ตอนที่ 208
บทที่ 208 พวกคุณอยากรอก็รอ
October 28, 2026
หรืออาจพูดได้ว่า เจ้าของกฎบัญชาเก้าตรา มีฐานะเป็นรองเพียงแค่นายท่านตระกูลกวน !
หรือจะพูดได้ว่ามีฐานะที่เท่าเทียมกัน !
เพราะกฎบัญชาเก้าตรา มีมูลค่าเป็นรองเพียงแค่ตราประทับของตระกูลกวนเท่านั้น !
อย่าคิดเพียงว่าท่านย่าตระกูลกวนเป็นผู้ดูแลตระกูลกวนอยู่ในขณะนี้ แต่เธอเองก็ต้องอาศัยความอาวุโสและความเชี่ยวชาญในการถือครองอำนาจอย่างแท้จริง
อันที่จริงแล้วฐานะนายท่านของตระกูลกวน ตั้งแต่ที่ท่านปู่ตระกูลกวนจากไป ก็ยังไม่มีการแต่งตั้งคนใหม่เกิดขึ้น ท่านย่าตระกูลกวนเพียงแค่ทำหน้าที่ดูแลตระกูลกวนแทนเท่านั้น ยังไม่ถือว่าเป็นนายท่านตระกูลกวน
แต่ถ้าหากเฉินอีคนนั้นมีกฎบัญชาเก้าตราอยู่ในมือจริง สถานะของเขาก็จะเทียบเท่าได้กับฐานะนายท่านตระกูลกวน ซึ่งท่านรองกวนไม่มีทางเชื่ออย่างเด็ดขาด
คนอื่น ๆ ในตระกูลกวนเองก็ไม่เชื่อเช่นกัน ต่างก็รู้สึกว่ากวนจื่อโยวกำลังพูดเรื่องไร้สาระ
แต่ที่น่าเสียดายก็คือ ต่อให้พวกเขาไม่เชื่อ แต่มันก็คือความจริง
“พวกคุณไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร แต่ตอนนี้ผมจะบอกพวกคุณให้นะว่า ถ้าหากพวกคุณยังนิ่งดูดายอยู่ บรรพบุรุษทั้งหมดรวมไปถึงท่านปู่ จะรอคอยพวกคุณอยู่ในปรโลกอย่างแน่นอน !”
“อย่างไรเสียกฎก็คือกฎ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากกว่าผลกำไร !”
กฎ
ตระกูลกวนมีประวัติยาวนานกว่าสี่ร้อยปี สืบทอดกันมาสี่ชั่วอายุคน
ตอนนี้รุ่นของกวนจื่อโยวถือเป็นรุ่นที่ห้า
หากย้อนไปก่อนหน้านี้ ก็จะเป็นรุ่นของพ่อ รุ่นของท่านปู่ รวมไปถึงรุ่นทวดและเทียด
กฎเกณฑ์ที่ถูกกำหนดออกมาโดยคนทั้งสี่รุ่น ระบุเอาไว้ชัดเจนว่าหากคนที่ถือครองกฎบัญชาเก้าตราอยู่ในมือได้รับความเดือดร้อน ตระกูลกวนต้องให้ความช่วยเหลืออย่างไม่มีเงื่อนไข
นอกเสียจากคนที่ถือครองกฎบัญชาเก้าตราจะเสียชีวิตไป มิเช่นนั้นก็ยังถือว่าเขาเป็นผู้มีอำนาจต่างนามสกุลที่อยู่ในตระกูลกวน !
หากไม่ยึดมั่นในกฎเกณฑ์นี้ เกรงว่าคนของตระกูลกวนทั้งหมด คงจะต้องทำให้เหล่าบรรพบุรุษรู้สึกอับอายขายหน้าอย่างแน่นอน
โดยเฉพาะท่านปู่และท่านชายใหญ่ตระกูลกวน
เปลือกตาของท่านรองกวนกระตุกอย่างต่อเนื่อง จากนั้นเขาจึงหันมองแม่ของตนเอง ซึ่งก็คือท่านย่าตระกูลกวน
“กวนจื่อโยว เลิกพูดจาเหลวไหลได้แล้ว กฎบัญชาเก้าตรายังอยู่ที่ตระกูลกวนเรา เคยมอบให้คนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ?”
