ตอนที่ 341
บทที่ 341 ตะลึงกันทั่วทั้งบริเวณ
October 28, 2026
“เฉินอี ฉันนับถือแกในฐานะผู้นำแห่งตะวันออกเฉียงใต้ แต่แกอย่าไม่รักดีแล้วกัน”
ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจคนนั้นเดินออกมา และมองเฉินอีอย่างล้ำลึก แล้วกล่าวอย่างเย็นชา: “ในสายตาของพวกเรา ก็จริงที่แกพอมีฝีมืออยู่บ้าง เพราะยังไงโลกยุทธ์ของประเทศต้าถังก็อ่อนแอมาก แกสามารถเอาชนะลูกน้องของฉันหลายคนขนาดนั้น แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว”
“แต่เหนือฟ้า ยังมีฟ้า นี่เป็นคำโบราณของประเทศต้าถังของพวกแก เมื่ออยู่ต่อหน้ายอดฝีมือที่แท้จริง ฉันสามารถพูดได้ว่าแกมันยังอ่อนหัด ดังนั้นฉันขอแนะนำให้แกวางตัวต่ำลงหน่อย ไม่เช่นนั้นจะเป็นการนำหายนะมาสู่ตนเอง”
ผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจคนนี้ดูเหมือนจะทะนุถนอมความสามารถของเฉินอี แต่ความจริงแล้วกำลังทำให้เฉินอีกลัวอยู่ ให้ความรู้สึกบางอย่างกับเฉินอี ความรู้สึกที่ว่าโลกยุทธ์ของประเทศต้าถังเทียบไม่ได้กับประเทศหยิงไห่ เมื่อแกอยู่ต่อหน้าปรมาจารย์แก๊งมังกรดำของประเทศหยิงไห่ที่แท้จริงจะต้องไม่นับอะไรแน่
ส่วนเฮินอีนั้นก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
น่าสนใจ น่าสนใจมากจริง ๆ
เขาคิดมาโดยตลอดว่าคนประเทศหยิงไห่เหล่านี้หน้าด้านไร้ยางอายมากพอแล้ว แด่ตอนนี้ดูเหมือนว่าการคาดเดาของตัวเองจะบิดเบี้ยวไปหน่อย
นี่มันใช่หน้าด้านไร้ยางอายมากที่ไหนกัน
ก็แค่พวกกบในกะลาครอบเท่านั้นเอง
“พวกแกคิดว่าฉันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกแก คิดว่าต้าถังสู้หยิงไห่ไม่ได้งั้นเหรอ?”
“ตลกสิ้นดี!”
“ในปีนั้นประเทศหยิงไห่ของพวกแกก็เป็นเพียงแค่ประเทศรัฐบริวารของพวกเราเท่านั้นเอง ก็แค่โผล่หัวขึ้นมาโดยอาศัยตอนที่พวกเราหลับตาอยู่ ก็คิดว่าประเทศหยิงไห่ร้ายกาจมากแล้วงั้นเหรอ?”
