ตอนที่ 210
บทที่ 210 พิชิตตระกูลมังกรและตระกูลฟู่
October 28, 2026
ที่กวนจื่อโยวรู้สึกเจ็บปวดใจ เป็นเพราะเฉินอีพูดถูก
ตระกูลกวน ไม่ใช่ตระกูลกวนอย่างเช่นแต่ก่อนอีกแล้ว
ถึงแม้จะพูดว่าอูฐที่ผอมโซก็ยังตัวใหญ่กว่าม้า
แต่ต้องมีสักวันที่พื้นดินเหือดแห้ง หากตระกูลกวนยังไม่รู้จักปรับตัว ความพยายามของบรรพชนทั้งสี่รุ่นรวมถึงตนเอง คงจะต้องสูญเปล่าอย่างแน่นอน
ถึงแม้กวนจื่อโยวจะไม่สนใจตำแหน่งผู้สืบทอดมรดกหรือผู้ที่กุมอำนาจของตระกูล ก็ไม่อยากเห็นสิ่งที่ท่านปู่มอบหมายเอาไว้กับตนเอง จะต้องถูกตระกูลกวนทำลายลงจนสิ้น
การยึดอำนาจจึงเป็นหนทางสุดท้าย
คนพวกนี้ร่วมมือกันบีบบังคับให้ตนต้องทำเช่นนี้ !
“ท่านปู่ พ่อ ยังมีเหล่าบรรพชนอีก หวังว่าพวกท่านจะไม่โทษผม เป็นเพราะสถานการณ์ภายในของตระกูลกวนนั้นเลวร้ายเกินไปแล้ว”
“ท่านย่ากล้าพูดโกหกเกี่ยวกับเรื่องของกฎบัญชาเก้าตรา นี่ถือเป็นการผิดหลักคำสอนของบรรพชนตระกูลกวน อีกทั้งยังเป็นคำสอนที่สำคัญที่สุดอีกด้วย”
คนที่สามารถครอบครองกฎบัญชาเก้าตราได้ ล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีพระคุณของตระกูลกวน
ไม่ใช่เพียงแค่มีอำนาจก็สามารถครอบครองได้
ตอนนั้นเฉินอีเคยช่วยตระกูลกวนเอาไว้ ท่านปู่ซึ่งเป็นปู่ของกวนจื่อโยวจึงได้มอบกฎบัญชาเก้าตราให้แก่เขา
แต่ตอนนี้ท่านย่ากลับพูดโกหกเกี่ยวกับเรื่องนี้
มิหนำซ้ำยังร่วมมือกับตระกูลมังกรคิดร้ายกับผู้ที่ถือครองกฎบัญชาเก้าตราอีก นี่เป็นเรื่องที่ผิดมหันต์ !
คำพูดที่กวนจื่อโยวพูดในครั้งนี้ยาวมาก ถ้าหากพูดมากในเวลาปกติ ตอนนี้คงต้องสูดหายใจเข้าเต็มปอดสักครั้ง
ตอนนี้ บรรยากาศเงียบสงัด
ทุกคนต่างแสดงท่าทีเหลือเชื่อออกมา
พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่า กวนจื่อโยวจะใจกล้าเช่นนี้ กล้าถึงขนาดกล่าวหาท่านย่าตระกูลกวนเช่นนี้
หรือว่าผู้ชายคนนี้คิดจะทรยศ ?
คิดจะยึดอำนาจอย่างนั้นหรือ ? !
ถูกต้องแล้ว !
“ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ผมจะเป็นผู้ดูแลตระกูลกวน ท่านย่า ขอให้ท่านถอนตัวกลับไปพักผ่อนยังบ้านเกิดของท่าน”
กวนจื่อโยวพูดขึ้นเบา ๆ
อย่างไม่ต้องสงสัย !
“กวนจื่อโยว นายกล้าดียังไง !”
“หุบปาก !”
ครั้งนี้ ท่าทีของกวนจื่อโยวดูขึงขังอย่างยิ่ง
เขาส่งเสียงตะคอกให้ท่านรองกวนหุบปาก ทำให้ท่านรองกวนไม่เพียงแต่ก้าวถอยหลังไป แต่ยังคนคนในตระกูลกวนอีกไม่น้อยที่กำลังยืนส่ายหน้าเบา ๆ
ถึงแม้ท่านรองกวนจะเป็นผู้อาวุโสกว่า แต่กลับถูกคนรุ่นหลังทำให้หวาดกลัวเช่นนี้ ช่างน่าอายเสียจริง ๆ
แน่นอนว่าทุกคนต่างรู้ดี กวนจื่อโยวนั้นมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ผู้ชายคนนี้เป็นเหมือนกับเสือโคร่ง ที่ปกติแล้วดูเหมือนอ่อนโยนและสงบนิ่ง
แต่เมื่อไหร่ที่โมโหขึ้นมา ความแข็งแกร่งนั้นก็เพียงพอที่จะสยบให้ทุกคนยอมสิโรราบได้
ท่านย่าตระกูลกวนเองก็หันมองหลายชายคนโตของตนเองด้วยท่าทีตกใจเช่นกัน
เมื่อก่อน เธอรู้ดีว่าหลานชายคนนี้อาจดูขี้เกียจเล็กน้อย แต่เขาก็มีความสามารถในด้านธุรกิจอย่างมาก อีกทั้งเหตุผลที่เขากลับมา ก็เพื่อทำตามความประสงค์ของท่านปู่เท่านั้น
ดังนั้นเธอจึงกล้ากำจัดกวนจื่อโยวให้พ้นทาง หลังจากที่กวนจื่อโยวสามารถพัฒนาตระกูลกวนให้กลับมาเจริญก้าวหน้าได้อีกครั้ง และกีดกันเขาออกจากตำแหน่งผู้สืบทอดมรดก
ส่วนกวนจื่อโยวเอง ตลอดหลายปีมานี้เขาก็ไม่ได้พูดอะไรมาก ดังนั้นเธอจึงคิดว่ากวนจื่อโยวนั้นอ่อนแอและสามารถรังแกได้
แต่ตอนนี้เมื่อมาคิด ๆ ดูแล้ว ดูเหมือนว่าตนเองนั้นโง่เขลาเกินไป
คนที่สามารถจัดการกับศัตรูได้อย่างราบคาบในโลกธุรกิจ และสามารถทำให้ตระกูลเศรษฐีจำนวนไม่น้อยในเมืองชิงชวนและเมืองแถบตะวันออกเฉียงใต้รู้สึกหวาดกลัวได้ จะเป็นคนที่อ่อนแอและถูกรังแกง่าย ๆ ได้อย่างไร
เพียงแต่ก่อนหน้านี้ไม่เคยเหยียบโดนหางของกวนจื่อโยวเท่านั้น
แต่วันนี้บังเอิญเธอและตระกูลกวนไปเหยียบถูกหางของกวนจื่อโยวเข้า !
กวนจื่อโยวเองก็ไม่อยากพูดให้มากความ เขามองดูท่านย่าตระกูลกวนนิ่ง ส่วนคนอื่น ๆ เขาไม่คิดจะสนใจเสียด้วยซ้ำ