ตอนที่ 177
บทที่ 177 การมาถึงของเฉ่าเฉียง
October 28, 2026
“คุณเฉิน ดูเหมือนคำพูดนี้ของคุณจะเกินไปหน่อยนะ”
เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินอี ท่านช่าวซึ่งมีความคิดอยู่ในใจเรียบร้อยแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้นมา
ในความคิดของเขา ต่อให้เฉินอีเป็นคนที่มีความสามารถ แต่อย่างไรเสียที่นี่ก็คือเมืองชิงชวน
ต่อให้อีกฝ่ายมีความสัมพันธ์อันดีกับคุณชายใหญ่ของตระกูลกวน แต่ฐานะของตระกูลกวนในเมืองชิงชวนก็ใช้ว่าจะยิ่งใหญ่คับฟ้า
หรือจะพูดกันตามตรงก็คือ สมัยก่อนตระกูลกวนเป็นเหมือนหินก้อนมหึมาที่คอยทับกองกำลังใต้ดินอย่างเช่นพวกเขาเอาไว้
แต่ตั้งแต่ที่ท่านปู่กวนจากไป และท่านย่ากวนขึ้นมาถือครองอำนาจแทน ถึงแม้ตระกูลกวนจะยังคงเป็นตระกูลมั่งคั่งอันดับหนึ่งของเมืองชิงชวน แต่กลับไม่ได้มีอิทธิพลที่แข็งแกร่งอย่างเช่นสมัยก่อนอีกต่อไปแล้ว
ตอนนี้ท่านฟู่ ฟู่เหิงจือ รวมไปถึงกลุ่มก้อนของตระกูลหลงล้วนกำลังเริ่มเติบโตขึ้น โดยเฉพาะท่านฟู่ ฟู่เหิงจือซึ่งเป็นหัวหน้าของกองกำลังใต้ดิน รวมไปถึงตระกูลหลง ล้วนแต่กำลังคุกคามฐานะผู้นำเมืองชิงชวนของตระกูลกวนอยู่ทั้งสิ้น
ตระกูลกวนในตอนนี้ ถือว่าอยู่ในสถานะที่อันตราย
ต่อให้ความสัมพันธ์ของเฉินอีกับกวนจื่อโยวจะดีแค่ไหน หรือต่อให้เขาจะเป็นผู้หนุนหลังกวนจื่อโยว แต่ก็เป็นเพียงแค่มังกรที่ข้ามแม่น้ำมาเท่านั้น เมื่อมาถึงเมืองชิงชวนแห่งนี้ซึ่งเป็นถิ่นของพวกเขา ก็ควรที่จะสงบเสงี่ยมเจียมตัวไม่ใช่หรือ
แต่ทำไมผลลัพธ์กลับเป็นเช่นนี้ ?
เฉินอีผู้นี้ช่างไม่เคารพกฎกติกาเอาเสียเลย มิหนำซ้ำยังจะให้ตนเองซึ่งเป็นผู้ทรงอิทธิพลอันดับต้น ๆ ของเมืองชิงชวนเชื่อฟังเขาอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตนเป็นถึงผู้ทรงอิทธิพลระดับแนวหน้าของกองกำลังใต้ดินภายใต้การดูแลของฟู่เหิงจือ ดังนั้นท่านช่าวไม่มีวันยอมทำตามเป็นอันขาด
ในคำพูดแฝงไปด้วยความหมายของการเอ่ยตักเตือน
หากคุณคิดที่จะเจรจากันดี ๆ และร่วมมือกัน ก็พอจะเป็นไปได้
แต่หากไม่ต้องการ ก็อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจก็แล้วกัน
เฉินฉือฮั๋วเอง เมื่อได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกโล่งใจ เขาคิดว่าท่านช่าวจะยอมเจรจากับเฉินอี เช่นนั้นตนเองคงจะต้องกลายเป็นตัวตลกแน่นอน
เฉินอีผู้นี้ช่างโง่เขลาจริง ๆ
เห็นได้ชัดว่าท่านช่าวยอมอ่อนข้อให้ แต่เขากลับโง่เขลาถึงขั้นพาตนเองไปรนหาที่ตาย พูดออกมาอย่างโจ่งแจ้งว่าต้องการให้ท่านช่าวเชื่อฟังเขา เฉินอีผู้นี้เขาคิดว่าเขาเป็นใครกัน ?