“จำไว้ เป็นประเทศต้าถังของพวกเราที่ทำให้ประเทศหยิงไห่จากที่เคยเป็นดินแดนป่าเถื่อน ได้กลายมาเป็นดินแดนที่มีอารยธรรมแห่งหนึ่ง แม้กระทั่งโลกยุทธ์ของพวกแก รวมทั้งวิชานินจาอะไรนั่นก็ได้สืบทอดไปจากประเทศต้าถังของพวกเรา”
“ไม่ว่าพวกแกต้องการจะอธิบายยังไง ก็เปลี่ยนจุดนี้ไม่ได้ นั่นก็คือทุกอย่างของประเทศหยิงไห่ของพวกแก ล้วนสร้างมาจากการสืบทอดของประเทศต้าถังของพวกเราจึงสามารถสร้างขึ้นมาได้ มาวันนี้กลับกลายเป็นสุนัขแว้งกัด พวกแกนี่มันไม่มีความสามารถอะไรเลยจริง ๆ”
น้อยมากที่เฉินอีจะพูดมากเช่นนี้ นับจากที่ได้กลับมาที่ประเทศต้าถัง นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาพูดมากแบบนี้ในอึดใจเดี๋ยว นั่นเป็นเพราะคนประเทศหยิงไห่พวกนี้ยโสโอหังจนเกินไป แม้กระทั่งทำตัวเป็นสุนัขแว้งกัดคนที่ให้ข้าวกิน มันเป็นเรื่องที่ไม่อาจจะทนได้จริง ๆ
เขาเดินขึ้นมาข้างหน้าทีละก้าว จากนั้นก็จ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาอันคมกริบ และกล่าวอย่างเรียบ ๆ : “ตอนนี้ฉันจะให้โอกาสพวกแก ไสหัวกลับประเทศหยิงไห่ไปดี ๆ ซะ เรื่องนี้ฉันจะไม่เอาความ และก็เพราะเห็นแก่หน้ากงเถิง ไม่อย่างนั้นละก็พวกแกอย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ”
เขาเป็นคนไม่ลังเลแต่ไหนแต่ไรมา
แต่ในอดีต สำนักมังกรลับก็เคยมีทหารรบคนหนึ่งที่มาจากประเทศหยิงไห่ คนคนนั้นได้ปล่อยวางประเทศชาติของตน เป็นวีรบุรุษที่ต้องการสู้เพื่อมวลมนุษย์ ยอมที่จะเป็นปรปักษ์กับตระกูลของตัวเอง จนเป็นเหตุให้ตนและตระกูลของตนถูกทำลายในเวลาต่อมา
แต่ถึงมีจะต้องตาย ผู้ชายคนนั้นก็ไม่เคยคิดเสียใจภายหลัง นี่ก็ทำให้เฉินอีตื้นตันใจเป็นอย่างมาก และยินดีที่จะเห็นเขาเป็นพี่น้องพรรคพวก ดังนั้นจึงได้กล่าวคำพูดเหล่านี้ออกมาติดต่อกัน และมีจุดประสงค์ที่ง่ายเพียงนิดเดียว ก็คืออยากให้คนบางกลุ่มได้รับรู้ว่า กงเถิงจะไม่ตายโดยเปล่าประโยชน์ สำหรับเขา สำหรับสำนักมังกรลับ ผู้ชายคนนั้นคือวีรบุรุษ
แต่ทว่าคนของแก๊งมังกรดำพวกนี้กลับชะงักไปสักพัก จากนั้นก็พลันหัวเราะขึ้นมา
“กงเถิง ตัวอะไรกัน พวกเราไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย เฉินอี แกคงไม่ใช่ไปรู้จักคนเส็งเคร็งไร้ความสามารถคนหนึ่ง แล้วคิดจะเอามาข่มขู่พวกฉันหรอกนะ”
“ถ้าหากใช่แบบนี้ละก็ แกมันก็น่าขำมากเลยล่ะ”
เสียงหัวเราะเยาะของพวกเขาดังขึ้นมาติดต่อกัน ราวกับเห็นว่าเฉินอีเป็นคนโง่เขลาคนหนึ่ง พูดได้ว่าเป็นคนที่โง่ดักดานถึงที่สุด
ส่วนเฉินอีเองก็ชะงักไปสักพัก
เขาคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่า คนพวกนี้จะไม่เคยได้ยินเรื่องของกงเถิงมาก่อน
จะต้องรู้ว่า แม้ว่ากงเถิงในตอนนั้นจะเกิดในตระกูลเล็ก ๆ ของแก๊งมังกรดำตระกูลหนึ่ง แต่วิทยายุทธ์นั้นสูงส่ง เกือบทำให้แปดตระกูลใหญ่ของแก๊งมังกรเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
และยิ่งเกือบทำให้บางกองกำลังในโลกยุทธ์ของประเทศหยิงไห่ล่มสลาย
“ดูเหมือนว่ามีใครบางคนจงใจปิดบังประวัติศาสตร์ส่วนนี้ เหอะ ๆ ช่างเป็นพวกขี้ขลาดจริง ๆ แม้แต่เรื่องนี้ก็ไม่กล้าเผชิญหน้า”
เสียงหัวเราะเยาะของเฉินอียิ่งดังขึ้น
เดิมทีเขายังคิดที่จะให้โอกาสกับคนบางกลุ่ม แต่ตอนนี้ดูแล้ว คนกลุ่มนั้นไม่ต้องการโอกาสแบบนี้เลยสักนิด