ตอนที่ 237
บทที่ 237 คำพูดกำชับของเฉินอี
October 28, 2026
คำพูดของมังกรสิบเอ็ดทำให้ผู้นำตระกูลทั้งสามพูดอะไรไม่ออกทันที
พวกเขาเคยได้ยินเรื่องนี้มาบ้างเหมือนกัน
แต่ใช้แรงเพียงหนึ่งในร้อย มันจะเวอร์เกินไปหรือเปล่า
แต่แค่นี้ก็เพียงพอที่จะยืนยันว่าเขาเป็นคนที่ร้ายกาจมาก
ในชื่อของคนทั้งสี่
มังกรสิบเอ็ด เห็นได้ชัดว่าอยู่อันดับสิบเอ็ด
มังกรหนึ่งและมังกรเก้าน่าจะร้ายกาจกว่า ส่วนมังกรเขียวดูเหมือนจะเป็นผู้บังคับบัญชาของพวกเขา
“มังกรเขียว มังกรหนึ่ง มังกรเก้า มังกรสิบเอ็ด เคยลงมือกันหมดแล้ว อย่างน้อยก็สร้างชื่อเสียงไว้ในเมืองชิงชวน แม้แต่ท่านรองฟู่ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา นี่แหละที่เรียกว่าปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้ที่แท้จริง”
“แต่ว่าเฉินอีก็คงไม่ใช่ยอดฝีมืออีกคนหรอกมั้ง! ยอดฝีมือทั้งหมดห้าคน ยังต้องมีกวนจื่อโยวอีกคนเหรอ? ยิ่งไปกว่านั้นล้วนแต่เป็นคนที่อายุไม่เกินสามสิบ คนที่มีอายุมากที่สุดก็มังกรเขียวและมังกรหนึ่งที่เพิ่งจะอายุสามสิบ ”
“อายุสามสิบปีสามารถบรรลุร้อยอันดับมาสเตอร์เมืองใดเมืองหนึ่งแห่งภาคเหนือ อายุสามสิบต้นๆเพิ่มพูนความแข็งแกร่ง เพียงพอที่จะได้รับฉายาอัจฉริยะ ส่วนเฉินอีและกวนจื่อโยวอายุยังไม่ถึงสามสิบปีเลยด้วยซ้ำ!”
มีผู้คนไม่น้อยที่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ
พวกเขาพบว่ามุมมองทัศนคติของตัวเองราวกับพังทลาย
แผ่นดินตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากรัฐเจียงหนาน รัฐตงหนาน ยังมีสถานที่อื่นที่สามารถให้กำเนิดปรมาจารย์โลกยุทธที่วัยเยาว์แบบนี้อีกเหรอ?
ตัวเองว่าแม้แต่ในตระกูลหลัวก็คงจะไม่มีหรอกมั้ง
มีเพียงผู้นั้นของตระกูลลู่ บางทีอาจจะเป็นไปได้ แต่นั่นเป็นถึงลูกชายของพยัคฆ์แห่งตระกูลลู่ เดิมทีก็มีพรสวรรค์ที่เหนือคนอื่น บวกกับเป็นผู้สืบทอดของปรมาจารย์ผู้สันโดษ อาศัยทรัพยากรของตระกูลใหญ่อย่างตระกูลลู่จึงสามารถก้าวหน้าได้ถึงระดับนี้!
นักรบที่ดุดันพวกนี้โผล่ออกมาจากไหน!
