ตอนที่ 239
บทที่ 239 ลู่เลว่จือผู้ไม่รู้อะไรเลย
October 28, 2026
ภายในใจของลู่เทียนฟ่างรู้สึกละอายใจ
แต่เฉินอีกลับโบกมือ
“คุณเองก็ไม่จำเป็นต้องมาทำทีเกรงใจกับผม พวกตระกูลใหญ่ของรัฐเจียงหนาน โดยเฉพาะสามตระกูลใหญ่ เกรงว่าคงจะควบคุมวิชาศิลปะการต่อสู้ไว้ในมืออย่างแน่นหนา ส่วนเรื่องของทรัพยากรก็มีมหาศาล”
“รัฐหนานเยว่ถึงจะเป็นรัฐใหญ่ แต่ทุกอย่างก็อยู่ในการควบคุมของตระกูลหลัว ในตระกูลของพวกเขาต้องมียอดฝีมือรุ่นใหม่ที่อยู่ในระดับขั้นเริ่มต้นร้อยอันดับมาสเตอร์แห่งภาคเหนือแน่นอน แต่พวกเขากลับไม่ยอมออกมาเผชิญศึก แต่ให้ตระกูลลู่ที่เป็นตระกูลใหญ่อันดับสองอย่างพวกคุณออกหน้า เห็นได้ชัดว่ามีแผนอยู่ในใจแล้ว”
เฉินอีมองเรื่องนี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
ตระกูลหลัว เกรงว่ามีการตัดสินใจไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ไม่แน่อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับหน่วยยุทธแห่งภาคเหนือก็ได้
อย่างไรก็ตามแม้แต่ตระกูลหลัวจะมีอิทธิพล แต่กลับมีก้อนหินใหญ่อย่างตระกูลลู่ขวางทาง ขอเพียงแค่ยังมีตระกูลลู่หนึ่งวัน ตระกูลหลัวก็ไม่มีทางครอบครองทั่วทั้งรัฐเยว่หนานเหมือนที่จิตใจพวกเขาทะเยอทะยาน
ตระกูลหลัวไม่ตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าต้องการอาศัยกำลังของหน่วยยุทธมาบั่นทอนกำลังของตระกูลลู่ โจมตีตระกูลลู่จนได้รับผลกระทบ เมื่อเป็นแบบนี้ตระกูลหลัวถึงจะสามารถบรรลุเป้าหมายครอบครองรัฐเยว่หนานได้ง่ายขึ้น
มีแผนซ่อนเร้น!
ลู่เทียนฟ่างย่อมคิดถึงจุดนี้ เขากลับยิ้มอย่างช่วยไม่ได้แล้วพูด “มีเหรอที่ผมจะไม่รู้ความคิดของคนตระกูลหลัว แค่ดูจากความสัมพันธ์ของหลัวปินและฟู่กั๋ว พวกเขาไม่เห็นความต้องการของรัฐเยว่หนานที่ต้องการต่อต้านหน่วยยุทธของภาคเหนือเราอยู่ในสายตา”
“เพียงแต่ตระกูลหลัวก็ไม่ได้ลงมือ ส่วนหลัวปินก็เป็นแค่ลูกเศรษฐีเอาแต่ใจที่อายุมากแล้วคนหนึ่ง ถึงพวกเราจะพูดไป ตระกูลหลัวก็จะบอกว่านี่เป็นเรื่องของหลัวปินคนเดียว ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลหลัว ในทางกลับกันตระกูลลู่ของผมก็จะโดนหาว่ากล่าวหาใส่ร้ายผู้อื่น”
“รู้ก็ดีแล้ว”
เฉินอีพยักหน้าเล็กน้อย เขาโบกมืออย่างไม่ใส่ใจแล้วพูด “ก็แค่ตัวตลกกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ผมจะไม่ใจอ่อนกับพวกเขาอย่างแน่นอน”
“ยิ่งไปกว่านั้น ความตั้งใจเดิมของผมก็คือเดินทัพเข้าสู่ภาคเหนือ ในเมื่อพวกเขามาแล้ว งั้นพวกเราไม่สู้เอาให้เต็มที่ไปเลย”
“เจ้ามังกร!”
