ตอนที่ 160
บทที่ 160 เฉินอีโมโห
October 28, 2026
มีค่า
ของมีค่าชั้นสูง !
ในแววตาของทุกคนเกิดสายตาที่แปลกประหลาดขึ้นมา
ก่อนหน้านี้พวกเขาเอาแต่คิดว่ามันไม่มีอะไร แต่หลังจากที่ได้ฟังคำพูดอันยาวเหยียดนี้ของฟู่เหิงจือแล้ว จึงทำให้เรื่องที่เกิดขึ้นนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงราวฟ้ากับเหว
สายตาของเกาเจี้ยนซินและเจ้าแปดดูอึมครึมไม่สงบ
ทว่าฟู่เหิงจือกลับไม่ได้สนใจอะไรมาก แล้วหันมองไปทางเฉินอีแทน
แน่นอนว่าเขารู้ดีว่าอำนาจของโม่โนว่และเจ้าเก้าเฟิงไม่มีทางเอาดาบพวกนี้มาได้หรอก ดังนั้นคนเดียวที่สามารถทำสิ่งนี้จึงมีเพียงเฉินอีเท่านั้น
“คุณชายท่านนี้ ไม่ทราบว่าคุณไปเอาของมีค่าแบบนี้มาจากไหนกัน ?”
เขารู้สึกสงสัยจุดนี้เอามากๆ เพราะว่าช่างตีดาบคนนั้นไม่ได้ตีดาบมาหลายปีแล้ว แต่เฉินอีกลับไปเอาดาบพวกนี้มาได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายจริงๆ
ส่วนคนอื่นๆ ก็หันมองมาด้วยเหมือนด้วยราวกับว่าอยากรู้เรื่องที่เกิดขึ้น แต่เพียงครู่เดียวก็มีคนหัวเราะเยาะเย้ยขึ้นมา
ในสายตาของพวกเขา เฉินอียังคงเป็นเพียงชายบ้านนอกคนหนึ่ง ไม่ได้มีบทบาทสำคัญอะไรทั้งสิ้น
เป็นดังที่คาดไว้
“ดาบพวกนี้เป็นดาบที่ช่างตีดาบท่านนั้นมอบให้ผมหลังจากที่เขาตีเสร็จ”
เฉินอีพูดประโยคนี้ออกมาอย่างเรียบง่าย สำหรับเขานั้นรู้สึกเฉยเมยอย่างมาก เพราะมันเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
แต่เมื่อผ่านไปยังหูของคนอื่นมันกลับกลายเป็นคำพูดที่ไร้ความมั่นใจและกำลัง จนท่านฟู่ ฟู่เหิงจือถึงกับมีสีหน้าที่เคร่มขรึมพร้อมพูดต่อ : “พ่อหนุ่ม คุณอย่าพูดจาล้อเล่นแบบนี้ สิ่งของมีค่าคู่บ้านคู่เมืองแบบนี้ จะมามอบให้คนอื่นตามอำเภอใจได้ยังไง”
“ยิ่งกว่านั้นฐานะของช่างตีดาบท่านนั้นก็สูงส่งอย่างยิ่ง ต่อให้จะเป็นเหล่าตระกูลใหญ่ในเมืองอสูรพวกนั้นยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเขาจะรู้จักด้วย นอกเสียจากว่าคุณจะเป็นตระกูลรุ่งโรจน์ของทางตอนเหนือหรือเมืองหลวง ”
เขารู้ดีว่าฐานะของช่างตีดาบท่านนั้นมีความสูงส่งขนาดไหน ต่อให้จะเป็นเหล่าตระกูลรุ่งโรจน์พวกนั้นยังต้องปฏิบัติกับเขาคนนั้นอย่างสุภาพ ซึ่งนี่ก็มากพอที่จะเห็นแล้วว่าเขานั้นมีความสำคัญขนาดไหนแล้ว
และมูลค่าของดาบที่ช่างตีดาบท่านนั้นตีออกมาก็สูงเรี่ยวจนคนธรรมดาทั่วไปไม่สามารถที่จะจินตนาการได้เลย ซึ่งเป็นราคาที่สูงเสียดฟ้า
แต่ว่าเฉินอีคนนี้กลับไม่เพียงบอกว่าตนนั้นรู้จักกับช่างตีดาบท่านั้น ทั้งยังจะบอกว่าตนได้รับสิ่งของมาจากช่างตีดาบท่านนั้นอีก
จุ๊ๆๆ
เจ้าหนุ่มนี่คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?