ต่อให้เป็นท่านฟู่ ก็ยังไม่กล้าสั่งให้ท่านช่าวเชื่อฟังเช่นนี้ นอกเสียจากจะถูกกดดันจากสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างไรเสียท่านช่าวก็ถือเป็นผู้อาวุโสที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่คนของกองกำลังใต้ดินเมืองชิงชวน แต่เป็นหนึ่งในคนที่สามารถร่วมมือกับคนที่โหดเหี้ยมอย่างท่านฟู่ได้
ต่อให้เขาจะเป็นคนของตระกูลเฉินแห่งเมืองหยู แต่ก็ยังต้องให้ความเคารพแก่ท่านช่าว มิเช่นนั้นก็คงปฏิบัติเช่นเดียวกับที่ปฏิบัติต่อเกาเจี้ยนซินและเจ้าแปด
เฉินอีผู้นี้ช่างโง่เขลาจริง ๆ
หวังว่าอีกฝ่ายจะโง่เขลาเช่นนี้ไปเรื่อย ๆ
“อย่างไรเสียความโง่ก็ย่อมมีขีดจำกัด ในเมื่อท่านช่าวพูดถึงขั้นนี้แล้ว หากเฉินอีผู้นี้ยอมก้มหัว ถึงเวลานั้นหากท่านช่าวยอมอ่อนข้อลง ไม่สิ หากเป็นเช่นนี้ ก็จะทำให้เฉินอียอมเป็นฝ่ายที่ก้มหัวลงได้ ฉันก็ยังถือว่ามีโอกาสอยู่”
เขาแอบคิดในใจ
เฉินอีเป็นหนึ่งในพวกของตระกูลเฉินที่ไร้ประโยชน์แห่งเมืองอสูร มิหนำซ้ำยังเป็นสุนัขข้างทาง แล้วจะมีสิทธิ์อะไรมาตกลงจริงจังกับท่านช่าว ยิ่งเรื่องความร่วมมือยิ่งไม่ต้องพูดถึง
เมื่อครู่ท่านช่าวคงกำลังปั่นหัวเฉินอีผู้นี้อยู่อย่างแน่นอน
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เฉินฉือฮั๋วก็รู้สึกโล่งใจขึ้นไม่น้อย ตอนนี้ทำเพียงแค่รอดูเฉินอีก้มหัวให้เท่านั้น
“เหอะ ๆ ท่านช่าว คุณเป็นคนฉลาดจริง ๆ แต่น่าเสียดายที่ยังไม่มีความรู้มากพอ จึงดูเหมือนโง่เขลา”
เฉินอีหัวเราะเบา ๆ
ท่านช่าวผงะไป จากนั้นจึงขมวดคิ้วแล้วพูดว่า : “คุณเฉิน คุณพูดจาควรจะให้ความเกรงใจกันบ้าง อย่างไรเสียผมก็อายุมากกว่าคุณ คุณพูดจาเช่นนี้ดูเหมือนจะไม่เคารพกันเลยนะ......”
“ต่อให้คุณเฉินไม่ให้ความเคารพต่อคุณแล้วอย่างไร ก็แค่คนของกองกำลังเล็ก ๆ ใต้ดิน กล้าใช้คำพูดเช่นนี้กับคุณเฉินเชียวหรือ ?”
ทันใดนั้นเอง มีเสียงหัวเราะเยาะดังขึ้น ดึงดูดให้ทุกคนค่อย ๆ หันมอง
หากไม่เห็นก็ยังไม่เป็นไร
แต่ทันทีที่เห็นก็ต้องรู้สึกตกใจไม่น้อย
เฉินฉือฮั๋วนับว่ายังดี เพราะเขาไม่ค่อยคุ้นเคยกับเมืองชิงชวนนัก
“ผู้ ผู้ว่าการเฉ่า !”