”
“ว่าไงนะ!คนคนเดียวก็สามารถทำให้กลุ่มของตระกูลจงและตระกูลเฉินกลายเป็นแบบนี้ได้ คุณคงจะไม่ได้ล้อเล่นอยู่ใช่ไหม !”
บางคนตั้งข้อสงสัยขึ้นมาด้วยความรู้สึกว่านี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไป
ตระกูลจงเป็นถึงตระกูลใหญ่อันดับหนึ่งในเมืองอสูรในเวลานี้ รวมกับตระกูลเฉินที่เคยเป็นตระกูลใหญ่อันดับหนึ่งของเมืองอสูรแล้ว เมื่อมองในมุมของตอนนี้ก็นับว่าไม่ใช่กองอำนาจที่อ่อนแอเลย ทำไมถึงได้ถูกคนเพียงคนเดียวจัดการจนมีสภาพนี้ได้ไป ?
?