ตอนที่ 271
บทที่ 271 หนีไปแล้ว
October 28, 2026
ไป๋หรงตั้งใจแน่วแน่ว่าจะบดขยี้เฉินอีและคนอื่นๆ แต่เฉินอีกับคนอื่นๆกลับสีหน้าไม่เปลี่ยน ในทางกลับกันยังเต็มไปด้วยความชั่วร้าย
ซึ่งทำให้ไป๋หรงเดือดดาลเป็นอย่างมาก เขาจ้องมองไปที่เฉินอีและคนอื่นๆ แล้วตะคอกด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า“หน่วยยุทธ์ รีบคุกเข่าเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
ในมุมมองของเขา ถึงจะมีเบื้องหลังใหญ่โตแค่ไหน แต่มาวันนี้แก๊งต่างประเทศ และแก๊งในประเทศ ยักษ์ใหญ่ทั้งสองได้รวมตัวกัน แม้ว่าจะมีผู้มีอิทธิพลมาถึงที่พวกเขาก็ต้องก้มลงหมอบกราบขอชีวิตอยู่ดี
แต่สิ่งที่น่าเสียดายก็คือ ไม่มีใครมองเขาตรงๆแม้แต่คนเดียว เจ้าดำและคนอื่นๆมองเขาด้วยความสนใจ ราวกับหมาป่าที่หิวโหย จ้องเหล่าตัวแทนหน่วยยุทธ์ด้วยดวงตาที่เป็นประกาย
ตัวแทนหน่วยยุทธ์“???”
พวกเขาไม่เข้าใจจริงๆว่า คนพวกนี้เห็นพวกเขา ไม่มีความหวาดกลัว และไม่มีความเคารพแม้แต่น้อย ในทางกลับกันยังเหมือนผู้ชายเห็นสาวสวย อีกทั้งยังเป็นสายตาลวนลาม ที่ทำให้คนรู้สึกกลัวมากๆ
“พวกคุณคิดจะทำอะไร?”
ตัวแทนที่เป็นหัวหน้าของหน่วยยุทธ์เอ่ยปากถาม กระทั่งยังไม่ทันได้ทักทายไป๋หรงและคนอื่นๆ
“จะทำอะไรได้อีกล่ะ แน่นอนว่าจัดการพวกแกน่ะสิ!”
เจ้าดำและคนอื่นๆส่งเสียงผิวปากราวกับหมาป่าที่หิวโหย วิ่งเข้าหาตัวแทนของหน่วยยุทธ์ทันที ซึ่งทำให้ตัวแทนของหน่วยยุทธ์ต่างพากันตกใจ รอในตอนที่รู้ตัวเจ้าดำและคนอื่นๆก็อยู่ตรงหน้าไม่ไกลจากพวกเขาแล้ว
“พวกคุณกล้างั้นหรอ!”
“หึๆ ก่อนหน้านี้เถ้าแก่ของเราบอกแล้วว่า ถ้าคนของหน่วยยุทธ์ภาคเหนือยังกล้ามาที่ภาคใต้อีก ไม่ว่าจะก้าวเข้ามาในเมืองไหนของภาคใต้แม้แต่ก้าวเดียว จะหักขาของพวกแกให้หมด”
“มาวันนี้พึ่งพาไปไม่นานเอง แต่ยังคงเป็นพวกที่ไม่รู้จักเข็ดหลาบสินะ!”
เจ้าดำและคนอื่นๆต่างพากันหัวเราะ
คราวนี้ คนที่เป็นหัวหน้าของตัวแทนหน่วยยุทธ์ได้เปลี่ยนการแสดงออกไปในทันที
ไอ้พวกนี้คือกลุ่มคนที่ขับไล่ตัวแทนของหน่วยยุทธ์ออกไปงั้นหรอ?
พวกเขาไม่ได้อยู่ที่รัฐหนานเยว่หรอกหอ ทำไมถึงได้มาที่รัฐเจียงหนานได้ล่ะ?
