ตอนที่ 238
บทที่ 238 ผมก็เป็นยอดฝีมือเหมือนกัน
October 28, 2026
ตอนนี้ ปรมาจารย์รุ่นใหม่ของหน่วยยุทธทุกคนกำลังจ้องกวนจื่อโยวด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง
ในแววตาเต็มไปด้วยความกังวล
โดยเฉพาะฟู่เจี้ยนหมิง
เขารู้สึกเหมือนตัวเองโชคดีอย่างกะทันหัน โชคดีที่เรียกศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งหลายตามมาด้วย ไม่อย่างนั้นถ้าเขามาคนเดียว ไม่โดนหมอนี่กระทืบตายเหรอ
และก็เพราะเพิ่งพาศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งหลาย เขาถึงมีความกล้าแบบนี้
“ไอ้เด็กเมื่อวานซืน ผมได้ยินมาว่าแกเป็นคนของตระกูลกวนแห่งชิงชวน เรียกผู้ใหญ่ของตระกูลคุณมา กำหนดวันที่จะสู้ ถึงเวลาจะจัดการเมืองชิงชวนของพวกคุณก่อนเลย!”
“อาศัยคนอย่างแก?”
กวนจื่อโยวยิ้มอย่างดูถูก
คนแบบนี้ไม่พอให้เขากระทืบ
ฟู่เจี้ยนหมิงรีบส่ายหัวทันที เขาพูด “คุณแข็งแกร่งมาก ถึงจะเผชิญหน้ากับปรมาจารย์ผู้อาวุโสก็ใช่ว่าจะแพ้แน่นอน ผมย่อมไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของคุณ”
“ถึงเวลาผมจะเชิญศิษย์พี่ใหญ่มาสู้กับคุณ เขาเองก็มีความแข็งแกร่งระดับปรมาจารย์ผู้อาวุโส แบบนี้ถึงจะเรียกว่าสง่าผ่าเผย!”
“ถุ้ย!”
ลู่เทียนฟ่างที่ได้ยิน หัวเราะแล้วพูดอย่างเย็นชาทันที “สง่าผ่าเผย?”
“น่าขำสิ้นดี!”
“ตอนที่พวกแกท้าสู้กับรัฐใกล้เคียง ทำไมถึงไม่พูดเรื่องของความสง่าผ่าเผย?”
“อาศัยที่มีทรัพยากรและวิทยายุทธที่ได้เปรียบ ยิ่งไปกว่านั้นยังจัดสิบอันดับปรมาจารย์อะไรนั่นไปสู้กับคนหนุ่มสาวที่ยังไม่ถึงระดับร้อยอันดับมาสเตอร์แห่งภาคเหนือ ชนะแล้วยังทำตัวหยิ่งยโสหาว่าคนของตะวันออกเฉียงใต้ไร้ความสามารถ”
“ตอนนี้พอเจอเข้ากับของแข็ง ก็ต้องการคำว่าสง่าผ่าเผย มันน่าขำสิ้นดี!”
ลู่เทียนฟ่างคนนี้เป็นคนอารมณ์ร้อนมาโดยตลอด
ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่ชอบพวกคนประเภทที่ปากพูดถึงความยุติธรรม ไปอันที่จริงแล้วตัวเองกลับทำตัวลับๆล่อๆเหมือนปีศาจจิ้งจอก
คนของหน่วยยุทธพวกนี้ ที่ผ่านมาล้วนแต่ใช้มาตรฐานที่สูงกว่าข่มเหงอัจฉริยะของที่อื่น
นี่ยังไม่ต้องพูดถึงรัฐที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง
เฉพาะเขตตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ ก็ใช่ว่าจะไม่มีคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ที่สามารถบรรลุระดับร้อยอันดับมาสเตอร์แห่งภาคเหนือ แต่ปรากฏว่าคนพวกนี้ใช้คนที่มีระดับที่สูงกว่ามาข่มเหง ถ้าหากไม่ได้เป็นเพราะหน่วยยุทธแห่งภาคเหนือมีทรัพยากรมาก ผู้คนที่มีความสามารถส่วนใหญ่ล้วนแต่อยู่ในมือของพวกเขา
ใช้คนที่มีความสามารถสูงมาสู้กับคนที่มีความสามารถด้อยกว่า แบบนี้เรียกว่าสง่าผ่าเผยเหรอ?
“ลุงลู่ไม่จำเป็นต้องโกรธ ที่พวกเขาพูดมามีเหตุผลมาก”
เฉินอีพูดขึ้นอย่างกะทันหัน ดึงดูดสายตาที่ไม่พอใจของผู้คนไม่น้อย
โดยเฉพาะคนของเยว่เกาหรวนสามตระกูล สายตาของแต่ละคนดูแตกต่างกันออกไป แสดงความไม่พอใจเล็กน้อยต่อเฉินอี
ลู่เทียนฟ่างอุตส่าห์พูดแทนเมืองชิงชวนของพวกเขา แต่ปรากฏคนที่ถูกเรียกว่าเจ้าพ่อเฉินคนนี้ ไม่เพียงไม่ช่วย ในทางกลับกันยังบอกว่าหน่วยยุทธแห่งภาคเหนือมีเหตุผล
“เจ้าพ่อเฉิน ผมได้ยินมาว่าตัวแทนของหน่วยยุทธที่มา หนึ่งในนั้นมีศิษย์พี่ใหญ่คนหนึ่งที่ก้าวเข้าสู่มาตรฐานของสิบอันดับยอดฝีมือแห่งภาคเหนือ เมื่อไหร่ที่เผชิญหน้าด้วย ไม่ใช่เรื่องดีอะไรอย่างแน่นอน”
หัวหน้าตระกูลเยว่พูดเตือน เขากังวลเฉินอีจะเป็นคนประเภทเย่อหยิ่งทะนงตน จนทำผิดพลาดโดยการประเมินศัตรูต่ำเกินไป
แต่เฉินอีกลับส่ายหัวเล็กน้อย
“ก็แค่ร้อยอันดับมาสเตอร์แห่งภาคเหนือ ยังไม่พอที่ผมต้องให้ความสนใจ ในเมื่อพวกคุณต้องการนัดหมายการต่อสู้ งั้นก็นัดเลย แล้วก็พวกคุณยังมียอดฝีมืออะไรก็เรียกมาให้หมด ถึงเวลาทางฝั่งของเราก็จะส่งคู่ต่อสู้ที่เพียงพอไปเผชิญหน้ากับพวกคุณ”
“เมื่อไหร่ที่พ่ายแพ้ก็สายหัวกลับภาคเหนือ อย่ามาทวีปตะวันออกเฉียงใต้อีก ไม่ อย่ามาหาเรื่องดินแดนใต้อีก!”
น้ำเสียงของเฉินอีราวกับจักรพรรดิ พลังแบบนั้นมันแพร่ระบาดไปถึงทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ชั่วขณะมีคนไม่น้อยที่รู้สึกมั่นใจมากขึ้น
แต่เมื่อนึกถึงศิษย์พี่ใหญ่คนนั้นเป็นถึงยอดฝีมือคนหนึ่งในสิบยอดฝีมือแห่งภาคเหนือ สีหน้าของคนทั้งกลุ่มมืดมนลงทันที