ตอนที่ 235
บทที่ 235 ตบหน้าหกครั้ง
October 28, 2026
“ฮืม?”
“ปรมาจารย์โลกยุทธระดับแนวหน้า?”
เฉินอีขี้เกียจสนใจหลัวปินตัวตลกกระโดดโลดเต้นคนนั้น ไม่คู่ควรที่จะเอ่ยถึง
ในทางกลับกันฟู่เจี้ยนหมิงที่โดนเอ่ยถึงครั้งแล้วครั้งเล่า ถือว่าทำให้เฉินอีเริ่มสนใจขึ้นมาบ้างแล้ว
ลู่เทียนฟ่างรีบพูดกระซิบเสียงเบา “เจ้ามังกร ฟู่เจี้ยนหมิงคนนี้มีความสามารถพอตัว”
“อายุไม่ถึงสามสิบปีแต่มีพลังต่อสู้ระดับนี้ เกรงว่าแม้แต่ตระกูลลู่ของเราก็มีอัจฉริยะแบบนี้น้อยมาก”
ศิลปะการต่อสู้ ผู้คนส่วนใหญ่ใช้เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย
แต่โลกยุทธไม่เหมือนกัน
โลกยุทธไม่ได้มีไว้เพื่อการแสดง แต่มันเป็นทักษะการสังหารของจริง
เพียงแต่การฝึกวิทยายุทธค่อนข้างยากลำบาก ต้องการอยู่ในระดับที่เชี่ยวชาญอย่างน้อยก็ต้องฝึกหลายปี
แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มียอดฝีมือจอมยุทธ์ของจริง
เพียงแต่คนพวกนี้โดนสมาคมโลกยุทธควบคุม จะไม่ลงมือส่งเดช ยิ่งไปกว่านั้นตามกฎของสมาคมมีการแบ่งออกเป็นหลายระดับ
เมื่อเทียบกันแล้ว คนของตระกูลหลินและรวมไปถึงคนของตระกูลฟู่ก่อนหน้านี้ล้วนแต่เป็นพวกบ้าบิ่น
ฟู่เจี้ยนหมิงคนนี้บรรลุถึงจุดสูงสุดของระดับบ้าบิ่นอย่างไม่ต้องมีข้อสงสัย อีกเพียงแค่ก้าวเดียวก็สามารถยกย่องให้เป็นปรมาจารย์
อายุยี่สิบกว่าสามารถบรรลุถึงระดับนี้ถือว่าไม่ธรรมดา
ฟู่เหิงจือ ปรมาจารย์อันดับหนึ่งของเมืองชิงชวน
ถ้าหากไม่ได้เป็นเพราะอายุที่มากขึ้นทำให้อ่อนแอลง ฉายาปรมาจารย์อันดับหนึ่งก็คงไม่ตกไปอยู่ในมือของท่านรองฟู่
ไม่มีเหตุผลอื่น เพียงเพราะฟู่เหิงจือฝึกฝนวิชาหมัดมวยแขนงหนึ่งจนถึงระดับขีดสุดตั้งแต่อายุยังเยาว์วัย ส่วนท่านรองฟู่กลับด้อยกว่าหนึ่งระดับ
แต่ตอนที่ฟู่เหิงจือบรรลุถึงระดับนี้ในตอนที่อายุสามสิบกว่าใก้ลสี่สิบ เวลาสิบปีในการกวาดต้อนไปทั่วเมืองชิงชวน ตั้งแต่เริ่มจนจบไม่สามารถก้าวหน้าไปในระดับที่สูงกว่า เพราะเหตุนี้จึงอายุมากขึ้นทำให้อ่อนแอลง พละกำลังถดถอย
ดังนั้น ฟู่เจี้ยนหมิงจึงสามารถติดหนึ่งในสิบอันดับแรกบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดของภาคเหนือก่อนที่อายุจะถึงสามสิบ แม้จะอยู่แค่ปลายแถว แต่ในอนาคตก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นปรมาจารย์โลกยุทธของภาคเหนือ
ปรมาจารย์โลกยุทธคนหนึ่งของภาคเหนือเพียงพอที่จะสยบทั่วทั้งดินแดนตะวันออกเฉียงใต้ เหตุผลเพียงเพราะศิลปะการต่อสู้ของตะวันออกเฉียงใต้ไปจนทั่วทั้งภาคใต้ด้อยกว่าภาคเหนือ