ท่านย่าตระกูลกวนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
เกิดความปั่นป่วนขึ้นท่ามกลางสมาชิกของตระกูลกวนในทันใด
“กวนจื่อโยว นายช่างใจกล้าจริง ๆ กล้าเอาเรื่องกฎบัญชาเก้าตรามาพูดเหลวไหลเช่นนี้ !”
“จริงด้วย นายนับวันจะยิ่งใจกล้าเกินไปแล้ว เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย ถึงขนาดกล้าดึงบรรพบุรุษลงมาเกี่ยวข้อง ดูเหมือนว่าคนที่จะไม่มีหน้าไปพบกับบรรพบุรุษ น่าจะเป็นคนอกตัญญูอย่างนายมากกว่า !”
“บ้าเอ๊ย กล้าทำให้พวกเราตกใจ แท้ที่จริงแล้วนายก็พูดจาเหลวไหลนี่เอง โชคดีที่ท่านย่ารู้จักระมัดระวังตัว ไม่เช่นนั้นคงถูกเด็กอย่างนายหลอกเป็นแน่”
“กวนจื่อโยวจะต้องได้รับโทษอย่างหนัก ไม่เช่นนั้นกฎของตระกูลกวนเราจะศักดิ์สิทธิ์และน่าเชื่อถือได้อย่างไร !”
เมื่อครู่คนของตระกูลกวนเหล่านี้ต้องรู้สึกตกใจกับสิ่งที่ได้ยินไม่น้อย แต่ทว่าตอนนี้หลังจากได้ยินคำพูดของท่านย่า ทุกคนก็เริ่มโวยวายเสียงดังขึ้นมาอีกครั้ง
ท่านรองกวนเองก็ตั้งสติกลับมาได้ จึงส่งเสียงฟึดฟัดแสดงความไม่พอใจออกมาทันที
“กวนจื่อโยว ในฐานะที่นายเป็นลูกชายคนโตของทายาทรุ่นที่สาม แต่ยังกล้าเอ่ยคำพูดที่ไร้ความรับผิดชอบเช่นนี้ออกมาได้ นายรู้ความผิดของตัวเองหรือยัง ? !”
“รู้บ้าอะไรล่ะ !”
กวนจื่อโยวแสยะยิ้มออกมา
เขาเหลือบมองท่านย่า แล้วพูดพลางหัวเราะ : “ท่านย่า ยังกล้าโกหกตาใสอีกหรือครับ หรือว่าท่านย่าแอบทำกฎบัญชาเก้าตราของปลอมขึ้นมา ?”
“พูดจาเหลวไหล !”
ท่านย่าตระกูลกวนใช้ไม้เท้าเคาะลงไปที่พื้นทันที แล้วตะคอกออกมาว่า : “กวนจื่อโยว นายกำลังสงสัยย่าหรือ ?”
ตอนนี้คนอื่น ๆ ในตระกูลกวนเองก็รู้สึกตกใจไม่น้อย
พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่า คำพูดของกวนจื่อโยว จะทำให้ท่านย่าตระกูลกวนแสดงความโกรธออกมาได้ถึงเพียงนี้
ทุกคนแสดงสีหน้าไม่พอใจกวนจื่อโยวออกมาในทันที ต่างรู้สึกว่าเด็กคนนี้ชักจะสามหาวเกินไปแล้ว กล้าเผชิญหน้ากับท่านย่าอย่างไม่เกรงกลัวเช่นนี้ ช่างเป็นลูกหลานที่อกตัญญูโดยแท้จริง
เมื่อเห็นเช่นนี้ กวนจื่อโยวก็ทำเพียงหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น