“ดื่มเหล้ากันต่อเถอะ คนพวกนั้นปล่อยให้จื่อโยวจัดการคนเดียวก็พอ”
เฉินอีขี้เกียจเสียเวลากับผลลัพธ์ที่รู้อยู่แล้วแบบนี้ เขาบอกให้ทุกคนดื่มเหล้ากันต่อ ส่วนตัวเองกลับอุ้มโตว่โตว่โนว่โนว่องค์หญิงน้อยทั้งสองคนขึ้นมา จับมือของภรรยาฉินปิงหลันแล้วเริ่มพูดคุยกัน
แม้แต่ฉินปิงหลัน วินาทีนี้ก็ไม่ได้ดูกังวลเลยแม้แต่นิดเดียว
เธอไม่เข้าใจอะไรคือความแข็งแกร่ง
เอาเป็นว่าเธอรู้ว่าเมื่อไหร่ที่เฉินอีและคนพวกนี้ลงมือ รวมไปถึงคุณชายใหญ่ของตระกูลกวงคนนั้นล้วนแต่ร้ายกาจมาก สู้หนึ่งต่อสิบไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน
คนของหน่วยยุทธอะไรพวกนั้นดูแล้วก็ร้ายกาจมาก แต่นั่นก็แค่ภายนอกเท่านั้น
ถ้าดูเฉพาะภายนอก ก็ดูเหมือนไม่ต่างอะไรกับบอดี้การ์ดที่ฉินหวยจือหามาเพื่อคุ้มเท่าไหร่หรอกมั้ง
ถ้าหากฉินหวยจือรู้ความคิดของฉินปิงหลัน เกรงว่าคงต้องกระอักเลือดตายแน่นอน
บอดี้การ์ดที่เขาจ้างมาคุ้มกันพวกนั้น สามารถบรรลุถึงระดับที่แข็งแกร่งก็ถือว่าไม่เลวแล้ว ทุกคนส่วนใหญ่พึ่งพาบ่าทั้งสองข้างตัวเองทั้งนั้น
ล้วนแต่เป็นพวกบ้าบิ่น
เมื่อเทียบกับอัจฉริยะของหน่วยยุทธพวกนี้ ความแตกต่างก็เหมือนกับจอมยุทธพเนจรและนักรบพิเศษ
และอาจจะมีความแตกต่างมากกว่านั้น!
“ขากลับคุณก็สามารถลองรับช่วงต่อธุรกิจของกองทุนมูลนิธิ ทางด้านชิงชวยมีเจ้าวัง ขากลับรอทางนี้มั่นคง ผมค่อยส่งพวกเขากลับไป มีพวกเขาคอยสนับสนุน คุณน่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว”
“หลังจากนั้นคุณก็สามารถค่อยๆเริ่มดูแลทางรัฐหนานเยว่”
“แน่นอนการเรียนรู้ของคุณก็ต้องเร็วด้วย ยังไงเรื่องของทางรัฐหนานเยว่ก็จะได้ผลลัทธ์ในอีกไม่ช้า ก้าวต่อไปก็คือรัฐเจียงหนาน รัฐตงหนาน รอให้สามารถควบคุมทั้งสองแห่ง ก็ถือว่าสามารถควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของตะวันออกเฉียงใต้ ได้คุณก็ต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมทั่วทางตะวันออกเฉียงใต้”
เฉินอีวางแผนทุกอย่างให้ฉินปิงหลันล่วงหน้าแล้ว
เมืองชิงชวนมีเจ้าวัง บวกกับถึงเวลามังกรใหญ่และกวนจื่อโยวที่กลับไป ทั้งสามคนก็เพียงพอที่จะควบคุมสถานการณ์ในเมืองชิงชวน
ทางนี้มีเฉินห้าวหรานและลู่เทียนฟ่าง ชั่วขณะถือว่าไม่มีปัญหา
แต่เมื่อไหร่ที่ตลาดขยายไปทั่วทั้งแผ่นดินตะวันออกเฉียงใต้ เบื้องบนก็จำเป็นต้องมีหางเสือคอยควบคุม เฉินอีไม่มีทางตำแหน่งนี้อยู่แล้ว อย่างมากก็แค่รับตำแหน่งนี้ชั่วคราว ยิ่งไปกว่านั้นโดยพื้นฐานแล้วมีมังกรเขียวคอยรับผิดชอบ แต่ในอนาคตเขาจะเดินทัพเข้าไปในภาคเหนือพร้อมกับมังกรเขียว มุ่งหน้าสู่เมืองจิง
ในเวลานั้นก็อาจจะเจอกับอุปสรรคที่ยากลำบากไม่น้อย