ตอนที่ 189
บทที่ 189 สัญญาณก่อนที่ลมพายุฝนพัดจะกระหน่ำ
October 28, 2026
“เฉินอี ฉันมีอะไรจะพูดกับคุณ”
หลังจากที่จดทะเบียนสมรสเสร็จเรียบร้อย เฉินอีพึ่งจะเดินออกมาจากประตูใหญ่ของสำนักงานพลเรือน ก็มองเห็นฉินปิงหลันหันหน้ามาหาตัวเอง และมีสีหน้าท่าทางจริงจัง
ทำให้เฉินอีชะงักไปเล็กน้อย แล้วเอ่ยถาม: “ปังหลัน มีอะไรเหรอ?”
“งานเลี้ยงครอบครัวในคืนวันนี้ คุณอาจจะต้องเผชิญหน้ากับความกดดันไม่น้อย เพราะงานเลี้ยงครอบครัวในครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ครอบครัวของเรา ยังมีตระกูลแยกและคนของต้นตระกูลด้วย”
“ครั้งที่แล้วคุณได้กลั่นแกล้งคุณชายสามฉินของต้นตระกูล เท่ากับเป็นการตบหน้าตระกูลหลัก พวกเขาจะต้องไม่ปล่อยคุณแน่ เพราะฉะนั้นถ้าหากคืนนี้คุณไม่อยากจะไปก็ไม่ต้องไป”
ความจริงแล้วภายในใจของฉินปิงหลันนั้นสับสนมาก
เธอหวังว่าเฉินอีจะไป สามารถพิสูจน์ได้ว่าตอนนี้พวกเขาได้เป็นสามีภรรยากันอย่างแท้จริง ไม่ใช่ความอัปยศของตระกูลฉินอีกต่อไป และก็ไม่ใช่ตัวตลกของทั่วทั้งเมืองชิงชวน
แต่ก็ไม่อยากจะให้เฉินอีไป เพราะที่นั่นมันอันตรายเกินไป
ถ้าหากไป เฉินอีจะต้องตกอยู่ภายใต้ความกดดันอันใหญ่หลวงอย่างแน่นอน โดยเฉพาะคนจากต้นตระกูลฉิน
ฉินปิงหลันรู้จักนิสัยของคนพวกนั้นดี รู้ดีว่าตอนที่อยู่โจวตู อาศัยความสามารถด้านการต่อสู้ รวมทั้งอิทธิพลของกวนจื่อโยว คุณชายสามของตระกูลฉินคนนั้นถึงได้กล้ำกลืนฝืนทน
แต่กล้ำกลืนฝืนทน ไม่ได้หมายความว่าจะปล่อยเรื่องนี้ให้เลยผ่านไป
เขาจะต้องคิดหาทุกวิถีทางมาจัดการเฉินอี และตอนนี้ก็เป็นโอกาสที่ดีที่สุด
ใช้โอกาสงานเลี้ยงครอบครัวในครั้งนี้มากดดันตระกูลฉินแห่งเมืองฉือ เช่นนี้ตระกูลฉินแห่งเมืองฉือก็จะหันกลับมาจัดการกับลูกเขยอย่างเฉินอีแน่นอน
ยิ่งคิดมาถึงตรงนี้ ฉินปิงหลันยิ่งคิดว่าน่าขันสิ้นดี
คนบางคนไม่พยายามเพื่ออนาคตของตัวเอง แต่กลับคิดที่จะขายคนในครอบครัวของตัวเอง นี่ก็คือสันดานของคนตระกูลฉินสินะ
มีเส้นเลือดปรากฏขึ้นมาในดวงตาของเธอเล็กน้อย นั่นคือความเศร้าโศกอย่างสุดขีด รวบรวมจนปรากฏออกมา
เฉินอีประคองใบหน้าของฉินปิงหลันอย่างเจ็บปวดหัวใจ เขายิ้มเล็กน้อยพลางกล่าว: “ไม่เป็นไร อย่าว่าแต่คนไม่เอาไหนของต้นตระกูลฉินเลย ต่อให้เป็นพระเจ้า ต่อให้เป็นผู้อาวุโสของทางการมาด้วยตัวเอง ผมเฉินอีก็ไม่มีทางที่จะถดถอย”
“ในเมื่อมีคนคิดจะหาเรื่องพวกเรา งั้นก็จะปล่อยไปง่าย ๆ ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นละก็คนบางคนจะกำเริบเสิบสานขึ้นมากว่าเดิม พอถึงตอนนั้นคุณก็จะพบว่า สู้จัดการกับพวกเขาตั้งแต่แรกยังดีกว่าเยอะ”
เฉินอีรู้ดีว่าภรรยาของตัวเองเป็นคนใจดีมีเมตตา
แต่ความใจดีมีเมตตานั้นก็ต้องดูสถานการณ์ด้วย
ความใจดีมีเมตตาอย่างในตอนนี้นั้นเห็นได้ชัดว่ามันไม่จำเป็น แทนที่จะทนคนพวกนี้ต่อไป สู้จัดการกับคนสารเลวพวกนั้นตั้งแต่แรกเลยจะดีกว่า
ฉินปังหลันเองก็ชะงักไป
ความจริงแล้วเธอก็รับรู้ถึงจุดนี้เช่นกัน
เธออดทนต่อฉินหวยจือครั้งแล้วครั้งเล่า
ทว่าตั้งแต่ต้นจนจบอีกฝ่ายกลับไม่เคยคิดจะปล่อยพวกเขาไปด้วยซ้ำ แค่จุดจุดนี้ ปัญหาเช่นนี้ก็ทำให้คนแทบอยากจะบ้าคลั่ง
ถึงเวลาที่จะจัดการกับคนบางคนแล้วหรือเปล่า?
ฉินปิงหลันตกอยู่ในภวังค์แห่งความคิด เฉินอีตบศีรษะเธอเบา ๆ และกล่าวช้า ๆ : “ไม่เป็นไร ต่อให้ท้องฟ้าถล่มลงมาก็มีผมคอยรับเอาไว้”
ฉินปิงหลันได้ยินดังนั้น ก็ก้มหน้าลงอย่างเงียบ ๆ เธอรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองจนใจมากจริง ๆ หรือแม้กระทั่งอ่อนแอเกินไป
ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ต้องอาศัยเฉินอีทั้งนั้น
ถึงแม้ว่านี่จะเป็นที่พึ่งพิงของผู้หญิงทุกคน ฉินปิงหลันเองก็รู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมาก
แต่เธอไม่ถึงกับต้องชอบอาศัยคนอื่นถึงขนาดนี้
ฉินปิงหลันหวังว่าตัวเองจะมีความสามารถที่โดดเด่นมากพอ ไม่ต้องอาศัยเฉินอีไปจัดการเรื่องของครอบครัวอีก