หรือแม้กระทั่งนำรัฐหนานเยว่สถานที่ที่มีระดับศิลปะการต่อสู้ค่อนข้างสูง กลับมีไม่กี่คนที่เป็นคนหนุ่มสาวระดับร้อยอันดับมาสเตอร์แห่งภาคเหนือ ยอดฝีมือส่วนใหญ่ล้วนแต่มีอายุมากทั้งนั้น อย่างเช่นลู่เทียนฟ่างมีอายุสี่สิบกว่า เรียกได้ว่ามาถึงครึ่งทางของวัยกลางคนแล้ว
ในหมู่ของคนรุ่นใหม่ รัฐหนานเยว่คงไม่มีแม้แต่คนเดียวที่สามารถเทียบกับยอดฝีมือสิบอันดับคนรุ่นใหม่เมืองเล็กๆของภาคเหนือ หรือแม้กระทั่งไม่สามารถเทียบกับห้าสิบอันดับแรกด้วยซ้ำ
ดังนั้นฟู่กั๋วถึงกล้าทำตัวหยิ่งยโสมากขนาดนี้ ต้องบอกก่อนในภาคเหนือ แม้ว่าฟู่กั๋วจะหยิ่งยโส แต่กลับไม่กล้าทำตัวอวดดีต่อหน้าตระกูลใหญ่พวกนั้น ในตระกูลของพวกเขาก็มียอดฝีมือรุ่นใหม่ไม่น้อย
ถึงขั้นสามารถพูดได้ว่าในภาคเหนือ คนที่สามารถติดอันดับเมืองใดเมืองหนึ่งของร้อยมาสเตอร์แห่งภาคเหนือตอนอายุสามสิบกว่าถือว่าอยู่ในเกณฑ์ต่ำ ต้องบรรลุระดับรัฐก่อนอายุยี่สิบเท่านั้นถึงจะอยู่ในเกณฑ์ของอัจฉริยะ
โชคดีที่นี่ไม่ใช่ภาคเหนือ ที่นี่คือภาคตะวันออกเฉียงใต้ ที่นี่เป็นดินแดนแห่งเมืองเถื่อน ฟู่กั๋วย่อมสามารถทำตัวอวดดีได้ตามใจชอบ และถึงขั้นคิดในอนาคตจะอยู่ในเขตชายแดนทางใต้อย่างสบายใจ
คนของเยว่เกาหรวนสามตระกูลก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย ตอนนี้พวกเขาแค่ได้ยินชื่อของฟู่เจี้ยนหมิงก็รู้สึกปวดหัวแล้ว
แต่เฉินอีไม่สนใจ
เกรงว่าแม้ปรมาจารย์โลกยุทธของภาคเหนือมาด้วยตัวเองเขาก็ไม่รู้สึกกังวลแม้แต่นิดเดียว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเด็กรุ่นหลังตีกันแบบนี้ ไม่ต่างอะไรกับการจะเล่นของเด็ก
“ดื่มเหล้าต่อ”
เฉินอีไม่ยอมปล่อยให้บรรยากาศถูกทำลาย เขาบอกให้ทุกคนดื่มเหล้าต่อไม่เมาไม่เลิก
ฟู่กั๋วโกรธจนถึงขีดสุดแล้ว
“เพี๊ยะ!”
เขาตบโต๊ะในก้าวออกไปข้างหน้า เดินตรงเข้าไปหาโต๊ะของเฉินอีด้วยความโกรธ
แต่ไม่มีใครสนใจเขา
หรือแม้กระทั่งผู้นำของเยว่เกาหรวนทั้งสามตระกูล ก็ติดอยู่กับความคิดที่ไม่อยากสร้างความไม่พอใจให้เฉินอีจำเป็นต้องมีปัญหากับฟู่กั๋ว เพราะแบบนี้จึงไม่สนใจเขาเหมือนกัน
ส่วนคนอื่นเดิมทีก็ไม่อยากสนใจเขาอยู่แล้ว
คนบ้ามาจากที่ไหนก็ไม่รู้ ในเมื่อคนอื่นไม่สนใจคุณก็ไสหัวไปที่อื่น มารบกวนการดื่มเหล้าของพวกเขาแบบนี้หมายความว่ายังไง
“ฟู่กั๋ว ฉันไม่ลงมือกับแกไม่ใช่ว่าฉันไม่กล้า แกอย่าบีบบังคับฉัน!”
แววตาของลู่เทียนฟ่างเย็นชาลง
คืนนี้เป็นพิธีเปิดกองทุนมูลนิธิโตว่โนว่ ยิ่งไปกว่านั้นนายหญิงและนายน้อยทั้งสองก็อยู่ที่นี่ ลู่เทียนฟ่างย่อมไม่อยากให้งานแบบนี้ต้องนองเลือด
แต่ฟู่กั๋วกลับไม่กลัว
“แกกล้าแตะต้องฉันก็ลองดู?”
ถ้าพูดถึงศิลปะการต่อสู้ มีฟู่กั๋วสิบคนก็ไม่กล้ายุ่งกับลู่เทียนฟ่าง