ตอนที่ 222
บทที่ 222 ความดูถูกของตระกูลเฉิน
October 28, 2026
“เฉินอีคนนี้กล้ามากเกินไป ตระกูลเฉินเมืองหนานเย่วเราแม้จะแยกออกมาจากตระกูลเฉินจากเมืองอสูร แต่พูดถึงรากฐานความแข็งแกร่งเบื้องหลังก็สามารถเข้าไปอยู่ในกลุ่มตระกูลเศรษฐีที่ตะวันตกเฉียงใต้ได้และเข้าไปแทนที่ตระกูลหลังสิบหกตระกูลได้ทุกตระกูลทุกเมื่อ แม้จะสู้ไม่ได้กับตระกูลเฉินในเมืองอสูรในตอนที่ยังรุ่งเรือง แต่เทียบกับตระกูลเฉินเมืองอสูรในตอนนี้ก็ไม่ได้แย่กว่าด้วยซ้ำ อาจจะดีกว่าอีกด้วย”
“ มาแย่งพื้นที่เรา เขามีอาการปัญหาทางสมองหนักมากจริงๆ!”
ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลเฉินพูดเสียงเย็น แล้วพูดกับเฉินจื่อฮั๋ว ผู้นำตระกูลเฉินว่า “ผู้นำตระกูลครับ ผมรู้สึกว่าเฉินอีคนนี้ได้มามอบเหตุผลฝ่ายเราเคลื่อนพลเข้าเมืองชิงชวน ”
“เพราะเป็นพวกเฉินอีแหกกฎก่อน งั้นก็อย่าหาว่าเราไม่เกรงใจแล้วกัน แม้จะเป็นตระกูลโฮ่ก็ไม่สามารถรับรองเมืองชิงชวน ตอนนี้เราเคลื่อนพลอาจจะเอาเมืองชิงชวนมาอยู่ในกำมือได้”
“เมื่อถึงเวลานั้น ตระกูลเฉินก็นับว่าที่มียืน อาจจะมีหวังเข้าไปอยู่ในตระกุลสิบหกนั้นได้ด้วย”
คำพูดนี้ของผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลเฉินพูดได้อย่างสวยงาม คนฟังต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยกันทั้งนั้น รู้สึกว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่เคลื่อนพลเมืองชิงชวน“”
เฉินจื่อฮั๋วเองก็เห็นด้วย แต่เห็นเฉินห้าวหราน ลูกตัวเองที่นั่งเงียบก็ถามว่า “ห้าวหราน ลูกว่าข้อเสนอแนะของผู้อาวุโสดีไหม?”
เขารู้ว่าเฉินห้าวหรานเคยไปมืองชิงชวน แต่ไม่แนะใจว่าเฉินห้าวหรานเจอกับเฉินอีไหม คำถามนี้ก็เพื่ออยากจะเตือนลูกชายฝห้เขาเป็นผู้นำ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการรักษาสถานะทายาทของครอบครัวของลูกชายเขาให้มั่นคง
แต่!
“ผมไม่เห็นด้วย เพราะผมคิดว่าตอนนี้เราควรพักฟื้น และควรร่วมมือกับเฉินอี เพราะเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ตอนนี้ศัตรูไมควรจะเป็นชิงชวนและไม่ใช่ตระกูลเฉิน แต่เป็นตระกูลโหล!”
“ตระกูลโหล? ! ”
คราวนี้ ผู้อาวุโสของตระกูลเฉินและผู้บริหารระดับสูงทุกคนตกตะลึงชั่วขณะหนึ่ง
พวกเขารู้สึกว่าพวกเขาไม่เข้าใจความหมายของเฉินห้าวหราน
ไม่คิดจะเคลื่อนพลชิงชวนเพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงให้ตระกูล
กลับอยากจะไปท้าทายตระกูลโหล?