เขากับผู้ดูแลหวงรู้จักกันดี ดังนั้นจึงรู้ถึงความสามารถและความเก่งกาจของคนพวกนี้ที่มายังรัฐหนานเยว่ เพราะฉะนั้นถึงได้หลบจากรัฐหนานเยว่มายังรัฐเจียงหนาน เดิมทีคิดว่าสามารถหลบการปะทะกับเฉินอีและคนอื่นๆได้ แต่ตอนนี้ดูท่าตัวเองจะคิดผิดไป
“แม่งเอ้ย กล้ามาถึงถิ่นภาคใต้ของเรา ฉีกสัญญา ถ้าไม่จัดการพวกแกเอาจนแม่จำหน้าไม่ได้คงจะไม่ได้แล้วล่ะ!”
เจ้าดำเป็นคนที่โหดเหี้ยมที่สุด
หลังจากผ่านการลับคมมาแล้วครั้งหนึ่ง ความสามารถของพวกเขาก็เพิ่มขึ้นมาไม่น้อย
ไม่พูดว่าสามารถสู้กับปรมาจารย์ได้ แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องพูดถึงระดับลิ่วล้อพวกนั้น
และหัวหน้าที่เป็นตัวแทนของหน่วยยุทธ์มีหรือจะกล้าลงมือ
เขาเห็นเฉินอีกับมังกรเขียว ปรมาจารย์สองคนนั้น ถ้าหากตนเองกล้าลงมือ เกรงว่าจะเป็นการดึงดูดให้อีกฝ่ายลงมือเสียเปล่า สู้อยู่เฉยๆดีกว่า
ไม่พูดก็คงจะไม่ได้ว่า ความคิดที่สามารถช่วยชีวิตเขาได้
ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่สามารถไสหัวกลับภาคเหนือเหมือนผู้ดูแลวัดหวงได้
สำหรับไป๋หรงและแก๊งปรมาจารย์คนอื่นๆถึงกับตกตะลึง
กว่าพวกเขาจะหาคนจากภายนอกช่วยได้มันไม่ง่ายเลย ทำไมถึงได้อ่อนแอขนาดนี้ล่ะ
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เหมือนกับว่าจะไม่ได้ลงมืออะไรด้วยซ้ำ คนพวกนี้ก็พ่ายแพ้เสียแล้ว จึงทำให้ไป๋หรงและคนอื่นๆตระหนักได้ว่าเฉินอีกับคนอื่นๆไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำ
เฉินอีกับคนอื่นไม่เกรงกลัวหน่วยยุทธ์ภาคเหนือจริงๆ
“แต่โลกยุทธ์ในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียง หรือแก๊งบางพวก มีใครกันจะไม่กลัวผู้มีอิทธิพลยักษ์ใหญ่ในหน่วยยุทธ์ ตกลงนี่เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
ต้องรู้ว่า หน่วยยุทธ์มีอิทธิพลทัดเทียมสามารถต่อสู้กับแก๊งได้
คนหนึ่งปกป้องประเทศ อีกคนหนึ่งครองต่างประเทศ
ดังนั้นในสายตาของพวกเขา หน่วยยุทธ์ยังคงเก่งกาจมาก แต่ผลที่ตามมาบรรดาผู้ดูแลวัดยอมรับความพ่ายแพ้ ถึงจะถูกทำร้ายจนเจ็บตัวก็ไม่กล้าสู้กลับ
เป็นฉากหนึ่งพันราตรีจริงๆ
“นี่มัน ไม่สิ เป็นไปไม่ได้ นี่จะต้องเป็นตัวแทนกลุ่มหน่วยยุทธ์ปลอมแน่ๆ ไม่ได้ฉันจะติกต่อคนของหน่วยยุทธ์ภาคเหนือของเรา”
จากนั้นไป๋หรงก็รีบโทรศัพท์
“เรื่องอะไร?”
“คนของพวกคุณถูกรังแก!”
“บอกตำแหน่งมา เราจะไปเดี๋ยวนี้”
“รัฐเจียงหนาน สถานที่XXX”
“อีกฝ่ายมีกี่คน”