ตอนที่ 323
บทที่ 323 ลงมือ
October 28, 2026
เฉียวเฟิงตอนนี้อยู่สูงเหมือนพระราชาเลย ทำให้คนไม่น้อยตากระตุกเลย
“สัสเอ้ย เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
“คนพวกนี้กลับสนับสนุนคนชั่วสะงั้น เป็นไปได้ไง!”
“นี้คือพลังของอำนาจใช่ไหม? ยิ่งใหญ่จนผิดกลายเป็นถูกขึ้นมา?”
“น่าเศร้า น่าสงสาร น่าสมเพช!”
คนดูบางส่วนเห็นฉากตรงนี้แล้วรู้สึกว่าน่าหดหู่ใจ
พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองนี้ พวกคนใหญ่คนโตกำชะตาเชีวิตเอาไว้ หรือจะเป็นการเอาตัวรอด เพื่อเป้าหมายให้เป็นคนตาบอดก็ยอม?
“เงียบ!”
“เงียบให้หมด!”
“ใช่ ใครกล้าพูดอีกคำ ก็อย่าหาว่าไม่เตือน!”
“ใช่ รัฐเจียงหนานตอนนี้คนดูแลคือตระกูลโฮ่ แต่ตระกูลโฮ่หากไม่เชื่อฟังตระกูลเฉียว ก็อายุสั้นได้เหมือนกัน ถูกลิขิตให้ทำลายล้างได้เช่นกัน!”
คนพวกนี้เป็นตระกูลร่ำรวยของรัฐเจียงหนานแต่ละเมือง และยังมีบางส่วนเป็นตระกูลร่ำรวยระดับสูงด้วย ทุกคนเริ่มพูด เพื่อจะประจบเฉียวเฟิง ไม่แคร์จะพูดไร้ยางอายออกมา เยาะเย้ยตระกูลโฮ่ ให้ตระกูลโฮ่ก้มหัวให้ตระกูลเฉียว
ในเรื่องนี้โฮ่ซี่หงุดหงิงเป็นอย่างมาก แต่เขาหันมองไปที่เฉินอี รู้สึกว่าแม้สถานการณ์จะรุนแรง แต่เฉินอีทาท่างนิ่งสงบอยู่
ทำให้เหงื่อแตกทั่วหน้า
“คุณเฉินท่านนี้บุคลิกดีมาก สามารถพูดได้เลยว่าพลังฝึกปราณมาถึงขั้นปรามาจารย์ได้เลย”
โฮ่ซี่ถอนหายใจแล้วพูดมาคำนึง
ตัวเองก็อายุสี่ห้าสิบปีแล้ว แต่บุคลิกสู้เฉินอีไม่ได้เลย
“เพียงแต่เหตุการณ์ตอนนี้ไม่ใช่แค่อยู่เฉยๆก็สามารถแก้ไขปัญหาได้ เฉียวเฟิงคือคนตระกูลเฉียว ถ้าหากไม่สามารถให้คำตอบที่พอใจแก่พวกเขาได้ กลัวว่าเรื่องนี้จะไม่จบง่ายๆสิ”
คิดถึงตรงนี้ โฮ่ซี่ก็ถอนหายใจไปหนึ่งครั้ง
ตอนนี้นับแล้วมียอดฝีมือสิบกว่าคน อย่างน้อยอยู่ที่รัฐเจียงหนานเพียงพอที่รวมตัวยอดฝีมือสิบคนจาก100อันดับแรก และสิ่งที่น่าเหลือเชื่อไปกว่านี้คือ ในนี้ยังมีหลายคน ไม่ว่าจะเป็นเลเวลพลัง สามารถบดขยี้ สยบสามสิบหกอินทรีย์ กับสิบแปดเสือได้เลย ต้องได้มงกุฏมาครอบครองได้แน่นอน
เรียกได้ว่าเป็นปรามาจารย์ศิลปะยุทธ์ได้เลย
อาจจะห่างจากปรามาจารย์หน่อย แม้ว่าจะห่างหน่อย แต่ก็ไม่มาก แต่ก็สามารถเรียกอาจารย์ได้อยู่นะ
รวมกันสิบกว่าคนอยู่ด้วยกัน นอกเสียว่าปรมาจารย์มา ไม่งั้นใครไม่น่าจะจับคู่เป็นศัตรูได้
เรื่องนี้ถึงขั้นแย่มากแล้ว
เฉินอีจะนิ่งแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์
เฉียวเฟิงก็คิดแบบนี้เช่นกัน แต่ว่าท่าทางนิ่งๆของเฉินอีทำให้แกยิ่งโกรธเข้าไปใหญ่
“เจ้าหนู แสแสร้งเข้าไป ในเมื่อนายนิ่งแบบนี้ งั้นเดียวคงไม่ร้องไห้ลูกแงร้องหาแม่นะ”
เฉียวเฟิงพูดด้วยอาการขุ่นเคือง และโบกมือส่งสัญญาณให้ลูกน้องทั้งหมดขึ้นพร้อมกันหมดเลย และสิบกว่าคนนี้ก็ว่องไวใช้ได้เหมือนกัน พุ่งไปข้างหน้าล้อมรอบ ทำให้จำนวนคนไม่น้อยหนังตากระตุกกลัว
เสียงเหมือนฟ้าร้องอยู่ยงคงกระพัน
จำนวนคนไม่น้อยรู้สึกถึงความกดดัน ราวกับว่าต่อหน้ายอดฝีมือสิบกว่าคนนี้ พวกเขาจะมีคนสักกี่คนก็ไม่มีประโยชน์
ไม่ต้องพูดถึงเฉินอีเลยมีแค่สิบกว่าคนเอง เหมือนกับเป็นแค่ฝูงแกะโดนฝูงหมาป่าโจมตี ยังจะมีชีวิตรอดอยู่หรอ?
โฮ่ซี่ก็หนังตากระตุก ตกใจแล้วพูด :“คุณเฉิน รีบหนีไป!”
ตอนนี้จะให้นั่งเฮลิคอปเตอร์หนีไปก็ไม่น่าจะมีทางรอดเลย
ต้องรู้ว่าสิบกว่าคนนี้ ทุกคนความแข็งแรงใช่จะย่อย เพียงแค่กระโดดขึ้นมาแล้วดึงเฮลิคอปเตอร์เอาไว้น่าจะตกได้ไม่ยากเลย
อันนี้ก็คือพลังของนักยุทธ์
อยู่ต่อหน้านักยุทธ์ ถึงแม้จะเป็นฮอลลิคอปเตอร์พวกแกก็ไม่หวั่นอยู่แล้ว