นั่นเป็นตระกูลที่อยู่นอกหนึ่งตระกูลที่มีอำนาจมากที่สุดในภาคตะวันตกเฉียงใต้ พูดถึงรากฐานความมั่งคง ตระกูลโหลเป็นก้อนหินใหญ่ที่อยู่บนศรีษะของตระกูลเฉิน
ตระกูลเฉินในตอนนี้ แม้จะเป็นอีกสิบปีข้างหน้าและเอาเมืองชิงชวนมาอยู่ในมือได้แล้วก็ไม่น่าจะเป็นคู่ต่อสู้ของตระกูลโหลได้ด้วยซ้ำ
ตอนนี้เฉินห้าวหรานไม่คิดที่จะเข้าไปโจมตีชิงชวน กลับจะอยู่ฝ่ายตรงข้างกับตระกูลโหล สมองไหม้ไปแล้วหรือเปล่า?
คิดมาถึงตรงนี้ แต่ละคนต่างก็ใช้สายตาแปลกๆมองสำรวจเฉินห้าวหราน
เขาหรี่ตาแล้วพูดว่า “ ในเมื่อผมพูดแบบนี้แล้วก็มีเหตุผลของตัวเอง คุณลุงและคุณอาทั้งหลายและคุณตาทั้งหลาย ผมหวังว่าพวกคุณจะใช้ข้อเสนอแนะของผม ไม่อย่างนั้นตระกูลเฉินของเราจะเสียโอกาสดีๆนี้ไป”
“เฉินห้าวหราน ดูแล้วหลานยังไม่เป็นผู้ใหญ่มากพอ”
ผู้อาวุโสใหญ่เฉินพูดอย่างไม่พอใจ
เคลื่อนพลชิงชวนและโจมตีเฉินอีเป็นข้อเสนอของเขา คำพูดนี้ของเฉินห้าวหรานก็เท่ากับว่าหักหน้าเขา ผู้อาวุโสใหญ่เฉินต้องไม่พอใจแน่นอน
ผู้อาวุโสใหญ่เฉินตอนนี้ตัดสินใจจะให้เด็กคนนี้รับรู้ถึงความเก่งกาจของเขา
ตระกูลเฉินนี้ แม้จะให้เฉินห้าวหรานเข้ามาร่วมประชุมแบบนี้ แต่เขาไม่มีสิทธิ์ในการตัดสินใจ เขาลุกขึ้นพูดว่า “ ห้าวหราน หลานยังอายุน้อย ในใจมีแต่อยากจะแทนที่ตระกูลโหล จุดนี้เราต่างก็รู้กัน แต่ธุรกิจของตระกูลโหลใหญ่โต อย่าพูดถึงตระกูลเฉินในตอนนี้ของเรา แม้จะเป็นตระกูลเฉินที่เอาเมืองชิงชวนมาอยู่ในกำมือได้แล้ว อีกสิบปีข้างหน้าเราก็ไม่มีปัญญานี้ อย่างมากที่สุดก็แค่อยู่ในตำแหน่งเดียวกันกับตระกูลโหลเท่านั้น ”
“คำพูดนี้พูดที่นี่ก็พอ หากคำพูดไปถึงหูพวกเขา เขาจะต้องมีใจอยากจะฆ่าหลานแน่ ดังนั้นพูดอะไรจะต้องผ่านสมก่อนอง”
ผู้อาวุโสใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงสั่งสอน ทำให้เฉินจื่อฮั๋วไม่พอใจ
ลูกชายตัวเอง คนอื่นจะมาสั่งสอนได้ยังไง
แต่คำพูดครั้งนี้ของเฉินห้าวหรานเกินไปจริงๆ แม้แต่เฉินจื่อฮั๋วก็ไม่พอใจ รู้สึกว่าลูกชายคนนี้เป็นบ้าไปแล้ว
ดังนั้นยอมให้ผู้อาวุโสใหญ่สั่งสอนลูกชายตนนี้ก็ไม่เป็นไรมากนัก