เป็นคนระดับสูงในตระกูลรุ่งโรจน์พวกนั้น หรือว่าเป็นผู้นำตระกูลทรงอิทธิพลทางตอนใต้ล่ะ ?
หรือจะบอกว่าเป็นผู้ปกครองประเทศของอีกซีกโลก หรือจะบอกว่าเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดจากต่างประเทศ ?
ตลกสิ้นดี!
ถ้าหากว่าอีกฝ่ายเป็นคนพวกนี้จริงๆ ตอนนี้เขาฟู่เหิงจือก็สมควรที่จะคุกเข่าลงไปกับพื้นแล้ว ไม่ใช่ยังมีท่าทีที่เรียบนิ่ง และยังมีความรู้สึกหงุดหงิดแบบนี้
“ช่างกล้า นี่นายกล้ามาเล่นตลกกับกับอย่างนั้นหรอ ?”
ฟู่เหิงจือสบถคำพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เห็นได้ชัดถึงความไม่พอใจ
ตอนนี้ คนอื่นๆ ทำได้เพียงมองหน้ากันไปมา ด้วยความที่ดูออกว่าฟู่เหิงจือในตอนนี้กำลังหงุดหงิดอยู่
เกาเจี้ยนซินและเจ้าแปดแสดงสีหน้ายิ้มแย้มออกมาราวกับมีความสุขที่ได้เห็นสถานการณ์นี้
“คุณเฉิน คุณ……”
โม่โนว่ต้องการที่จะกล่าวเตือน กลับถูกสายตาขุ่นเคืองของฟู่จื่อเหิงมองใส่จนเขาต้องกลืนมันลงไป ทว่าเจ้าเก้าเฟิงกลับไม่ลังเลเลยสักนิด พลางพูดออกมา: “ท่านฟู่ ฐานะของคุณเฉินท่านนี้ค่อนข้างมีความพิเศษนะครับ อีกอย่างในเมื่อเขาได้มอบของขวัญเหล่านี้ให้ แล้วท่านฟู่ชื่นชอบก็เพียงพอแล้ว ทำไมถึงต้องถามอีกล่ะครับ ?”
ทุกคนล้วนมีความลับของตัวเอง และการซักถามถึงต้นตอถือเป็นทางเลือกที่ไม่ฉลาดนัก
ฟู่เหิงจื่อถึงแม้จะมีฐานะที่สูงส่ง แต่เฉินอีเป็นถึงคนของคุณชายตระกูลกวน หากยังซักถามต่อไปคงจะไม่ใช่เรื่องดีแน่
ทว่าสีหน้าของฟู่เหิงจือที่ยังคงเคร่งขรึม เหลียวหันไปมองเจ้าเก้าเฟิงด้วยความไม่พอใจ
“นี่นายกำลังโทษฉันอยู่อย่างนั้นหรอ?”
“คือ……”
เจ้าเก้าเฟิงนิ่งชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่จะยังคงพูดออกมาอย่างเด็ดเดี่ยว : “ท่านฟู่ ผมคิดว่าเราค่อยๆ ว่ากันทีละเรื่องจะดีกว่า วันนี้เป็นวันฉลองวันเกิดของท่าน ในเมื่อได้รับสิ่งของที่ตนชื่นชอบ อย่างนั้นก็ควรเก็บเอาไว้พอแล้ว ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องโกรธเคืองแบบนี้”
อันที่จริงคำพูดของเจ้าเก้าเฟิงนั้นสมเหตุสมผลมาก หากเป็นคนอื่นที่ได้รับของขวัญแบบนี้ก็คงจะมีความสุขมากแล้ว