ตอนที่ 166
บทที่ 166 ความคิดของฟู่เหิงจือ
October 28, 2026
“แม่งเอ๊ย……”
เกาเจี้ยนซินรู้สึกได้เลยว่าตัวเองได้นำเหยื่อกลุ่มหนึ่งออกมาจนทำให้อีกฝ่ายรู้สึกตื่นเต้นขนาดนี้
สิ่งนี้ถือเป็นสิ่งที่เกินจากความคาดหมายของไปอย่างสิ้นเชิง
และสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือสายตาของผู้คนที่อยู่รอบๆ นั้น พวกเขาไม่ได้สนใจหันไปมองชายร่างกำยำเหล่านั้นแต่กลับพุ่งเป้ามายังตัวของเขาแทน
ซึ่งสายตาเหล่านั้นฉายแววล้อเลียนออกมาอย่างชัดเจน จนทำให้คนที่ได้เห็นรู้สึกทรมาน ยิ่งโดยเฉพาะเกาเจี้ยนซิน
ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ต่างอะไรกับตัวตลกเลย
ไม่ใช่แค่เขา
แม้แต่ชายร่างกำยำพวกนั้นยังเห็นได้ชัดเลยว่ากำลังรู้สึกขุ่นเคืองด้วยความอับอาย ทั้งในตอนที่เตรียมจะจัดการกับพวกเจ้าดำ พวกเขาเป็นฝ่ายที่ถูกเจ้าดำเขาข่มกลับมาแทน
“ยโสโอหัง สวยแต่รูปจูบไม่หอม”
มังกรเก้ากับคนอื่นๆ ต่างพากันส่ายหน้าอย่างต่อเนื่อง เพียงไม่นานก็เปลี่ยนความสนใจไปด้วยความคร้านที่จะไปสนใจคนพวกนี้
เมื่อเห็นว่านักสู้นับสี่สิบกว่าคนของตนถูกข่มอย่างสมบูรณ์ สีหน้าของพวกเขาจึงยิ่งเคร่งขรึมมากขึ้น
ในขณะที่เกาเจี้ยนซินและเจ้าแปดหันหน้ามาสบตากันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ราวกับคาดการณ์ได้ถึงตอนจบแล้ว แต่ฟู่เหิงจื่อกลับเอ่ยปากพูดขึ้นมาในเวลานั้น
“ทำตามที่คุณเฉินพูดเถอะ”
“ท่านปู่!”
เกาเจี้ยนลุกพรวดต้องการพูดอะไรบางอย่าง กลับถูกอีกฝ่ายขัดจังหวะอย่างกะทันหัน
“การรตัดสินใจของฉัน เธอคิดจะละเมิดอย่างนั้นหรอ?”
สายตาที่ดุร้ายของฟู่เหิงจื่อมองไปยังร่างของอีกฝ่าย ก่อนที่จะเคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว
“คุณเฉิน การตัดสินใจไม่รู้ว่าคุณพอใจหรือเปล่า?”
เขาเพ่งมองลึงลงไปในตัวเฉินอี ด้วยความคิดว่าเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ธรรมดาเลย รวมทั้งยอดฝีมือที่ติดตามเขาก็ไม่ใช่คนธรรมดาด้วยเหมือนกัน
ถึงแม้จะบอกว่าชายร่างกำยำพวกนั้นจะมีความอ่อนแอกว่า แต่การที่ถูกพวกของเจ้าดำที่มีจำนวนน้อยกว่าเป็นเท่าตัวจัดการอย่างสิ้นซาก ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นถึงความสุดยอดของทั้งสิบห้าคนนี้ของเจ้าดำ
“สามารถรับสมัครเอายอดฝีมือจำนวนมากขนาดนี้ได้ แสดงว่าเฉินอีคนนี้ไม่ธรรมดาเลย อย่างน้อยๆ ก็ไม่ได้ธรรมดาอย่างผิวเผินที่ทุกคนเห็น”
“ไม่สิ แม้แต่ผิวเผินของเขาก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน ซึ่งก็เป็นเหมือนดั่งห้วงเหวลึก ที่ฉันเองก็มองเขาไม่ออก ยากเกินที่จะหยั่งถึง”
หากว่าเป็นก่อนหน้านี้ ฟู่เหิงจือคงจะดูถูกเฉินอี และไม่ได้ใส่ใจ
แต่ว่าสถานการณ์ในตอนนี้กลับแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
ไม่ว่าจะมองยังไงสิ่งที่เกิดขึ้นก็เพียงพอที่จะอธิบายสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจนแล้ว
“เด็กหนุ่มคนนี้เหมือนจะมีสติปัญญาและข้อมูลมากมาย อย่างที่รู้กันดีว่าข่าวตระกูลจงจะเดินทางมาแสดงคำอวยพรกับตนนั้นก็มีเพียงแค่ตนเองและเหล่าลูกหลานเท่านั้นที่รู้ และความเป็นไปได้ที่ข่าวนี้จะรั่วไหลออกไปก็มีไม่มาก แถมตัวเขาเองยังไม่ได้ข่าวใดๆ เกี่ยวกับความคืบหน้าทางธุรกิจร่วมของตระกูลจงและตระกูลเฉินเลยด้วย”
“หรือเฉินอีพวกเขาจะมีเครือข่ายข่าวกรองที่ทรงพลัง ขนาดที่ทุกการเคลื่อนไหวของตระกูลจงและตระกูลเฉินล้วนอยู่ในการจับตามองของพวกเขา ?ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็น่าเกรงขามเกินไปแล้ว”
ทันใดนั้น ในใจของเขาก็เกิดคลื่นพายุขนาดใหญ่ขึ้น
เฉินอีเองพอที่จะมองออกความคิดของฟู่เหิงจือ จึงรู้สึกสนใจขึ้นมาไม่น้อย
“ก่อนหน้านี้ฟู่เหิงจือคนนี้ผยองเกินไปจริงๆ จนเกือบจะสร้างหายนะขึ้นแล้ว”
“แต่ว่าตอนนั้นเขาคนนี้คงจะถูกคำพูดของตนทำให้โกรธเคือง ถึงนิสัยจะไม่ค่อยดี แต่ว่าสมองยังถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว”
“แต่ก็เป็นคนที่มีความฉลาดคนหนึ่งเท่านั้น กลับไม่ใช่คนที่มีจิตใจแน่วแน่และทัศนคติที่โดดเด่น ดังนั้นไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดในใจของตน”
เขาส่ายหน้าเบาๆ พลางลุกขึ้นยืน
“งั้นตกลงตามนี้แล้วกัน หวังว่าพวกคุณจะไม่ทำผิดสัญญา ไม่อย่างนั้นอย่ามาหาว่าผมไม่เกรงใจ”
เฉินอีพูดอย่างสบายๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปยังอีกทาง