ตอนที่ 234
บทที่ 234 หลานชายของฉันคือฟู่เจี้ยนหมิง
October 28, 2026
ฟู่กั๋วในตอนนี้รู้สึกกระอักกระอ่วนมาก
ที่ผ่านมาเขาใช้ชื่อในฐานะที่เป็นผู้อาวุโสของหลานชายตัวเอง ไม่ว่าจะไปที่ไหนทุกคนก็ต้องยำเกรง
ครั้งนี้เดินทางมารัฐหนานเยว่ได้เจอกับหลัวปิน แม้แต่คุณชายใหญ่ของตระกูลอันดับหนึ่งแห่งรัฐหนานเยว่คนนี้ก็เกรงใจและให้เกียรติเขาจนถึงขีดสุด ถึงขั้นพูดได้ว่าประจบสอพลอ
เดิมทีคิดว่าทุกคนจะเหมือนกับหลัวปิน
แต่ปรากฏว่าทุกอย่างกลับตาลปัตร
“เฮียฟู่ คนพวกนี้แหละ คุณดูพวกเขาแต่ละคน พวกเขาไม่เห็นตระกูลฟู่ของหน่วยยุทธอย่างพวกคุณอยู่ในสายตาเลยสักนิด!”
มันคือเรื่องจริง
บนโลกใบนี้คนบางคนไม่มีความสามารถที่แท้จริง
แต่ความสามารถในการหว่านล้อมกลับยอดเยี่ยมมาก
หลัวปินก็เป็นคนประเภทนี้ ทันทีที่เขาพูด สามารถสวมเขาให้กับเฉินอีและคนอื่นทันที
แม้พวกเขาจะไม่ใส่ใจฟู่กั๋ว แต่ก็ไม่เคยพูดว่าไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตา เห็นได้ชัดว่าหลัวปินต้องการทำให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่
“หลัวปิน แกนี่มันไม่ยอมจบจริงๆใช่ไหม!”
พยักฆ์แห่งตระกูลลู่ลุกขึ้นจ้องหลัวปินด้วยความโกรธอย่างกะทะหัน
ลู่เทียนฟ่างไม่เคยเห็นคนที่หน้าด้านไร้ยางอายมากขนาดนี้มาก่อน
ทั้งๆที่พวกเขาไม่สนใจหลัวปิน แต่ปรากฎว่าหลัวปินกลับพยายามทำให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่ครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตา
ลู่เทียนฟ่างโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แค่อยากจะตัดหัวของหลัวปินลงมาเดียวนี้ จะได้ดูว่าข้างในหัวของเขามีขยะอะไรบ้างซ่อนอยู่
ในขณะเดียวกัน หลัวปินกลับไม่รู้ร้อนรู้หนาว
ถ้าหากเป็นก่อนหน้านี้เขายังรู้สึกหวั่นเกรงลู่เทียนฟ่างมาก ไม่กล้าพูดจาสามหาวต่อหน้า
แต่ทันทีที่ฟู่กั๋วมาถึง เขายิ่งอยู่ก็ยิ่งได้ใจมากขึ้น
“ลู่เทียนฟ่าง ผมขอแนะนำให้แกถ่อมตนหน่อยจะดีกว่า คนที่อยู่ตรงหน้าคนนี้เป็นถึงลุงของอัจฉริยะของตระกูลฟู่ ถ้าคุณสร้างความไม่พอใจให้กับเขา ก็เท่ากับสร้างความไม่พอใจให้กับอัจฉริยะของตระกูลฟู่ ผมคิดว่าผลที่ตามมาร้ายแรงแค่ไหนคุณเองก็น่าจะรู้ดี”
“แก!”
ลู่เทียนฟ่างรู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก เขาคิดจะลงมือแต่โดนหัวหน้าตระกูลของเยว่เกาหรวนสามตระกูลห้ามเอาไว้
“ลู่เทียนฟ่าง ลงมือไม่ได้เด็ดขาด เขาเป็นถึงลุงของฟู่เจี้ยนหมิง!”
“ถูกต้อง คณะตัวแทนของหน่วยยุทธเดินทางมาถึงแดนใต้ ทำให้เกิดเหตุการณ์มากมาย ถ้าหากยังคิดจะไปยุ่งกับเขา ภัยพิบัติครั้งต่อไปคงจะต้องมาตกที่รัฐเยว่หนานของพวกเราแน่”
“คณะตัวแทนของหน่วยยุทธ กวาดต้อนไปทั่วทั้งเจ็ดรัฐของตะวันตกเฉียงใต้ ตอนนี้มาเยือนตะวันออกเฉียงใต้ เกรงว่าคงมาเพราะต้องการสยบทั้งเก้ารัฐของตะวันออกเฉียงใต้ ถ้าหากก่อเรื่องที่ไม่จำเป็นก็เท่ากับเป็นไปตามเจตนาของหน่วยยุทธแห่งภาคเหนือ”
หัวหน้าตระกูลของทั้งสามตระกูลพูดติดต่อกันเป็นชุด
เฉินอีที่ได้ยินรู้สึกอึ้งเล็กน้อย
เขามองไปทางมังกรเขียวแวบหนึ่ง มังกรเขียวส่ายหัวบ่งบอกว่าไม่รู้เรื่องนี้
หลังจากนั้นมองไปทางลู่เทียนฟ่าง
วินาทีนี้สีหน้าของพยัคฆ์แห่งตระกูลหลู่คนนี้เคร่งขรึมจนถึงขีดสุด แต่สุดท้ายก็พูดอะไรไม่ออก
มันเป็นความอับอายที่ไม่สบอารมณ์จนไม่กล้าพูดอะไรสักคำ
สุดท้ายหัวหน้าตระกูลของตระกูลเยว่เป็นคนพูด
“หน่วยยุทธแห่งภาคเหนือเป็นองค์กรที่ก่อตั้งโดยกึ่งรัฐกึ่งเอกชน”
“โดยเน้นศิลปะการต่อสู้เป็นหลัก ในนั้นมีสำนักศิลปะการต่อสู้ สมาคม ผู้สืบทอดของภาคเหนือไม่น้อย”
“หลังจากเวลายี่สิบปีได้ก่อตัวขึ้นเป็นห่วงโซ่ที่มีอิทธิพลขนาดใหญ่”
“และเมื่อหนึ่งปีก่อน หัวหน้าคนใหม่ของหน่วยยุทธเข้ารับตำแหน่ง เขาต้องการให้โลกยุทธทั่วประเทศทั่วดินแดนมาเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของหน่วยยุทธ ดังนั้นก็เลยเกิดเรื่องของตะวันตกเฉียงใต้”
“เอาชนะสถานฝึกวิทยายุทธ สำนักผู้สืบทอดของตะวันตกเฉียงใต้รวมแล้วกว่าสี่สิบเก่าแห่ง และในศึกสำคัญครั้งหนึ่งสามารถเอาชนะยอดฝีมืออันดับหนึ่งคนรุ่นใหม่ของตะวันตกเฉียงใต้ ปัจจุบันมีความน่าเกรงขามอย่างมาก พวกเขาเดินทางมาตะวันออกเฉียงใต้ของเราก็เพราะหวังสยบตะวันออกเฉียงใต้ให้เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของพวกเขา ”
“และก่อนหน้านี้ โลกยุทธของเมืองหู้พ่ายแพ้ คนรุ่นใหม่นับไม่ถ้วนพ่ายแพ้ในมือของหน่วยยุทธ หลายวันก่อนมาถึงรัฐเยว่หนาน กลับโดนหัวหน้าตระกูลลู่เทียนฟ่างพยัคฆ์แห่งตระกูลลู่ต้านเอาไว้ด้วยกำลังของตัวเอง พยายามไม่รับคำท้าของพวกเขา”
หลังจากได้ยินผู้นำตระกูลเยว่พูดแบบนี้ เฉินอีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“ทำไมพวกคุณถึงไม่รับคำท้า?”