“วางใจเถอะ ผมเข้าใจความหมายของคุณ คุณไม่อยากให้ผมลงมือใช่หรือเปล่า”
“เป็นอย่างที่พูด เจ้ามังกรเป็นหางเสือของสำนักมังกรลับ คนที่สามารถต่อสู้กับเจ้ามังกร มีเพียงบุคคลที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลก ก็แค่พวกตัวตลกกลุ่มหนึ่งไม่คู่ควรที่จะให้เจ้ามังกรต้องลงมือด้วยตัวเอง”
“แม้แต่มังกรเขียวก็ไม่ต้องลงมือ หรือไม่ให้ไอ้เด็กเมื่อวานซืนกวนจื่อโยวและลูกสุนัขของผมรับมือ!”
ลู่เทียนฟ่างย่อมรู้อยู่แล้ว เมื่อไหร่ที่เฉินอี มังกรเขียว และรวมไปถึงองครักษ์มังกรทั้งหลายลงมือ การจัดการกับพวกคนที่ถูกเรียกว่าอัจฉริยะแห่งภาคเหนือมันเป็นเรื่องที่ง่ายมาก
แต่สถานะของทั้งสองฝ่ายแตกต่างกัน กลุ่มคนที่ถูกเรียกว่าอัจฉริยะแห่งภาคเหนือคู่ควรที่จะให้พวกเฉินอีลงมือด้วยเหรอ แบบนี้ไม่เท่ากับทำให้สถานะของตัวเองเป็นมลทินเหรอ
“ลูกชายของคุณ เหอะเหอะ ก่อนหน้านี้ผมก็ได้ยินพวกคุณเอ่ยถึงเขาอยู่หลายครั้ง ถึงเวลาให้เขามาพบผม ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่ามาตรฐานของปรมาจารย์ตะวันออกเฉียงใต้ที่อยู่ในป่าเขาพวกนั้นเป็นยังไง”
“ขอบคุณเจ้ามังกร!”
ลู่เทียนฟ่างแสดงสีหน้าที่ดีใจออกมาทันที
อยากเห็นน้ำเสียงของเฉินอีพูดเกรงใจมาก อันที่จริงเขาอยากเห็นความสามารถของลูกชายลู่เทียนฟ่าง ไม่แน่ถ้าหากถูกใจอาจจะได้รับการชี้แนะ
ต้องบอกก่อน การที่เป็นถึงเจ้ามังกร เรื่องวิทยายุทธไม่จำเป็นต้องพูดถึง และเจ้ามังกรคนนี้อาจถึงขั้นที่ไม่มีใครสามารถเทียบ เป็นยอดฝีมือที่แท้จริง
เป็นผู้แข็งแกร่งที่แท้จริง!
โดยเฉพาะเฉินอีแตกต่างจากปรมาจารย์ผู้สันโดษที่ไม่ยุ่งกับทางโลกพวกนั้น ความแข็งแกร่งของเฉินไม่เพียงบรรลุถึงขั้นนี้ได้จากกันฝึกฝน สิ่งที่มากกว่านั้นคือได้มาจากการเข่นฆ่า คนแบบนี้ย่อมเหมาะสมที่จะเป็นคนชี้แนะให้กับลูกชายของเขามากที่สุด
นี่เป็นถึงบุญวาสนาสามชั่วโคตรของตระกูลลู่!
เพียงแต่!
ทันทีที่เขากลับถึงบ้านก็เจอกับลูกชายของตัวเอง หลังจากที่เอ่ยถึงเรื่องนี้ก็ต้องระเบิดอารมณ์ออกมาทันที
“ผมปฏิเสธ”
“ทำไมแกถึงปฏิเสธ!”
ลู่เทียนฟ่างจ้องลูกชายเพียงคนเดียวที่เพิ่งเร่งเดินทางกลับมาจากเทียนหนานแล้วถาม