ตอนที่ 281
บทที่ 281 แผ่นดินสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในตะวันออกเฉียงใต้
October 28, 2026
แต่ทว่าตระกูลเซียวกลับสามารถส่งสายลับเข้ามาในบ้านตระกูลโฮ่ได้
และนี่ก็คือความแตกต่าง!
ในวันนี้ ทางตระกูลเซียวจะต้องได้รับข่าวแล้วเป็นแน่ จะบดขยี้ตระกูลโฮ่นั้นก็ขึ้นอยู่กับเวลาแล้ว
หรือพูดได้แม้กระทั่งว่า ในวันนี้ตระกูลเซียวยังไม่ทันได้สร้างความกดดัน แต่ทั่วทั้งตระกูลโฮ่กลับรับรู้ได้ถึงความกดดันมหาศาลนั่นแล้ว
ภายในระยะเวลาสั้น ๆ เพียงสองชั่วมอง โทรศัพท์ของบ้านตระกูลโฮ่มีสายโทรเข้าจนแทบจะระเบิดแล้ว
“บ้าเอ๊ย!”
ในดวงตาของคนตระกูลโฮ่เต็มไปด้วยไฟโมโหที่ลุกโชน
จะรบก็รบ ทำไมต้องยื้อเวลาแบบนี้ด้วย ทำให้พวกเขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดีในตอนนี้
แต่ทว่า โฮ่เจวี้ยนพอใจกับเรื่องนี้มาก
ขอเพียงแค่ทั่วทั้งตระกูลโฮ่รับรู้ได้ถึงความกดดันมหาศาล บวกกับคำตอบจากโฮ่เอิน เช่นนั้นตัวเองก็ชนะแล้ว
เพียงแต่!
“ท่านโฮ่ เกรงว่าคุณคงต้องแพ้แน่แล้ว”
เฉินอีกล่าวอย่างช้า ๆ จากนั้นก็มองไปที่ด้านนอก เขาได้ยินว่ามีเสียงฝีเท้าใหม่ดังขึ้นมา
ทุกคนเองต่างก็มองไป และต้องชะงักทันที
“โฮ่หลิน!”
พวกเขาล้วนตกตะลึง เดิมทีคิดว่าโฮ่เอินจะให้คนใช้คนหนึ่งมาให้คำตอบเท่านั้น กลับคิดไม่ถึงว่าคนที่มาจะเป็นโฮ่หลิน เขาเป็นถึงลูกชายเพียงคนเดียวของโฮ่เอินเชียวนะ แน่นอนว่าจะต้องมีตำแหน่งฐานะที่ไม่ธรรมดา
พูดได้ว่า นอกเหนือจากโฮ่ต้าวฝู่และโฮ่เจวี้ยนแล้ว โฮ่หลินเป็นผู้แข่งขันแย่งชิงตำแหน่งนายท่านตระกูลโฮ่คนต่อไปที่มีอิทธิพลที่สุด
โฮ่เจวี้ยน โฮ่ซี่พวกเขาต่างก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะไปแย่งชิง
ยิ่งไปกว่านั้นแล้วโฮ่หลินมีชื่อเสียงมากในรุ่นคนหนุ่มสาวในตระกูลโฮ่ ส่งผลกระทบมากกว่าพ่อของเขาเสียอีก
“โฮ่หลิน นายมาถ่ายทอดคำสั่งพ่อของนายเหรอ?”
โฮ่เจวี้ยนไม่ได้มีความเกรงใจต่อโฮ่หลินเลยสักนิด ในสายตาของเขาโฮ่หลินเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องใส่ใจอะไรมาก
เพียงแต่!
“ผมจะถ่ายทอดคำสั่งของคุณพ่อในตอนนี้”
โฮ่หลินกล่าวอย่างจริงจัง——
“คุณพ่อแสดงท่าทีว่า เขาจะเปิดศึกกับคุณเฉินอี และตระกูลเซียว!”
เมื่อพูดคำนี้ออกมา ทั่วทั้งสถานที่ตกอยู่ในความเงียบ
สถานการณ์ถูกกำหนดเรียบร้อย!
“เป็น เป็นไปได้ยังไง?”
ถ้าจะบอกว่าในนั้นใครตะลึงที่สุด คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากโฮ่เจวี้ยนแล้ว
เขาคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่า คำสั่งของโฮ่เอินจะเป็นเช่นนี้
จะต้องรู้ว่าเมื่อก่อนหน้านี้นั้น เขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยม บอกว่าฮั่วเอินจะต้องยื่นอยู่ข้างตัวเอง หรือแม้กระทั่งว่าแทบอยากจะจับกุมเฉินอีโดยเร็ว
ทั้งหมดนี้ล้วนตั้งอยู่ในความมั่นใจที่แน่นอน
แต่ที่โฮ่หลินถ่ายทอดออกมาในตอนนี้ กลับเป็นการตบหน้าโฮ่เจวี้ยนโดยที่มองไม่เห็น แม้ว่าจะไม่รู้สึกเจ็บ กลับมากพอที่จะทำให้แทบจะบ้าคลั่ง
เพื่อนร่วมขบวนการของเขาเองก็ตกตะลึงเช่นกัน แต่ละคนต่างเบิกตาโพลง
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีไอ้โง่คนหนึ่งเอ่ยปากซักถาม: “โฮ่หลิน นายฟังสิ่งที่พ่อของนายพูดผิดไปหรือเปล่า หรือว่านายจงใจบิดเบือนคำสั่งของพ่อของนาย!”
เมื่อพูดคำพูดนี้ออกมา ไอ้โง่คนนี้เองก็รู้สึกตัวขึ้นมา
โง่ โง่มากจริง ๆ
เรื่องราวได้ดำเนินมาจนถึงขั้นนี้แล้ว จะบิดเบือนความจริงได้อย่างไงกัน
เช่นนั้นคำตอบก็ชัดเจนแล้ว
โฮ่เอินต้องการที่จะยืนฝั่งเฉินอีจริง ๆ แล้ว
โฮ่เจวี้ยนกำหมัดนั่น จนเล็บมือทิ่มแทงเข้าไปในฝ่ามือ ตวาดร้องออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ: “ไม่ เป็นไปไม่ได้!”
เขาทำทุกวิถีทาง ถึงได้สร้างละครฉากนี้ขึ้นมาได้ เดิมคิดว่าเพียงแค่ทำให้คนใช้คนนั้นเชื่อฟังทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย แผนการของตัวเองก็จะสำเร็จ