ตอนที่ 280
บทที่ 280 การตัดสินใจของโฮ่เอิน
October 28, 2026
“ความคิดของโฮ่เจวี้ยนคนนี้ ผมรู้ดีอยู่แก่ใจ ไม่มีอะไรมากไปกว่าการพยายามใช้อำนาจของฉันในการจำกัดท่านปู่ แต่เขาคิดมากไปแล้ว ฉันเป็นลูกชายคนโตของท่านปู่อยู่แล้ว จะขัดคำสั่งของท่านปู่ได้อย่างไร”
โฮ่เอินพูดอย่างเรียบเฉย โฮ่หลินที่อยู่ข้างๆพูดอย่างมึนงง“แต่ถ้าเฉินอีตัดสินใจผิดพลาด จะทำให้ตระกูลโฮ่ของเราเดินไปสู่ความตาย นั่นมันยิ่งแย่ไปกันใหญ่ไม่ใช่หรอครับ?”
“แกคิดตื้นเกินไปแล้ว เฉินอีสามารถรวบรวมเมืองชิงชวน รัฐหนานเยว่ รวมถึงเมืองลิ่น ได้ภายในเวลาไม่ถึงสามเดือนหลังจากกลับประเทศ สิ่งนี้เพียงพอแล้วที่จะบอกว่าเฉินอีเป็นคนไม่ธรรมดา
สิ่งที่สำคัญก็คือไอ้หมอนี่ทำให้คนพวกนั้นในหน่วยยุทธ์ภาคเหนือมึนงงไม่รู้ทิศทาง กระทั่งต้องออกจากดินแดนตะวันออกเฉียงใต้ นี่ก็เพียงพอแล้วที่จะบ่งบอกว่าฝีมือของเฉินอี จะต้องไม่ธรรมดาเหมือนที่เราเห็นเด็ดขาด”
ถึงแม้ว่าโฮ่เอินจะเป็นกลาง แต่ทิศทางส่วนใหญ่ อันที่จริงแล้วเขายังคงมีความสามารถ
เมื่อโฮ่หลินได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกไม่พอใจ
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เฉินอีอายุมากกว่าเขาประมาณสองสามปี แต่ตนไม่เคยได้รับยกย่องจากพ่อเลย แต่เฉินอีกกลับทำให้พ่อให้ความสำคัญขนาดนี้ ซึ่งทำให้รู้สึกไม่สบอารมณ์
“หลินเอ๋อ ไม่จำเป็นต้องไม่พอใจหรอก และผิดหวัง”
เหมือนจะรู้ว่าลูกชายของตนคิดอะไรอยู่ โฮ่เอินพูดอย่างยิ้มๆ
“แต่เฉินอีอายุมากกว่าผมแค่สองสามปีเองนะครับ แต่กลับเดินมาถึงจุดนี้ได้!”
“นี่เป็นข้อยกเว้น พ่อสงสัยว่าเขาน่าจะเป็นคนของกองกำลังต่างประเทศ อีกทั้งเกี่ยวกับเฉินอีคนนี้ พ่อได้ยินมาเยอะมาก เขาอายุยังน้อยสามารถนำพาตระกูลเฉินไปสู่จุดสุดยอดได้อีกครั้ง ถ้าหากไม่พบเจอเข้ากับแม่เลี้ยงใจร้าย เกรงว่าผู้ชายคนนี้จะสามารถประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เข้าสู่ภาคเหนือกระทั่งทั่วโลก”
“แน่นอนว่า เขาอาจจะไม่อ่อนแอ แต่พวกเราทำได้แค่ประมาณการอย่างระมัดระวัง เพราะในบางครั้งเรื่องที่เราเข้าใจอาจจะน้อยมากก็ได้”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ โฮ่เอินก็ส่ายหัวไปมาอย่างทำอะไรไม่ได้
เขาไม่ใช่โฮ่ต้าวฝู่ และมีช่องทางในการรับข้อมูลน้อยเกินไป
มีความเป็นไปได้ว่าโฮ่ต้าวฝู่รู้ตัวตนที่แท้จริงของเฉินอี แต่กลับไม่สามารถบอกตนเองได้ ถ้าพูดให้ถูกก็คือเป็นความทะเยอทะยานในโลกของธุรกิจ ช่องว่างระหว่างตระกูลขุนนางยักษ์ใหญ่ยังคงห่างไกลกันมากๆ
ระดับต่างกัน
“หลินเอ๋อ ดังนั้นพ่อหวังว่าแกจะสามารถสมัครเข้าเป็นทหารเป็นข้าราชการ ลำพังแค่ธุรกิจ ถึงแม้ว่าจะได้รับความหรูหรามั่งคั่ง เราเป็นลูกแกะหลงทางในหลายๆเรื่อง ไม่สามารถเทียบกับตระกูลขุนนางพวกนั้นด้วยซ้ำ”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ โฮ่เอินอดที่จะถอนหายใจไม่ได้
นัยน์ตาของโฮ่หลินค่อยๆสะท้อนให้เห็นความกังวล
เขารู้สึกเสียใจมาก ถ้ารู้แบบนี้เขาเข้าร่วมกองทัพตั้งนานแล้ว ถึงจะไม่สามารถเป็นเหมือนคุณอาของตัวเอง แต่จะต้องสามารถควบคุมชีวิตของตัวเองได้
แต่ไร้ประโยชน์ที่จะเสียใจแล้ว
“แกไปประชุมแทนฉันนะ บอกว่าฉันจะติดตามคุณเฉินอี จะไม่มีทางเปลี่ยนแปลง”
คำพูดของโฮ่เอิน ทำให้โฮ่หลินอดที่จะใจสั่นไม่ได้
ดูท่า จะถูกกำหนดไว้แล้ว
ตอนนี้โฮ่เจวี้ยนยังคงคิดเข้าข้างตัวเอง เขาคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งเกินใคร และโฮ่ต้าวฝู่ก็ไม่อยู่บ้าน ถ้าอย่างนั้นโฮ่เอินที่เป็นเหมือนหญ้าบนกำแพง นิสัยที่เป็นกลางจะต้องเชื่อฟังเขาอย่างง่ายดายแน่นอน ถ้าเป็นแบบนี้ตระกูลโฮ่ก็จะต้องคิดเห็นไปตามเขา
อนาคตตระกูลโฮ่ก็จะเป็นของตัวเอง!
“คุณลุงใหญ่ครับ ผมอยากให้ท่านรู้เรื่องนี้ ความคิดของพี่ใหญ่เป็นคนหัวโบราณ สานสัมพันธ์กับตระกูลเซียว ในเมื่อเป็นแบบนี้สู้เราจับเฉินอีแล้วส่งให้ตระกูลเซียวซะดีกว่า เพื่อไม่ให้เสียเวลา”
เห็นได้ชัดว่าโฮ่เจวี้ยนไม่สามารถระงับความคิดของเขาได้ เรียกร้องให้จับเฉินอีให้ได้
เขารู้ดีว่า ในตระกูลมีผู้แข็งแกร่งบางคนที่เก่งกาจมาก ขอแค่คนเหล่านี้ลงมือถึงจะมีมังกรเขียวที่สามารถต่อสู้กับศัตรูได้นับสิบก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนเหล่านี้
รับจับเฉินอีและคนอื่นๆ แบบนี้ถึงจะสามารถดับความโกรธแค้นของผู้ดูแลบ้านตระกูลเซียวได้ แบบนี้ตระกูลเซียวและตระกูลโฮ่ถึงจะสามารถสานสัมพันธ์เป็นพันธมิตร
แต่สิ่งที่น่าเสียดายก็คือ!
“ช้าก่อน”